← กลับไปเลือกอ่านเรื่องอื่น
Richard Spencer กับบทบาทผู้นำขบวนการ Alt-right และอุดมการณ์ชาตินิยมผิวขาว

ชีวิตและเรื่องราว · hmn.in.th

Richard Spencer กับบทบาทผู้นำขบวนการ Alt-right และอุดมการณ์ชาตินิยมผิวขาว

Richard Spencer กับบทบาทผู้นำขบวนการ Alt-right และอุดมการณ์ชาตินิยมผิวขาว Richard B. Spencer เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงในด้านลบในฐานะนักทฤษฎีสมคบคิดที่ต่อต้านชาวยิว และเป็นผ…

Richard SpencerAlt-rightชาตินิยมผิวขาวนีโอนาซี

Richard Spencer กับบทบาทผู้นำขบวนการ Alt-right และอุดมการณ์ชาตินิยมผิวขาว

Richard B. Spencer เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงในด้านลบในฐานะนักทฤษฎีสมคบคิดที่ต่อต้านชาวยิว และเป็นผู้สนับสนุนแนวคิด White Supremacy หรือความเชื่อที่ว่าคนผิวขาวมีความเหนือกว่าเชื้อชาติอื่น เขาเป็นที่รู้จักในฐานะผู้ที่อ้างว่าเป็นผู้สร้างคำว่า "Alt-right" (Alternative Right หรือฝ่ายขวาทางเลือก) เพื่อสร้างอัตลักษณ์ทางการเมืองที่แยกตัวออกจากอนุรักษนิยมกระแสหลักในสหรัฐอเมริกา

เป้าหมายหลักของ Spencer คือการผลักดันให้เกิดการรวมตัวของคนผิวขาวในยุโรปเพื่อสร้าง "จักรวรรดิทางเชื้อชาติ" โดยเขาเชื่อว่าการสร้างอัตลักษณ์ผิวขาวที่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวจะสามารถแทนที่ความหลากหลายทางชาติพันธุ์ที่มีอยู่ในปัจจุบันได้

Content image

เส้นทางชีวิตและการศึกษา

Spencer เกิดเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 1978 ที่เมืองบอสตัน รัฐแมสซาชูเซตส์ เติบโตในครอบครัวที่มีฐานะ โดยบิดาเป็นจักษุแพทย์และมารดาเป็นทายาทเจ้าของไร่ฝ้ายในรัฐลุยเซียนา ด้านการศึกษาเขาผ่านสถาบันชั้นนำหลายแห่ง เริ่มจาก St. Mark's School of Texas และเข้าศึกษาที่ Colgate University ก่อนจะย้ายไปจบปริญญาตรีด้านวรรณคดีอังกฤษและดนตรีจาก University of Virginia ในปี 2001

ต่อมาเขาได้รับปริญญาโทด้านมนุษยศาสตร์จาก University of Chicago ในปี 2003 และเคยเข้าศึกษาในระดับปริญญาเอกด้านประวัติศาสตร์ทางปัญญาของยุโรปสมัยใหม่ที่ Duke University แต่ตัดสินใจลาออกกลางคัน โดยระบุเหตุผลในเว็บไซต์ส่วนตัวว่าต้องการออกไปใช้ชีวิตในแบบ "อาชญากรรมทางความคิด" (thought-crime)

บทบาทในการขับเคลื่อนอุดมการณ์ขวาจัด

Spencer เริ่มต้นเส้นทางสายสื่อสารมวลชนจากการเป็นผู้ช่วยบรรณาธิการนิตยสาร The American Conservative แต่ถูกไล่ออกเนื่องจากมีความคิดเห็นที่รุนแรงเกินไป หลังจากนั้นเขาได้ดำรงตำแหน่งบรรณาธิการบริหารของ Taki's Magazine และก่อตั้งเว็บไซต์ AlternativeRight.com ในปี 2010 เพื่อเป็นพื้นที่เผยแพร่แนวคิดของกลุ่ม Alt-right

