Rangi Kipa ศิลปินผู้ผสานจิตวิญญาณเมารีเข้ากับศิลปะร่วมสมัย
ในโลกของศิลปะที่เส้นแบ่งระหว่างประเพณีและความทันสมัยมักขัดแย้งกัน Rangi Kipa (เกิดปี 1966) ศิลปินชาวนิวซีแลนด์เชื้อสายเมารี (จากเผ่า Taranaki, Te Atiawa Nui Tonu และ Ngāti Maniapoto) ได้พิสูจน์ให้เห็นว่าทั้งสองสิ่งสามารถหลอมรวมกันได้อย่างทรงพลัง เขาไม่ได้เป็นเพียงประติมากรหรือนักวาดภาพประกอบ แต่ยังเป็นผู้เชี่ยวชาญด้าน tā moko หรือศิลปะการสักแบบดั้งเดิมของชาวเมารี ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งอัตลักษณ์และจิตวิญญาณ
เส้นทางการศึกษาและการเปลี่ยนผ่านสู่ศิลปะสมัยใหม่
รากฐานทางศิลปะของ Kipa เริ่มต้นจากการฝึกฝนด้าน whakairo (ศิลปะการแกะสลักแบบดั้งเดิม) ที่โรงเรียนแกะสลัก Maraeroa ในเมือง Porirua เมื่อปี 1986 ก่อนจะขยายขอบเขตความรู้ด้วยปริญญาตรีด้านสังคมศาสตร์จากมหาวิทยาลัย Waikato ในปี 1994 และสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทด้านทัศนศิลป์เมารีจากมหาวิทยาลัย Massey ในปี 2006
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในช่วงการศึกษาระดับปริญญาโท เมื่อ Kipa ตัดสินใจก้าวออกจากความคุ้นเคยของวัสดุแบบเดิมๆ และได้พบกับ Corian ซึ่งเป็นวัสดุสังเคราะห์ที่สร้างแรงบันดาลใจใหม่ให้เขาอย่างมาก การนำวัสดุสมัยใหม่มาใช้ในงานแกะสลักรูป tiki (รูปเคารพมนุษย์ตามความเชื่อเมารี) ทำให้ผลงานของเขาได้รับความสนใจจนได้จัดแสดงที่ Auckland Art Gallery ในนิทรรศการ Hei Tiki และความโดดเด่นนี้ยังส่งผลให้งานแกะสลัก hei tiki ร่วมสมัยของเขาถูกนำไปใช้บนแสตมป์ชุด Matariki มูลค่า 1.50 ดอลลาร์นิวซีแลนด์ในปี 2009
ปรัชญาการสร้างสรรค์และการทลายกำแพงทางวัฒนธรรม
เป้าหมายหลักของ Rangi Kipa คือการมีส่วนร่วมในการฟื้นฟูรูปแบบศิลปะของชาวเมารีที่เคยถูกลดทอนลงในช่วงยุคอาณานิคม เขาใช้ผลงานของตนเป็นเครื่องมือในการท้าทายคำนิยามของคำว่า "ประเพณี" โดยการนำลวดลายดั้งเดิมมาตีความใหม่ผ่านมุมมองร่วมสมัย
ในด้านการสัก tā moko นั้น Ngarino Ellis นักประวัติศาสตร์ศิลป์ระบุว่า Kipa ได้นำทักษะจากการแกะสลักมาประยุกต์ใช้ในการสร้างสรรค์ลวดลายบนผิวหนัง ซึ่งไม่เพียงแต่สะท้อนถึงความงาม แต่ยังสื่อถึงประเด็นเรื่องอัตลักษณ์ทางเผ่าพันธุ์และการเป็นส่วนหนึ่งของสังคมเมารีในโลกปัจจุบัน แสดงให้เห็นว่านวัตกรรมและประเพณีแท้จริงแล้วคือสิ่งเดียวกันที่เกื้อหนุนกัน
นอกจากงานทัศนศิลป์แล้ว Kipa ยังมีความเชี่ยวชาญในการสร้างและบรรเลง taonga pūoro ซึ่งเป็นเครื่องดนตรีดั้งเดิมของชาวเมารีอีกด้วย
ความสำเร็จในระดับสากลและการยอมรับ
ผลงานของ Kipa ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ โดยในปี 2004 เขาได้รับเลือกเป็นศิลปินพำนัก (Artist in Residence) รุ่นแรกของ Te Waka Toi ณ ศูนย์วัฒนธรรม Jean-Marie Tjibaou ในเมืองนูเมอา และในปี 2006 เขาได้รับทุน Creative New Zealand Craft/Object Art Fellowship ซึ่งเขาได้เดินทางมาทำงานในประเทศไทยเพื่อสร้าง whare whakairo (บ้านแกะสลัก) ร่วมสมัย สำหรับนิทรรศการ Star Power: Museum as Body Electric ณ พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยเดนเวอร์ในปี 2007 โดยเขาเป็นหนึ่งในเจ็ดศิลปินตัวแทนจากเจ็ดประเทศที่ได้รับเลือก
