← กลับไปเลือกอ่านเรื่องอื่น
RO

ชีวิตและเรื่องราว · hmn.in.th

Richard Ofshe ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาสังคมและการพิสูจน์คำสารภาพเท็จ

Richard Ofshe ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาสังคมและการพิสูจน์คำสารภาพเท็จ ในโลกของกระบวนการยุติธรรม คำสารภาพ มักถูกมองว่าเป็นหลักฐานที่ทรงพลังที่สุด แต่สำหรับ Richard Ofshe ศา…

Richard Ofsheจิตวิทยาสังคมคำสารภาพเท็จการสอบสวนที่บีบบังคับ

Richard Ofshe ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาสังคมและการพิสูจน์คำสารภาพเท็จ

ในโลกของกระบวนการยุติธรรม คำสารภาพ มักถูกมองว่าเป็นหลักฐานที่ทรงพลังที่สุด แต่สำหรับ Richard Ofshe ศาสตราจารย์กิตติคุณด้านสังคมวิทยาจาก University of California, Berkeley เขากลับมองเห็นช่องโหว่ที่อันตรายในจุดนี้ Ofshe คือผู้เชี่ยวชาญระดับโลกที่อุทิศตนเพื่อศึกษาว่ามนุษย์สามารถถูกชักจูงให้ยอมรับผิดในสิ่งที่ตนไม่ได้ทำได้อย่างไร ผ่านกลไกทางจิตวิทยาและการกดดันในการสอบสวน

เส้นทางวิชาการและความเชี่ยวชาญ

Richard Ofshe เริ่มต้นการศึกษาด้านจิตวิทยา (BA) และสังคมวิทยา (MA) จาก Queens College แห่ง City University of New York ก่อนจะคว้าปริญญาเอก (PhD) ด้านสังคมวิทยา โดยเน้นความเชี่ยวชาญเฉพาะทางด้าน จิตวิทยาสังคม (Social Psychology) จาก Stanford University

เขาเข้าดำรงตำแหน่งอาจารย์ที่ University of California, Berkeley ในปี 1967 และไต่เต้าจนเป็นศาสตราจารย์ในปี 1982 โดยได้รับตำแหน่งศาสตราจารย์กิตติคุณ (Professor Emeritus) ในปี 2003 ผลงานที่โดดเด่นของเขาครอบคลุมตั้งแต่พฤติกรรมระหว่างบุคคลในกลุ่มขนาดเล็ก ไปจนถึงการควบคุมทางสังคมที่บีบบังคับ

สรุปประวัติและผลงานสำคัญของ Richard Ofshe
หัวข้อ รายละเอียด
การศึกษา ปริญญาเอกด้านสังคมวิทยาจาก Stanford University
ตำแหน่งสูงสุด ศาสตราจารย์กิตติคุณ University of California, Berkeley
ความเชี่ยวชาญหลัก การสอบสวนที่บีบบังคับ, คำสารภาพเท็จ, และความทรงจำเทียม
รางวัลเกียรติยศ Fellow ของมูลนิธิ John Simon Guggenheim และรางวัล Roy Dorcus Award

การต่อสู้กับ "คำสารภาพเท็จ" และความยุติธรรมที่ผิดพลาด

Ofshe มีชื่อเสียงอย่างมากในการเป็นพยานผู้เชี่ยวชาญในชั้นศาลมากกว่า 350 ครั้งทั่วสหรัฐอเมริกาและในระดับสากล เขาชี้ให้เห็นว่า การสอบสวนที่บีบบังคับ (Coercive Interrogation) สามารถนำไปสู่คำสารภาพที่ไม่เป็นความจริงได้ ซึ่งไม่ได้เกิดจากความตั้งใจหลอกลวงเสมอไป แต่อาจเกิดจากความเหนื่อยล้า สภาพจิตใจที่เสื่อมถอย หรือการถูกกดดันอย่างหนักจนผู้ถูกสอบสวนเริ่มสงสัยในความทรงจำของตนเอง

เขายังได้วิพากษ์วิจารณ์ การบำบัดเพื่อกู้คืนความทรงจำ (Recovered Memory Therapy) โดยมองว่าเป็นวิธีการที่ขาดหลักการทางวิทยาศาสตร์และอาจสร้าง ความทรงจำเทียม (Pseudo-memory) หรือความทรงจำที่ถูกสร้างขึ้นใหม่จากการชักจูง ซึ่งส่งผลเสียอย่างร้ายแรงต่อผู้ป่วยและครอบครัว

กรณีศึกษาสำคัญที่ Richard Ofshe เข้าไปมีส่วนร่วม

คดี The Norfolk Four

ในคดีฆาตกรรมปี 1997 ชาย 4 คนถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิตหลังจากยอมรับสารภาพภายใต้การสอบสวนที่รุนแรง Ofshe ได้เข้ามาเป็นพยานผู้เชี่ยวชาญและสรุปว่าผู้บริสุทธิ์ทั้ง 4 คนต้องติดคุกเพียงเพื่อความสะดวกในการปิดคดีของเจ้าหน้าที่ จนกระทั่งในปี 2017 พวกเขาได้รับอภัยโทษเต็มรูปแบบและพ้นผิดในที่สุด