นอกจากนี้ เขายังเป็นประธานและผู้อำนวยการของ National Policy Institute (NPI) ซึ่งเป็นสถาบันคลังสมองที่สนับสนุนแนวคิดชาตินิยมผิวขาวในรัฐเวอร์จิเนีย และได้จัดทำวารสาร Radix Journal รวมถึงจัดรายการพอดแคสต์ชื่อ "Vanguard Radio" เพื่อขยายฐานผู้ติดตาม

เหตุการณ์ความรุนแรงและการเผชิญหน้าทางกฎหมาย

จุดสูงสุดของความขัดแย้งเกิดขึ้นในเดือนสิงหาคม 2017 เมื่อ Spencer เป็นหนึ่งในผู้จัดงาน Unite the Right ที่เมืองชาร์ลอตส์วิลล์ รัฐเวอร์จิเนีย ซึ่งนำไปสู่การปะทะกันอย่างรุนแรงระหว่างกลุ่มผู้สนับสนุนฝ่ายขวากับกลุ่มผู้ประท้วงต่อต้าน เหตุการณ์นี้ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บอีกจำนวนมาก

จากเหตุการณ์ดังกล่าว Spencer ถูกฟ้องร้องในคดี Sines v. Kessler โดยถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ปลุกปั่นให้เกิดความรุนแรง ซึ่งในเดือนพฤศจิกายน 2021 คณะลูกขุนตัดสินให้เขามีความผิดในสองข้อหา และสั่งให้ชดใช้ค่าเสียหายรวมเป็นเงินถึง 25 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

A photograph of Richard Spencer holding a microphone and pointing

การใช้สัญลักษณ์และวาทกรรมนาซี

Spencer มักใช้สัญลักษณ์และคำพูดที่เชื่อมโยงกับระบอบนาซีอย่างเปิดเผย เช่น การทำท่าคำนับแบบนาซี (Nazi salute) ในที่สาธารณะ และการใช้คำว่า "Lügenpresse" (สื่อโกหก) ซึ่งเป็นคำที่ Joseph Goebbels รัฐมนตรีกระทรวงโฆษณาชวนเชื่อของนาซีเคยใช้

ในช่วงที่ Donald Trump ชนะการเลือกตั้งปี 2016 Spencer ได้กระตุ้นให้ผู้ติดตาม "เฉลิมฉลองเหมือนปี 1933" ซึ่งเป็นปีที่ Adolf Hitler ก้าวขึ้นสู่อำนาจในเยอรมนี พร้อมทั้งกล่าวคำขวัญว่า "Hail Trump, hail our people, hail victory!" ซึ่งสะท้อนถึงความพยายามในการนำระบอบเผด็จการทางเชื้อชาติกลับมาใช้อีกครั้ง

ความสัมพันธ์ที่เปลี่ยนแปลงกับ Donald Trump

ในช่วงแรก Spencer ให้การสนับสนุน Donald Trump อย่างเต็มที่ โดยเชื่อว่าการแต่งตั้ง Steve Bannon จะช่วยผลักดันนโยบายชาตินิยมผิวขาวได้ อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลาผ่านไปเขาเริ่มผิดหวังที่ Trump ไม่สามารถหยุดยั้งการย้ายถิ่นฐานของคนที่ไม่ใช่ผิวขาวได้อย่างเด็ดขาด

ในปี 2020 Spencer ประกาศว่ายุคของ MAGA และ Alt-right ได้สิ้นสุดลง และตัดสินใจสนับสนุน Joe Biden ในการเลือกตั้งครั้งนั้น ต่อมาในปี 2024 เขาได้ประกาศสนับสนุน Kamala Harris โดยวิจารณ์ว่าแนวทางของ Trump นำมาซึ่งความโง่เขลาและความวุ่นวาย

