← กลับไปเลือกอ่านเรื่องอื่น
RO

ชีวิตและเรื่องราว · hmn.in.th

Raymond Obstfeld นักเขียนผู้พลิกบทบาทจากนามปากกาปริศนาสู่ศาสตราจารย์ด้านภาษาอังกฤษ

Raymond Obstfeld นักเขียนผู้พลิกบทบาทจากนามปากกาปริศนาสู่ศาสตราจารย์ด้านภาษาอังกฤษ Raymond Obstfeld คือศิลปินผู้มีความสามารถหลากหลายในโลกวรรณกรรมชาวอเมริกัน เขาไม่ได้เป็น…

Raymond ObstfeldนักเขียนชาวอเมริกันLaramie DunawayKareem Abdul-Jabbar

Raymond Obstfeld นักเขียนผู้พลิกบทบาทจากนามปากกาปริศนาสู่ศาสตราจารย์ด้านภาษาอังกฤษ

Raymond Obstfeld คือศิลปินผู้มีความสามารถหลากหลายในโลกวรรณกรรมชาวอเมริกัน เขาไม่ได้เป็นเพียงนักเขียนที่สร้างสรรค์ผลงานทั้งในรูปแบบกวีนิพนธ์ เรื่องสั้น นิยาย และบทภาพยนตร์เท่านั้น แต่ยังอุทิศตนในฐานะศาสตราจารย์สอนวิชาภาษาอังกฤษที่ Orange Coast College อีกด้วย เส้นทางชีวิตของเขาเต็มไปด้วยการทดลองและการค้นหาตัวตนผ่านตัวอักษรในหลากหลายแนวทาง

จุดเริ่มต้นและแรงผลักดันจากชีวิตวัยเด็ก

Obstfeld เกิดเมื่อวันที่ 22 มกราคม ค.ศ. 1952 ที่เมืองวิลเลียมส์พอร์ต รัฐเพนซิลเวเนีย เขาเติบโตในครอบครัวผู้อพยพจากเยอรมนี โดยพ่อแม่ของเขาดำเนินกิจการร้านอาหารยิว (Jewish Delicatessen) ซึ่งในช่วงวัยเด็ก Obstfeld ต้องเผชิญกับเหตุการณ์สะเทือนใจจากการตกเป็นเป้าของอาชญากรรมจากความเกลียดชัง ไม่ว่าจะเป็นการพ่นสัญลักษณ์สวัสดิกะของนาซีบนประตูร้าน ไปจนถึงเหตุเพลิงไหม้ที่ทำลายอาคารจนเสียหายหนัก

แม้ครอบครัวจะร่วมกันสร้างร้านขึ้นมาใหม่ แต่บาดแผลและประสบการณ์เหล่านี้ได้กลายเป็นรากฐานสำคัญที่หล่อหลอมให้เขากลายเป็นนักเคลื่อนไหวทางการเมืองและส่งผลต่อมุมมองในการเขียนงานวรรณกรรมในเวลาต่อมา

เส้นทางการศึกษาและการก้าวเข้าสู่โลกการสอน

หลังจากจบการศึกษาระดับมัธยมปลายในปี 1969 เขาเริ่มต้นเรียนที่ Lycoming College ก่อนจะย้ายไปศึกษาต่อที่วิทยาลัยแนวทดลองในเมืองเรดแลนด์ส รัฐแคลิฟอร์เนีย (ปัจจุบันคือ Johnston Center แห่ง University of Redlands) และสำเร็จการศึกษาในปี 1972 ต่อมาเขาได้เข้าศึกษาที่ University of California, Santa Barbara เป็นเวลาหนึ่งปี ก่อนจะตัดสินใจลาออกเพื่อมุ่งมั่นกับการเขียนอย่างเต็มตัว โดยใช้เวลาช่วงหนึ่งในซานฟรานซิสโกทำงานรับจ้างทั่วไปจนกระทั่งเขียนนิยายเล่มแรกจบและได้ตัวแทนดูแลผลงาน

ในปี 1974 เขาหวนกลับมาศึกษาต่อระดับบัณฑิตศึกษาที่ University of California, Davis โดยได้ศึกษากวีนิพนธ์กับ Karl Shapiro กวีชื่อดัง และเมื่อสำเร็จการศึกษาในปี 1976 ในวัยเพียง 24 ปี เขาได้เริ่มทำหน้าที่อาจารย์สอนภาษาอังกฤษที่ Orange Coast College ซึ่งเขายังคงปฏิบัติหน้าที่จนถึงปัจจุบัน แม้ในตอนแรกเขาตั้งใจจะลาออกหากอาชีพนักเขียนประสบความสำเร็จ แต่เมื่อพบว่าตนเองรักการสอนมากกว่าการเขียน เขาจึงตัดสินใจเดินหน้าในทั้งสองเส้นทางควบคู่กันไป

ความหลากหลายของผลงานและกลยุทธ์การใช้นามปากกา

ตลอดอาชีพการทำงาน Obstfeld เขียนหนังสือร่วม 50 เล่ม โดยในช่วงแรกเขาเลือกใช้ นามปากกา (Pseudonyms) หรือชื่อสมมติหลายชื่อ เช่น Pike Bishop, Carl Stevens และ Jason Frost เพื่อแยกประเภทงานเขียนที่แตกต่างกัน ทั้งนิยายระทึกขวัญ นิยายคาวบอย (Westerns) และนิยายเกี่ยวกับไสยศาสตร์

