← กลับไปเลือกอ่านเรื่องอื่น
RS

ชีวิตและเรื่องราว · hmn.in.th

Richard S. Lindzen นักฟิสิกส์บรรยากาศผู้ท้าทายกระแสหลักเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

Richard S. Lindzen นักฟิสิกส์บรรยากาศผู้ท้าทายกระแสหลักเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ Richard S. Lindzen เป็นนักฟิสิกส์บรรยากาศชาวอเมริกันผู้มีชื่อเสียงระดับโลก โดยเฉพ…

Richard S. Lindzenฟิสิกส์บรรยากาศIris hypothesisQuasi-biennial oscillation

Richard S. Lindzen นักฟิสิกส์บรรยากาศผู้ท้าทายกระแสหลักเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

Richard S. Lindzen เป็นนักฟิสิกส์บรรยากาศชาวอเมริกันผู้มีชื่อเสียงระดับโลก โดยเฉพาะผลงานด้านพลศาสตร์ของบรรยากาศชั้นกลาง (Middle Atmosphere Dynamics) และเคมีแสงของโอโซน ตลอดเส้นทางอาชีพของเขา Lindzen ได้สร้างคุณูปการทางวิทยาศาสตร์มากมายผ่านบทความวิจัยกว่า 200 ฉบับ และดำรงตำแหน่งทางวิชาการที่ทรงเกียรติ ทั้งที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT) จนกระทั่งเกษียณอายุในปี 2013

ประวัติและการศึกษา

Lindzen เกิดเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1940 ที่เมืองเว็บสเตอร์ รัฐแมสซาชูเซตส์ เติบโตในครอบครัวชาวยิวที่ย้ายมาจากเยอรมนีเพื่อหนีการกวาดล้างของนาซี เขาแสดงความเป็นเลิศทางวิชาการตั้งแต่สมัยเรียนที่ Bronx High School of Science ก่อนจะเข้าศึกษาต่อที่สถาบัน Rensselaer Polytechnic และจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด โดยได้รับปริญญาตรีด้านฟิสิกส์ (Magna Cum Laude) ปริญญาโท และปริญญาเอกด้านคณิตศาสตร์ประยุกต์ในปี 1964

วิทยานิพนธ์ระดับปริญญาเอกของเขาเน้นเรื่องกระบวนการแผ่รังสีและเคมีแสงในพลศาสตร์ของบรรยากาศชั้นสตราโตสเฟียร์และเมโซสเฟียร์ ซึ่งกลายเป็นรากฐานสำคัญในการศึกษาปฏิสัมพันธ์ระหว่างโอโซนและการถ่ายโอนรังสีในบรรยากาศ

ผลงานทางวิทยาศาสตร์ที่สำคัญ

ในช่วงต้นของอาชีพ (ค.ศ. 1964–1972) Lindzen ได้ค้นพบปรากฏการณ์สำคัญทางอุตุนิยมวิทยาหลายประการ ดังนี้:

1. เคมีแสงของโอโซน (Ozone Photochemistry)

เขาร่วมกับ Richard M. Goody พัฒนาแบบจำลองที่แม่นยำเกี่ยวกับเคมีแสงของโอโซนในบรรยากาศชั้นกลาง ซึ่งงานวิจัยนี้ถูกนำไปใช้อ้างอิงอย่างกว้างขวางในการศึกษาผลกระทบของการลดลงของโอโซนที่เกิดจากฝีมือมนุษย์ต่อสภาพภูมิอากาศโลก

2. การแกว่งกวัดกึ่งทศวรรษ (Quasi-biennial Oscillation - QBO)

Lindzen เป็นผู้เสนอทฤษฎีกลไกที่ขับเคลื่อน QBO หรือการเปลี่ยนแปลงทิศทางลมในชั้นสตราโตสเฟียร์เขตร้อนที่มีรอบระยะเวลาประมาณ 26 เดือน โดยเขาเสนอว่าเกิดจากคลื่นแรงโน้มถ่วง (Gravity Waves) ที่เคลื่อนที่ในแนวตั้ง ซึ่งต่อมาได้รับการยืนยันด้วยข้อมูลจากการสังเกตการณ์จริง

3. การหมุนรอบตัวเองที่เร็วผิดปกติของดาวศุกร์ (Superrotation of Venus)

เขาได้เสนอทฤษฎีร่วมกับ Stephen B. Fels เพื่ออธิบายว่าเหตุใดชั้นบรรยากาศเหนือเมฆของดาวศุกร์จึงหมุนรอบดาวเร็วกว่าพื้นผิวถึง 50 เท่า โดยระบุว่าถูกขับเคลื่อนด้วยน้ำขึ้นน้ำลงทางความร้อนในบรรยากาศ (Thermal Atmospheric Tide)

ข้อโต้แย้งเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

แม้จะเป็นที่ยอมรับในด้านฟิสิกส์บรรยากาศ แต่ Lindzen กลายเป็นบุคคลที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากการตั้งคำถามต่อฉันทามติทางวิทยาศาสตร์เรื่องภาวะโลกร้อน เขาเรียกกระแสความกังวลที่มากเกินไปว่า "Climate Alarmism"

ในปี 2001 เขาได้เสนอ Iris Hypothesis (สมมติฐานรูม่านตา) ซึ่งระบุว่าเมื่ออุณหภูมิผิวน้ำทะเลในเขตร้อนสูงขึ้น เมฆเซอร์รัส (Cirrus clouds) จะลดลง ทำให้รังสีอินฟราเรดระบายออกจากโลกได้มากขึ้น ซึ่งทำหน้าที่เป็นกลไกป้อนกลับเชิงลบ (Negative Feedback) ที่ช่วยลดความไวของสภาพภูมิอากาศ (Climate Sensitivity) ต่อก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

