← กลับไปเลือกอ่านเรื่องอื่น
Richard Carmona เส้นทางชีวิตจากทหารหน่วยรบพิเศษสู่ศัลยแพทย์และศัลยแพทย์ใหญ่สหรัฐฯ

ชีวิตและเรื่องราว · hmn.in.th

Richard Carmona เส้นทางชีวิตจากทหารหน่วยรบพิเศษสู่ศัลยแพทย์และศัลยแพทย์ใหญ่สหรัฐฯ

Richard Carmona เส้นทางชีวิตจากทหารหน่วยรบพิเศษสู่ศัลยแพทย์และศัลยแพทย์ใหญ่สหรัฐฯ Richard Henry Carmona เป็นบุคคลที่มีประวัติชีวิตอันหลากหลายและน่าทึ่ง เขาไม่ได้เป็นเพียง…

Richard CarmonaSurgeon Generalศัลยแพทย์ใหญ่สหรัฐประวัติ Richard Carmona

Richard Carmona เส้นทางชีวิตจากทหารหน่วยรบพิเศษสู่ศัลยแพทย์และศัลยแพทย์ใหญ่สหรัฐฯ

Richard Henry Carmona เป็นบุคคลที่มีประวัติชีวิตอันหลากหลายและน่าทึ่ง เขาไม่ได้เป็นเพียงแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ แต่ยังเคยดำรงตำแหน่งสำคัญในฐานะ ศัลยแพทย์ใหญ่แห่งสหรัฐอเมริกา (Surgeon General) คนที่ 17 ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ปรึกษาด้านสาธารณสุขสูงสุดของประเทศ นอกจากนี้เขายังมีประสบการณ์ในฐานะพยาบาล เจ้าหน้าที่ตำรวจ และนักการเมือง โดยมีจุดเด่นในการเป็นผู้กล้าที่จะตั้งคำถามต่อสถานะเดิมเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นในระบบสาธารณสุข

Content image

จุดเริ่มต้นและการต่อสู้เพื่อการศึกษา

ชีวิตของ Carmona เริ่มต้นที่ย่านฮาร์เล็ม นครนิวยอร์ก โดยมีเชื้อสายเปอร์โตริโก เขาตัดสินใจออกจากโรงเรียนมัธยม DeWitt Clinton เมื่ออายุ 16 ปี เพื่อเข้าประจำการในกองทัพบกสหรัฐฯ ในปี 1967 ซึ่งจุดนี้เองที่กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เพราะเขาได้สอบวุฒิการศึกษาเทียบเท่ามัธยมปลาย (GED) และเข้าเป็นส่วนหนึ่งของ หน่วยรบพิเศษ (Special Forces) ของกองทัพบก

ในช่วงสงครามเวียดนาม Carmona ปฏิบัติหน้าที่เป็นแพทย์สนามของหน่วยรบพิเศษ และได้รับเหรียญ Purple Heart ถึงสองครั้งจากอาการบาดเจ็บในการรบ ประสบการณ์ในสนามรบนี้เองที่หล่อหลอมให้เขาหันมาสนใจด้านการแพทย์อย่างจริงจัง

Content image

เส้นทางการศึกษาทางวิชาการ

หลังจากปลดประจำการ เขาเริ่มต้นการศึกษาจากระดับพื้นฐานจนถึงระดับสูงสุด ดังนี้:

  • อนุปริญญาด้านการพยาบาล จาก Bronx Community College
  • ปริญญาตรีด้านชีววิทยาและเคมี จาก University of California, San Francisco (UCSF) ในปี 1977
  • ปริญญาแพทยศาสตรบัณฑิต จาก UCSF ในปี 1979 โดยจบการศึกษาเป็นอันดับหนึ่งของรุ่น (ได้รับรางวัล gold-headed cane)
  • ปริญญาโทด้านสาธารณสุข (MPH) จาก University of Arizona ในปี 1998