คดี West Memphis 3

Ofshe ให้การในคดีที่ผู้ต้องสงสัย 3 คนถูกตัดสินโทษจากคดีฆาตกรรมเด็ก โดยเขาชี้ให้เห็นว่าบันทึกคำสารภาพของหนึ่งในจำเลยเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการถูกบีบบังคับโดยตำรวจ ซึ่งสอดคล้องกับกระแส "ความตื่นตระหนกเรื่องลัทธิซาตาน" (Satanic Panic) ในยุคนั้น

คดี Paul Ingram

ในคดีที่เกี่ยวข้องกับการกล่าวหาเรื่องการล่วงละเมิดในพิธีกรรมซาตาน Ofshe พบว่า Paul Ingram เป็นคนที่ถูกชักจูงได้ง่ายมาก (Suggestible) และสร้างความทรงจำเทียมขึ้นมาหลังจากถูกซักถามอย่างหนักและการใช้การสวดมนต์เพื่อช่วยให้เห็นภาพเหตุการณ์ที่ถูกกล่าวหา

คดีอื่นๆ ที่น่าสนใจ

  • Marty Tankleff: Ofshe โต้แย้งว่าคำสารภาพที่ไม่มีการบันทึกวิดีโอเป็นคำสารภาพเท็จที่เกิดจากการถูกกดดันหลายชั่วโมง จนจำเลยเริ่มสงสัยในความทรงจำตนเอง
  • Tyrone Noling: เขาชี้ว่าคำสารภาพที่นำไปสู่โทษประหารชีวิตของ Noling นั้นไม่น่าเชื่อถือเนื่องจากใช้ยุทธวิธีสอบสวนที่บีบบังคับ
  • Robert Burns Springsteen IV: ให้การเรื่องความเป็นไปได้ของการบีบบังคับในคำสารภาพ ซึ่งนำไปสู่การปล่อยตัวในเวลาต่อมา

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • ผู้เชี่ยวชาญระดับโลก: ได้รับการยอมรับจาก American Psychological Association ในเรื่องการสอบสวนและคำสารภาพเท็จ
  • มาตรฐานทางกฎหมาย: เป็นผู้เชี่ยวชาญคนแรกที่ได้รับอนุญาตให้ให้การในเรื่องนี้ในศาลรัฐบาลกลางสหรัฐฯ (คดี US v. Hall ปี 1997)
  • การต่อต้านเทคนิค Reid: เขาเป็นหนึ่งในผู้วิจารณ์เทคนิคการสอบสวนแบบ Reid (Reid Technique) ว่าอาจนำไปสู่การสารภาพผิดทั้งที่ไม่ได้ทำ
  • ผลงานเขียน: มีผลงานหนังสือและบทความวิชาการจำนวนมาก เช่น "Making Monsters" และ "Therapy's Delusions"
FAQ

คำถามที่พบบ่อย

คำสารภาพเท็จเกิดขึ้นได้อย่างไรในมุมมองของ Richard Ofshe?

เกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย เช่น การใช้เทคนิคสอบสวนที่บีบบังคับ ความเหนื่อยล้าสะสม สภาพจิตใจที่ไม่ปกติ หรือการถูกชักจูงอย่างรุนแรงจนผู้ถูกสอบสวนสร้างความทรงจำเทียมขึ้นมาเพื่อหาทางออกจากการกดดัน

ความทรงจำเทียม (Pseudo-memory) คืออะไร?

คือความทรงจำเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริง แต่ถูกสร้างขึ้นในจิตใจผ่านการชักจูง การบำบัดที่ผิดวิธี หรือการถูกตั้งคำถามนำซ้ำๆ จนสมองยอมรับว่าเหตุการณ์นั้นเคยเกิดขึ้นจริง

ทำไม Richard Ofshe ถึงวิจารณ์การบำบัดเพื่อกู้คืนความทรงจำ?

เพราะเขาเชื่อว่าการบำบัดประเภทนี้มักใช้เทคนิคที่สร้างความทรงจำปลอม ซึ่งนำไปสู่การกล่าวหาผู้บริสุทธิ์และทำลายความสัมพันธ์ในครอบครัว โดยเขาเรียกสิ่งนี้ว่าเป็น "การรักษาที่หลอกลวง" ของศตวรรษที่ 20

บทบาทของ Ofshe ในคดีอาญามีความสำคัญอย่างไร?

เขาทำหน้าที่เป็นพยานผู้เชี่ยวชาญเพื่อช่วยให้คณะลูกขุนและผู้พิพากษาเข้าใจว่า คำสารภาพที่ดูเหมือนจริงอาจเป็นผลมาจากกระบวนการทางจิตวิทยาที่ผิดพลาด ช่วยป้องกันการตัดสินโทษผู้บริสุทธิ์ (Miscarriage of Justice)