Rhodri Marsden ศิลปินผู้พลิกบทบาทระหว่างโลกดนตรีและงานเขียน
ในโลกของศิลปะร่วมสมัย น้อยคนนักที่จะสามารถผสานทักษะการเขียนเชิงวิพากษ์เข้ากับความคิดสร้างสรรค์ทางดนตรีได้อย่างกลมกลืนเหมือนกับ Rhodri Marsden ชายผู้เป็นทั้งนักเขียน คอลัมนิสต์ และนักดนตรีมากความสามารถชาวลอนดอน ผู้ซึ่งสร้างชื่อเสียงจากการนำเสนอเรื่องราวที่เต็มไปด้วยอารมณ์ขันแบบถ่อมตัว (Self-deprecating) และการทดลองทางดนตรีที่หลากหลาย
เส้นทางสายน้ำหมึกและงานเขียนที่โดดเด่น
Marsden เริ่มต้นสร้างชื่อในฐานะนักเขียนอาชีพ โดยเฉพาะการเป็นคอลัมนิสต์ด้านเทคโนโลยีให้กับหนังสือพิมพ์ The Independent นานเกือบหนึ่งทศวรรษ นอกจากนี้เขายังมีผลงานในสื่อชั้นนำอย่าง The Guardian, Time Out และ Daily Telegraph รวมถึงการเขียนคอลัมน์ "Guitarist Wanted" ใน The Observer Music Monthly ซึ่งเขามักจะปลอมตัวเข้าไปทดสอบฝีมือกับวงดนตรีต่างๆ อย่างสนุกสนาน
ในด้านงานเขียนหนังสือ เขาได้ตีพิมพ์ผลงานหลายเล่ม เริ่มจาก FWD This Link (2008) และ The Next Big Thing (2009) ตามมาด้วย Crap Dates: Disastrous Encounters From Single Life ในปี 2012 ซึ่งรวบรวมเรื่องราวการเดทที่ล้มเหลวจากทวิตเตอร์จนกลายเป็นกระแสไวรัล และหนังสือ A Very British Christmas ในปี 2017 ปัจจุบันเขายังคงสร้างสรรค์ผลงานในคอลัมน์ Technopolis ให้กับนิตยสาร How to Spend It (HTSI) ของ Financial Times

ตัวตนในโลกดนตรีและการทดลองทางเสียง
นอกเหนือจากงานเขียน Marsden คือ Multi-instrumentalist หรือนักดนตรีที่เล่นเครื่องดนตรีได้หลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นคีย์บอร์ด, กีตาร์, เบส, บาสซูน (Bassoon - เครื่องเป่าลมไม้ตระกูลลิ้นคู่) ไปจนถึงเลื่อยดนตรี (Musical saw) และการร้องเพลง
เขาเริ่มต้นเส้นทางดนตรีในช่วงปี 1990-1995 กับวง Art-punk (ดนตรีพังก์ที่มีการผสมผสานศิลปะและการทดลอง) ชื่อ The Keatons ซึ่งเคยร่วมทัวร์กับวง Blur ก่อนจะถูกเชิญออกเนื่องจากพฤติกรรมที่ไม่เป็นมืออาชีพ นอกจากนี้เขายังมีส่วนร่วมกับวงดนตรีชื่อดังอย่าง Scritti Politti, Cardiacs และ Lost Crowns รวมถึงการผลิตผลงานเพลงให้กับค่าย ECC ของวง Lush
หนึ่งในผลงานที่สร้างความฮือฮาคือโปรเจกต์ "The Schema" ในปี 2007 ซึ่งเป็นการทดลองสร้างซิงเกิลและโปรโมตผ่านอินเทอร์เน็ตภายในหนึ่งเดือน แม้ยอดขายจะไม่สูงนักแต่มิวสิกวิดีโอกลับได้รับความนิยมอย่างมากบน YouTube
ปรากฏการณ์ The Hustle และดนตรีการเมือง