ประสบการณ์วิชาชีพที่หลากหลาย

Carmona ผ่านการทำงานในสายการแพทย์แทบทุกระดับ ตั้งแต่เจ้าหน้าที่กู้ชีพ (Paramedic), พยาบาลวิชาชีพ ไปจนถึงศัลยแพทย์ เขาผ่านการฝึกอบรมเฉพาะทางด้านศัลยกรรมที่ UCSF และได้รับทุนวิจัยจากสถาบันสุขภาพแห่งชาติ (NIH) ในด้านการบาดเจ็บรุนแรง แผลไฟไหม้ และการดูแลผู้ป่วยวิกฤต

นอกจากงานในโรงพยาบาล เขายังเคยดำรงตำแหน่งผู้บริหารระดับสูง เช่น CEO ของระบบดูแลสุขภาพในเขต Pima County และเป็นศาสตราจารย์ด้านการแพทย์ที่ University of Arizona

บทบาทในงานบังคับใช้กฎหมาย

นอกเหนือจากงานแพทย์ Carmona ยังทำงานให้กับกรมนายอำเภอ Pima County ตั้งแต่ปี 1986 โดยไต่เต้าจนถึงตำแหน่งรองนายอำเภอ และเป็นผู้นำในหน่วย SWAT ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านปฏิบัติการพิเศษและการเตรียมพร้อมรับมือเหตุฉุกเฉิน รวมถึงภัยจากอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง

อย่างไรก็ตาม ในปี 1999 เขาเคยตกเป็นข่าวกรณีการยิงปะทะกับผู้ขับขี่รถยนต์รายหนึ่งในเมืองทูซอน ซึ่งนำไปสู่การเสียชีวิตของคู่กรณี โดย Carmona ระบุว่าเขาพยายามเข้าช่วยเหลือเหตุทะเลาะวิวาท แต่ถูกคู่กรณีใช้อาวุธปืนยิงใส่ก่อน เขาจึงยิงตอบโต้เพื่อป้องกันตัว

Content image

การดำรงตำแหน่งศัลยแพทย์ใหญ่แห่งสหรัฐอเมริกา

ในปี 2002 ประธานาธิบดี George W. Bush ได้เสนอชื่อ Carmona ให้ดำรงตำแหน่งศัลยแพทย์ใหญ่คนที่ 17 ซึ่งเขาได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภาด้วยคะแนนเสียงเป็นเอกฉันท์ 98-0 ในวันที่ 23 กรกฎาคม 2002

ผลงานที่โดดเด่นที่สุดในช่วงดำรงตำแหน่งคือการออกรายงานสำคัญเกี่ยวกับ อันตรายของบุหรี่มือสอง (Secondhand Smoke) ในปี 2006 โดยเขายืนยันอย่างชัดเจนว่าบุหรี่มือสองไม่ใช่เพียงเรื่องน่ารำคาญ แต่เป็นอันตรายต่อสุขภาพอย่างร้ายแรง และสนับสนุนให้มีการสั่งห้ามสูบบุหรี่ในอาคาร

Content image

ความขัดแย้งทางการเมืองและบทบาทหลังพ้นตำแหน่ง

หลังจากพ้นตำแหน่งในเดือนกรกฎาคม 2006 Carmona ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลของ George W. Bush อย่างรุนแรง โดยระบุว่ามีการแทรกแซงทางอุดมการณ์และการเมืองเพื่อปิดกั้นข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะเรื่องการวิจัยสเต็มเซลล์จากตัวอ่อน, การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก และการคุมกำเนิดฉุกเฉิน

เขายังเปิดเผยว่ารัฐบาลพยายามลดทอนความรุนแรงของรายงานเรื่องบุหรี่มือสอง และมีการสั่งห้ามเขาเข้าร่วมงาน Special Olympics เพียงเพราะงานดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากตระกูล Kennedy ซึ่งเป็นคู่แข่งทางการเมือง