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อเขาต้องการกลับมาเขียนวรรณกรรมกระแสหลัก (Literary Fiction) อีกครั้ง แต่เนื่องจากเขามีชื่อเสียงในฐานะนักเขียนแนวลึกลับอยู่แล้ว เขาจึงสร้างนามปากกาใหม่ชื่อ Laramie Dunaway เพื่อเขียนนิยายเรื่อง Hungry Women ซึ่งเล่าผ่านมุมมองของผู้หญิง 4 คน ความสำเร็จของเรื่องนี้โด่งดังไปทั่วโลก โดยที่สำนักพิมพ์ Warner Books ไม่ทราบเลยว่าผู้เขียนจริงๆ เป็นผู้ชาย จนกระทั่งเขาเขียนนิยายภายใต้ชื่อนี้ไป 3 เล่ม จึงได้เปิดเผยตัวตนที่แท้จริง และเริ่มใช้ชื่อจริงในผลงานเล่มต่อมาอย่าง Earth Angel

ความสำเร็จและผลงานร่วมกับตำนาน NBA

นอกเหนือจากงานเขียนเดี่ยว ตั้งแต่ปี 2007 เป็นต้นมา Obstfeld ได้ร่วมเขียนหนังสือถึง 8 เล่มกับ Kareem Abdul-Jabbar ตำนานนักบาสเกตบอล NBA ซึ่งผลงานเหล่านี้ได้รับคำชื่นชมอย่างสูงและส่งให้เขาได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล NAACP Image Award ถึงสองครั้ง และได้รับรางวัลนี้หนึ่งครั้ง นอกจากนี้เขายังเคยได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Edgar Award จากสมาคมนักเขียนนิยายลึกลับ (Mystery Writers of America) จากผลงานเรื่อง Dead Heat และได้รับรางวัล Delacorte Young Adult Award จากนิยายสำหรับเยาวชนเรื่อง The Joker and the Thief

ในด้านงานเขียนบท เขาได้ขายบทภาพยนตร์หลายเรื่อง แต่มีเพียงเรื่องเดียวที่ถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์คือ Whatever It Takes (1999) นำแสดงโดย Don “The Dragon” Wilson และในปี 2018 เขาได้เข้าร่วมเป็นทีมเขียนบทให้กับซีรีส์ Veronica Mars ภาคคืนชีพ

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • อาชีพหลัก: นักเขียนหลากหลายแนวและศาสตราจารย์ด้านภาษาอังกฤษที่ Orange Coast College
  • ผลงานโดดเด่น: ร่วมเขียนหนังสือกับ Kareem Abdul-Jabbar และสร้างชื่อในนามปากกา Laramie Dunaway
  • รางวัลการันตี: ผู้ชนะรางวัล NAACP Image Award และ Delacorte Young Adult Award
  • ความเชี่ยวชาญ: เขียนครอบคลุมทั้งกวีนิพนธ์, นิยายสืบสวน, วรรณกรรมเยาวชน และบทภาพยนตร์
  • ชีวิตส่วนตัว: สมรสกับ Loretta Obstfeld กวีและศาสตราจารย์ด้านภาษาอังกฤษ มีบุตร 2 คน
สรุปข้อมูลประวัติและผลงานของ Raymond Obstfeld
หัวข้อ รายละเอียด
วันเกิด 22 มกราคม 1952
การศึกษา Lycoming College, UC Santa Barbara, UC Davis
นามปากกาที่เคยใช้ Pike Bishop, Carl Stevens, Jason Frost, Laramie Dunaway
จำนวนหนังสือที่เขียน เกือบ 50 เล่ม
ผลงานภาพยนตร์ Whatever It Takes (1999)
FAQ

คำถามที่พบบ่อย

ทำไม Raymond Obstfeld ถึงต้องใช้นามปากกาหลายชื่อ?

เนื่องจากเขาเขียนงานหลากหลายประเภท (Genres) เช่น นิยายระทึกขวัญและนิยายคาวบอย เขาจึงใช้นามปากกาเพื่อไม่ให้ผู้อ่านสับสนและเพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ชัดเจนให้กับงานแต่ละแนว

ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับ Kareem Abdul-Jabbar คืออะไร?

เขาเป็นผู้ร่วมเขียนหนังสือ (Co-author) ให้กับ Kareem Abdul-Jabbar มาตั้งแต่ปี 2007 โดยร่วมกันสร้างสรรค์ผลงานรวม 8 เล่ม ซึ่งครอบคลุมทั้งเรื่องประวัติศาสตร์และวรรณกรรมเยาวชน

นิยายเรื่อง Hungry Women มีความพิเศษอย่างไร?

เป็นนิยายที่เขียนภายใต้นามปากกา Laramie Dunaway โดยเล่าเรื่องผ่านมุมมองของผู้หญิง ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างมากในระดับสากล โดยที่สำนักพิมพ์ไม่ทราบว่าผู้เขียนเป็นผู้ชายจนกระทั่งเขียนจบไป 3 เล่ม

เขายังคงทำงานเป็นอาจารย์อยู่หรือไม่?

ใช่ เขายังคงสอนวิชาภาษาอังกฤษอยู่ที่ Orange Coast College ซึ่งเขาเริ่มสอนตั้งแต่อายุ 24 ปี และค้นพบว่าตนเองมีความสุขกับการสอนมากกว่าการเขียนหนังสือ

ผลงานชิ้นใดที่ทำให้เขาได้รับรางวัล NAACP Image Award?

เขาได้รับรางวัลนี้จากผลงานเรื่อง What Color Is My World? The Lost History of African American Inventors ซึ่งเขียนร่วมกับ Kareem Abdul-Jabbar

Raymond Obstfeld นักเขียนผู้พลิกบทบาทจากนามปากกาปริศนาสู่ศาสตราจารย์ด้านภาษาอังกฤษ | hmn.in.th