ในปี 2019 Marsden ได้รวมตัวกับกลุ่มนักดนตรีในนาม Article 54 เพื่อสร้างสรรค์อัลบั้ม The Hustle ซึ่งเป็นแนว Concept Disco Symphony (ซิมโฟนีดิสโก้ที่เล่าเรื่องราวตามแนวคิดหลัก) โดยเนื้อหาได้รับแรงบันดาลใจจากการเจรจา Brexit ของสหราชอาณาจักร ผลงานชิ้นนี้ได้รับความสนใจอย่างมากจนถูกนำไปเปิดในรายการ Brexitcast ของ BBC One และสามารถทำยอดดาวน์โหลดใน iTunes UK แซงหน้าอัลบั้มระดับตำนานอย่าง ABBA Gold ในช่วงเวลาหนึ่ง พร้อมติดอันดับที่ 56 ของ Official UK Download Chart
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- วันเกิด: 1 ตุลาคม 1971 (ปัจจุบันอายุ 54 ปี)
- ทักษะดนตรี: เล่นเครื่องดนตรีได้หลากหลาย รวมถึงเครื่องดนตรีแปลกๆ อย่างเลื่อยดนตรี
- ผลงานเขียน: มีชื่อเสียงจากคอลัมน์เทคโนโลยีและหนังสือรวบรวมเรื่องราวการเดทที่ล้มเหลว
- ความสำเร็จทางดนตรี: อัลบั้ม The Hustle ติดชาร์ต Official UK Charts ในปี 2019
- บทบาทปัจจุบัน: เขียนคอลัมน์ Technopolis ให้กับ Financial Times (HTSI)
| ด้าน | ผลงาน/สังกัดที่สำคัญ | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| งานเขียน | The Independent, Financial Times, The Guardian | เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและเรื่องราวตลกขบขัน |
| หนังสือ | Crap Dates, A Very British Christmas | มีผลงานตีพิมพ์กับ Rough Guides และ HarperCollins |
| ดนตรี (วง) | Scritti Politti, Cardiacs, Article 54 | มีบทบาททั้งในฐานะนักดนตรีและโปรดิวเซอร์ |
| อัลบั้มเด่น | The Hustle (2019) | คอนเซปต์ดิสโก้เกี่ยวกับการเมือง Brexit |
คำถามที่พบบ่อย
Rhodri Marsden มีชื่อเสียงจากงานด้านใดมากที่สุด?
เขามีชื่อเสียงในสองด้านขนานกัน คือการเป็นคอลัมนิสต์ด้านเทคโนโลยีและเรื่องราวตลกขบขันในสื่อชั้นนำของอังกฤษ และการเป็นนักดนตรี Multi-instrumentalist ที่ร่วมงานกับวงดนตรีแนวทดลองหลายวง
หนังสือ "Crap Dates" มีที่มาอย่างไร?
หนังสือเล่มนี้รวบรวมประสบการณ์การเดทที่เลวร้ายของผู้คน ซึ่งเริ่มต้นจากการแบ่งปันเรื่องราวผ่านทวิตเตอร์จนกลายเป็นกระแสไวรัล ก่อนจะถูกนำมาเรียบเรียงเป็นหนังสือในปี 2012
อัลบั้ม "The Hustle" มีความพิเศษอย่างไร?
เป็นอัลบั้มแนว Disco Symphony ที่นำเรื่องราวเคร่งเครียดอย่างการเจรจา Brexit มานำเสนอในรูปแบบดนตรีดิสโก้ ซึ่งได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วบนชาร์ตดาวน์โหลดของอังกฤษ
Marsden เล่นเครื่องดนตรีชนิดใดบ้าง?
เขาสามารถเล่นเครื่องดนตรีได้หลากหลายมาก เช่น คีย์บอร์ด, กีตาร์, เบส, บาสซูน, เลื่อยดนตรี รวมถึงการร้องเพลงด้วย
ความสัมพันธ์ของเขากับวง Blur คืออะไร?
ในสมัยที่เขาอยู่วง The Keatons เขาเคยได้รับโอกาสให้เป็นวงสนับสนุน (Support act) ในการทัวร์คอนเสิร์ตครั้งแรกของ Blur ในสหราชอาณาจักร แต่ต่อมาถูกให้ออกเนื่องจากพฤติกรรมที่ไม่เป็นมืออาชีพ