บทบาทในปัจจุบันและการเมือง

Carmona เคยลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาสหรัฐฯ ในรัฐแอริโซนาในปี 2012 ในนามพรรคเดโมแครต แต่พ่ายแพ้ให้กับ Jeff Flake จากพรรครีพับลิกัน ปัจจุบันเขายังคงทำงานในหลากหลายบทบาท เช่น กรรมการบริหารของบริษัท McKesson และ Herbalife รวมถึงเป็นที่ปรึกษาให้กับองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร Rockin' 4 Heroes เพื่อสนับสนุนเจ้าหน้าที่กู้ภัยและทหารผ่านศึก

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • ตำแหน่งสูงสุด: ศัลยแพทย์ใหญ่แห่งสหรัฐอเมริกา คนที่ 17 (2002–2006)
  • ภูมิหลังทางทหาร: อดีตหน่วยรบพิเศษ (Green Beret) และได้รับเหรียญ Purple Heart 2 ครั้ง
  • ผลงานเด่น: รายงานวิจัยยืนยันอันตรายของบุหรี่มือสอง
  • การศึกษา: จบแพทยศาสตรบัณฑิตเกียรตินิยมอันดับหนึ่งจาก UCSF
  • จุดยืนทางการเมือง: สนับสนุน Kamala Harris ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2024
สรุปประวัติและบทบาทสำคัญของ Richard Carmona
ด้าน รายละเอียดสำคัญ
การทหาร กองทัพบกสหรัฐฯ (หน่วยรบพิเศษ), สงครามเวียดนาม, ยศพลเรือเอก (Vice Admiral) ใน USPHS
การแพทย์ ศัลยแพทย์, พยาบาล, ผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลผู้ป่วยวิกฤตและบาดแผลฉกรรจ์
การบริหารสาธารณสุข ศัลยแพทย์ใหญ่สหรัฐฯ (2002-2006), CEO ระบบสุขภาพ Pima County
กฎหมาย รองนายอำเภอ, ผู้นำหน่วย SWAT, ผู้เชี่ยวชาญด้านการเตรียมพร้อมรับมืออาวุธทำลายล้างสูง
การเมือง ผู้สมัครวุฒิสภาสหรัฐฯ (พรรคเดโมแครต), นักวิจารณ์การแทรกแซงทางวิทยาศาสตร์โดยการเมือง
FAQ

คำถามที่พบบ่อย

Richard Carmona มีบทบาทสำคัญอย่างไรในด้านสาธารณสุขสหรัฐฯ?

เขาดำรงตำแหน่งศัลยแพทย์ใหญ่ (Surgeon General) ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ปรึกษาด้านการแพทย์สูงสุดของสหรัฐฯ โดยมีผลงานเด่นคือการผลักดันข้อมูลทางวิทยาศาสตร์เรื่องอันตรายของบุหรี่มือสองให้เป็นที่ยอมรับในวงกว้าง

ทำไมเขาถึงมีความขัดแย้งกับรัฐบาล George W. Bush?

เนื่องจากเขาเชื่อว่ารัฐบาลพยายามแทรกแซงข้อมูลทางวิทยาศาสตร์และสาธารณสุขเพื่อให้สอดคล้องกับอุดมการณ์ทางการเมือง เช่น การปิดกั้นข้อมูลเรื่องโลกร้อนและการวิจัยสเต็มเซลล์

ประวัติการทำงานของเขามีความพิเศษอย่างไร?

เขามีเส้นทางอาชีพที่หลากหลายมาก เริ่มจากการเป็นทหารหน่วยรบพิเศษในสงครามเวียดนาม พัฒนามาเป็นพยาบาล ศัลยแพทย์ และยังเคยเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูงในหน่วย SWAT ก่อนจะก้าวสู่ตำแหน่งบริหารระดับประเทศ

เขามีส่วนเกี่ยวข้องกับการเมืองในปัจจุบันอย่างไร?

แม้จะเคยลงสมัครวุฒิสภาและไม่ได้รับเลือก แต่เขายังคงมีบทบาทในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขและนักเคลื่อนไหว โดยล่าสุดได้ประกาศสนับสนุน Kamala Harris ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 2024