Lindzen วิจารณ์ว่าแบบจำลองคอมพิวเตอร์ที่ใช้ทำนายอนาคตของโลกนั้นไม่น่าเชื่อถือ เนื่องจากประเมินผลกระทบของไอน้ำในบรรยากาศสูงเกินไป อย่างไรก็ตาม ทฤษฎี Iris ของเขาถูกโต้แย้งโดยนักวิทยาศาสตร์หลายท่าน รวมถึง Gavin Schmidt จาก NASA ที่ระบุว่าข้อมูลจริงแสดงให้เห็นว่าไอน้ำจะเพิ่มขึ้นตามอุณหภูมิที่สูงขึ้น ซึ่งเป็นการตอกย้ำผลกระทบเชิงบวกที่ทำให้โลกร้อนขึ้น

บทบาททางการเมืองและสถาบัน Cato

Lindzen มีบทบาทในการให้คำปรึกษาและเป็นพยานในคณะกรรมาธิการของวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ โดยเขาคัดค้านการให้สัตยาบันในพิธีสารเกียวโต (Kyoto Protocol) และเคยยื่นคำร้องต่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ให้สหรัฐฯ ถอนตัวจากอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

นอกจากนี้ เขายังเคยดำรงตำแหน่ง Distinguished Senior Fellow ที่สถาบัน Cato ซึ่งเป็นสถาบันคลังสมองฝ่ายอนุรักษนิยม โดยมุ่งเน้นศึกษาอิทธิพลของแหล่งเงินทุนภาครัฐที่มีต่อความลำเอียงในงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์และนโยบายสาธารณะ

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • ความเชี่ยวชาญ: ฟิสิกส์บรรยากาศ, คณิตศาสตร์ประยุกต์, และอุตุนิยมวิทยาดินามิก
  • สถาบันหลัก: เคยดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ที่ Harvard University และ MIT
  • ผลงานเด่น: ทฤษฎี QBO, การศึกษา Superrotation ของดาวศุกร์ และสมมติฐาน Iris
  • จุดยืน: ยอมรับว่า CO2 เป็นก๊าซเรือนกระจกและเพิ่มขึ้นจากมนุษย์ แต่เชื่อว่าผลกระทบต่ออุณหภูมิโลกจะต่ำกว่าที่แบบจำลองส่วนใหญ่คาดการณ์
  • รางวัล: ได้รับรางวัลจาก NCAR, AMS และ AGU รวมถึงเป็นสมาชิกของ National Academy of Sciences
สรุปประวัติและผลงานของ Richard S. Lindzen
หัวข้อ รายละเอียด
การศึกษา ปริญญาตรี, โท, เอก จาก Harvard University
ตำแหน่งสำคัญ Alfred P. Sloan Professor of Meteorology ที่ MIT
ทฤษฎีหลัก Iris Hypothesis, QBO Mechanism, Atmospheric Tides
จำนวนผลงาน บทความทางวิทยาศาสตร์มากกว่า 200 ฉบับ
ความเชื่อด้านภูมิอากาศ คัดค้าน "Climate Alarmism" และเชื่อใน Negative Feedback ของเมฆ
FAQ

คำถามที่พบบ่อย

Richard S. Lindzen เชื่อว่าโลกไม่ร้อนขึ้นจริงหรือ?

ไม่ใช่ เขาไม่ได้ปฏิเสธว่าโลกไม่ร้อนขึ้น แต่เขายอมรับว่า CO2 เป็นก๊าซเรือนกระจกและกิจกรรมของมนุษย์ทำให้ระดับ CO2 สูงขึ้น ซึ่งส่งผลให้โลกร้อนขึ้นจริง เพียงแต่เขาเชื่อว่าระดับการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมินั้นจะน้อยกว่าที่นักวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่คาดการณ์ไว้มาก

สมมติฐาน Iris Hypothesis คืออะไร?

คือแนวคิดที่ว่าเมื่อโลกอุ่นขึ้น เมฆเซอร์รัสในเขตร้อนจะลดลง เปรียบเสมือนรูม่านตาที่เปิดกว้างขึ้นเพื่อให้รังสีความร้อน (อินฟราเรด) ระบายออกจากชั้นบรรยากาศได้ง่ายขึ้น ซึ่งจะช่วยยับยั้งไม่ให้อุณหภูมิโลกสูงขึ้นจนเกินไป

ทำไมเขาถึงถูกวิพากษ์วิจารณ์จากเพื่อนร่วมอาชีพ?

นักวิทยาศาสตร์หลายคนมองว่าการนำเสนอข้อมูลของเขาไม่สอดคล้องกับหลักฐานเชิงประจักษ์ และบางส่วนมองว่าการที่เขาได้รับสนับสนุนจากสถาบันที่มีความเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมฟอสซิล (เช่น สถาบัน Cato) ทำให้ความน่าเชื่อถือทางวิชาการลดลง

ผลงานที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดของเขาคืออะไร?

งานวิจัยด้านพลศาสตร์ของบรรยากาศชั้นกลาง โดยเฉพาะการอธิบายกลไกการแกว่งกวัดกึ่งทศวรรษ (QBO) และการศึกษาเรื่องน้ำขึ้นน้ำลงในบรรยากาศ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของอุตุนิยมวิทยาสมัยใหม่