นอกจากนี้ เขายังปรากฏตัวในซีรีส์ Moko Aotearoa ทางช่อง Māori Television ในปี 2014 เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวของการสักแบบเมารีในนิวซีแลนด์ ปัจจุบันผลงานของเขาถูกเก็บรักษาไว้ในคอลเลกชันสำคัญ เช่น Museum of New Zealand Te Papa Tongarewa, Puke Ariki และ The Dowse Art Museum
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- ตัวตน: ศิลปินพหุศาสตร์ชาวนิวซีแลนด์เชื้อสายเมารี (Taranaki, Te Atiawa Nui Tonu, Ngāti Maniapoto)
- ความเชี่ยวชาญ: การแกะสลัก (Whakairo), การสัก (Tā moko), การวาดภาพประกอบ และเครื่องดนตรีเมารี (Taonga pūoro)
- นวัตกรรม: การใช้ Corian (วัสดุสังเคราะห์) ในงานประติมากรรมดั้งเดิม
- เกียรติประวัติ: ผลงานปรากฏบนแสตมป์นิวซีแลนด์ปี 2009 และจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ระดับโลก
| ปี (ค.ศ.) | เหตุการณ์ / ความสำเร็จ | รายละเอียดสำคัญ |
|---|---|---|
| 1986 | จบการศึกษาจาก Maraeroa Carving School | เริ่มต้นพื้นฐานด้านการแกะสลักแบบดั้งเดิม |
| 2004 | Artist in Residence | ศูนย์วัฒนธรรม Jean-Marie Tjibaou, นูเมอา |
| 2006 | ได้รับทุน Creative New Zealand | สร้างสรรค์งานในประเทศไทยเพื่อแสดงที่เดนเวอร์ |
| 2009 | ผลงานบนแสตมป์ New Zealand Post | งานแกะสลัก hei tiki ในชุด Matariki |
| 2014 | ออกรายการ Moko Aotearoa | เผยแพร่ความรู้เรื่องการสักแบบเมารีผ่านโทรทัศน์ |
คำถามที่พบบ่อย
Rangi Kipa มีความโดดเด่นในด้านใดมากที่สุด?
เขามีชื่อเสียงในการนำลวดลายและเทคนิคดั้งเดิมของชาวเมารีมาผสมผสานกับวัสดุสมัยใหม่ โดยเฉพาะการใช้ Corian ในงานประติมากรรม เพื่อท้าทายกรอบของประเพณีและสะท้อนอัตลักษณ์เมารีในยุคปัจจุบัน
tā moko คืออะไรและ Kipa นำมาประยุกต์อย่างไร?
tā moko คือศิลปะการสักแบบดั้งเดิมของชาวเมารี ซึ่ง Kipa ได้นำแนวคิดจากการแกะสลัก (whakairo) มาปรับใช้ในการออกแบบลวดลาย เพื่อสื่อสารเรื่องราวเกี่ยวกับตัวตนทางวัฒนธรรมและประเด็นทางสังคมของชาวเมารี
วัสดุ Corian มีความสำคัญอย่างไรต่อผลงานของเขา?
Corian เป็นวัสดุสังเคราะห์ที่ Kipa พบในช่วงเรียนปริญญาโท ซึ่งช่วยให้เขาหลุดพ้นจากความจำเจของวัสดุแบบเดิมที่เขาเชี่ยวชาญแล้ว และนำไปสู่การสร้างสรรค์งานร่วมสมัยที่ได้รับการยอมรับในหอศิลป์ระดับประเทศ
Rangi Kipa เคยสร้างผลงานในประเทศไทยหรือไม่?
ใช่ ในปี 2006 เขาได้รับทุนจาก Creative New Zealand และได้เดินทางมาทำงานในประเทศไทยเพื่อสร้างบ้านแกะสลัก (whare whakairo) ร่วมสมัย สำหรับนำไปจัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยเดนเวอร์ สหรัฐอเมริกา ในปี 2007