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • ผู้ก่อตั้งแนวคิด: อ้างว่าเป็นผู้สร้างคำว่า "Alt-right" เพื่อแยกตัวจากอนุรักษนิยมกระแสหลัก
  • ความเชื่อหลัก: สนับสนุนการสร้างรัฐชาติสำหรับคนผิวขาว (White Ethnostate) และการชำระล้างทางเชื้อชาติแบบสันติ
  • คดีความสำคัญ: ถูกตัดสินให้ชดใช้ค่าเสียหาย 25 ล้านดอลลาร์จากเหตุการณ์ Unite the Right
  • การถูกแบน: ถูกสั่งห้ามเข้าพื้นที่เชงเกน (Schengen Area) ในยุโรปหลังจากถูกเนรเทศจากฮังการีและถูกแบนโดยโปแลนด์
  • จุดเปลี่ยน: อิทธิพลในฐานะผู้นำ Alt-right ลดลงอย่างมากหลังเหตุการณ์ความรุนแรงที่ Michigan State University ในปี 2018
สรุปข้อมูลบุคคล: Richard B. Spencer
หัวข้อ รายละเอียด
วันเกิด 11 พฤษภาคม 1978 (บอสตัน, สหรัฐฯ)
การศึกษาสูงสุด ปริญญาโท ด้านมนุษยศาสตร์ (University of Chicago)
บทบาทหลัก นักเขียน, สำนักพิมพ์, ผู้นำกลุ่ม Alt-right
องค์กรที่เกี่ยวข้อง National Policy Institute (NPI), AltRight.com
สถานะปัจจุบัน ลดบทบาทการนำขบวนการชาตินิยมผิวขาว
FAQ

คำถามที่พบบ่อย

Alt-right คืออะไรในมุมมองของ Richard Spencer?

Alt-right หรือ "ฝ่ายขวาทางเลือก" คือขบวนการทางการเมืองที่ Spencer สร้างขึ้นเพื่อรวบรวมกลุ่มคนที่เชื่อในอัตลักษณ์ผิวขาว โดยปฏิเสธแนวทางอนุรักษนิยมแบบเดิมที่เขามองว่าไม่สามารถปกป้องผลประโยชน์ของคนผิวขาวได้อย่างแท้จริง

เหตุการณ์ Unite the Right มีความสำคัญอย่างไร?

เป็นเหตุการณ์การชุมนุมในปี 2017 ที่ชาร์ลอตส์วิลล์ ซึ่ง Spencer เป็นผู้จัดงานหลัก นำไปสู่การปะทะกันอย่างรุนแรงระหว่างกลุ่มนีโอนาซีและกลุ่มต่อต้าน จนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก และกลายเป็นจุดเริ่มต้นของคดีความทางกฎหมายที่ทำให้เขาต้องชดใช้เงินมหาศาล

ทำไม Richard Spencer ถึงถูกแบนจากยุโรป?

เนื่องจากเขาใช้คำพูดและสัญลักษณ์ที่เกี่ยวข้องกับนาซี ซึ่งสร้างความไม่พอใจอย่างมากในประเทศที่เคยถูกนาซีรุกราน เช่น โปแลนด์และฮังการี ส่งผลให้เขาถูกเนรเทศและถูกสั่งห้ามเข้าพื้นที่เชงเกนตามข้อตกลงระหว่างประเทศ

ทัศนคติของ Spencer ต่อ Donald Trump เปลี่ยนไปอย่างไร?

เริ่มต้นจากการเป็นผู้สนับสนุนตัวยงที่มองว่า Trump คือเครื่องมือในการนำพาคนผิวขาวสู่ชัยชนะ แต่ภายหลังเปลี่ยนเป็นผู้ต่อต้านอย่างรุนแรง โดยมองว่า Trump เป็นเพียงนักต้มตุ๋นที่ใช้คำพูดสวยหรูแต่ไม่มีแผนงานที่ชัดเจนสำหรับชาตินิยมผิวขาว

ปัจจุบัน Richard Spencer ยังคงเป็นผู้นำกลุ่ม Alt-right หรือไม่?

อิทธิพลของเขาลดลงอย่างมากตั้งแต่ปี 2018 หลังจากเกิดความรุนแรงในงานบรรยายที่ Michigan State University และตัวเขาเองเคยระบุในข้อความส่วนตัวปี 2022 ว่าไม่ได้ระบุตัวตนว่าเป็นชาตินิยมผิวขาวอีกต่อไป