Rick Wakeman ปรมาจารย์คีย์บอร์ดระดับตำนานแห่งวงการ Progressive Rock
หากจะกล่าวถึงนักดนตรีผู้ทรงอิทธิพลที่สุดคนหนึ่งในโลกของดนตรี Progressive Rock (แนวเพลงร็อกที่มีโครงสร้างซับซ้อนและผสมผสานดนตรีคลาสสิก) ชื่อของ Rick Wakeman ย่อมปรากฏขึ้นเป็นอันดับต้นๆ เขาไม่ได้เป็นเพียงมือคีย์บอร์ดผู้มีทักษะการเล่นที่เหนือชั้น แต่ยังเป็นศิลปินผู้สร้างสรรค์ผลงานโซโล่ที่ยิ่งใหญ่และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวตลอดระยะเวลากว่า 6 ทศวรรษ
Wakeman เป็นที่รู้จักในวงกว้างจากการเป็นสมาชิกของวง Yes วงร็อกระดับตำนาน รวมถึงการสร้างสรรค์อัลบั้มคอนเซปต์ (Concept Album หรืออัลบั้มที่เล่าเรื่องราวเดียวกันตลอดทั้งชุด) ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง เช่น The Six Wives of Henry VIII และ Journey to the Centre of the Earth ซึ่งส่งให้เขากลายเป็นไอคอนของยุค 70s ด้วยภาพลักษณ์ที่โดดเด่นและการใช้เครื่องดนตรีที่ล้ำสมัยในยุคนั้น

เส้นทางสู่ความเป็นอัจฉริยะ: จากเด็กชายผู้รักเปียโนสู่มืออาชีพ
Richard Christopher Wakeman เกิดเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 1949 ที่เมือง Perivale ประเทศอังกฤษ เขาเติบโตมาในครอบครัวที่รักดนตรี โดยมีแรงบันดาลใจเริ่มต้นจากการแอบฟังพ่อและญาติๆ เล่นดนตรีในบ้าน จนเริ่มหัดเล่นเปียโนตั้งแต่อายุ 5 ขวบ และได้รับอิทธิพลอย่างมากจาก Sergei Prokofiev คีตกวีชาวรัสเซีย ซึ่งปลูกฝังให้เขาอยากใช้ดนตรีในการเล่าเรื่องราว
ด้วยพรสวรรค์ที่โดดเด่น Wakeman ได้รับการฝึกฝนด้านเปียโนและทฤษฎีดนตรีคลาสสิกอย่างเข้มงวดจนสามารถคว้าชัยชนะในการประกวดดนตรีมากมายในลอนดอน แม้ว่าเขาจะเคยเข้าศึกษาที่ Royal College of Music แต่ด้วยความขัดแย้งในด้านแนวคิดทางดนตรีที่เขามองว่าสถาบันมีความหัวโบราณเกินไป ประกอบกับความต้องการก้าวเข้าสู่โลกของดนตรีร่วมสมัย เขาจึงตัดสินใจลาออกหลังจากเรียนได้เพียงปีเดียวเพื่อมุ่งหน้าสู่เส้นทางนักดนตรีอาชีพ

ยุคทองของ Session Musician และการแจ้งเกิดในวงการ
ก่อนที่จะมีชื่อเสียงระดับโลก Wakeman เริ่มต้นจากการเป็น Session Musician (นักดนตรีรับจ้างบันทึกเสียง) ซึ่งเขามีชื่อเสียงมากในเรื่องความแม่นยำและรวดเร็ว จนได้รับฉายาว่า "One Take Wakeman" โดยเขาได้ร่วมงานกับศิลปินระดับโลกมากมาย เช่น การเล่นในเพลง "Space Oddity" และ "Life on Mars?" ของ David Bowie รวมถึงผลงานของ Cat Stevens และ Elton John
ความสามารถของเขาเริ่มเป็นที่จับตามองในระดับประเทศเมื่อได้ร่วมงานกับวง folk rock อย่าง The Strawbs ซึ่งการแสดงสดที่ Queen Elizabeth Hall ในปี 1970 ทำให้เขากลายเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงที่สื่อดนตรีอย่าง Melody Maker ยกย่องว่าเป็น "ซูเปอร์สตาร์แห่งอนาคต"

การร่วมงานกับวง Yes และการสร้างตำนาน Progressive Rock
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี 1971 เมื่อ Wakeman ได้รับคำชวนให้เข้าร่วมวง Yes แทนที่ Tony Kaye เขาได้นำความรู้ด้านดนตรีคลาสสิกมาผสมผสานกับร็อกอย่างลงตัว โดยใช้เครื่องดนตรีที่หลากหลาย เช่น Hammond organ, Moog synthesizer (เครื่องสังเคราะห์เสียงรุ่นแรกๆ) และ Mellotron (เครื่องดนตรีที่จำลองเสียงเครื่องสายและคอรัส)
ผลงานในอัลบั้ม Fragile และ Close to the Edge ได้สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับดนตรีโปรเกรสซีฟร็อก นอกจากทักษะการเล่นที่ดุดันแล้ว Wakeman ยังสร้างภาพจำด้วยการสวม ผ้าคลุม (Cape) ระยิบระยับบนเวที ซึ่งกลายเป็นสัญลักษณ์ประจำตัวของเขาตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

ความหลากหลายในอาชีพและมรดกทางดนตรี
นอกเหนือจากงานวง Wakeman ยังมีผลงานโซโล่อัลบั้มมากกว่า 100 ชุด โดยมีการทดลองแนวเพลงที่หลากหลาย ตั้งแต่ดนตรี New-age, เพลงคริสเตียน ไปจนถึงดนตรีบรรเลง นอกจากนี้เขายังเป็นบุคลิกภาพทางสื่อที่โดดเด่น ทั้งการเป็นพิธีกรรายการวิทยุ ผู้เขียนหนังสือ และแขกรับเชิญในรายการโทรทัศน์ชื่อดังของ BBC
ในปี 2017 เขาได้รับการบรรจุเข้าสู่ Rock and Roll Hall of Fame ในฐานะสมาชิกวง Yes และในปี 2021 ได้รับการแต่งตั้งเป็น Commander of the Order of the British Empire (CBE) เพื่อเป็นเกียรติแก่การอุทิศตนให้กับวงการดนตรีและการกระจายเสียงของอังกฤษ

ข้อเท็จจริงสำคัญ
- ชื่อเต็ม: Richard Christopher Wakeman
- เครื่องดนตรีหลัก: คีย์บอร์ด, เปียโน, ออร์แกน
- ผลงานเด่น: อัลบั้ม The Six Wives of Henry VIII และการร่วมงานกับวง Yes
- ฉายา: "One Take Wakeman" จากความสามารถในการบันทึกเสียงได้อย่างสมบูรณ์แบบในครั้งเดียว
- รางวัลเกียรติยศ: ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ CBE และเข้าสู่ Rock and Roll Hall of Fame
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| ปีเกิด | 18 พฤษภาคม 1949 |
| แนวเพลงที่เชี่ยวชาญ | Progressive Rock, Classical, Ambient, New-age |
| วงดนตรีที่เคยสังกัด | Yes, The Strawbs, Anderson Bruford Wakeman Howe |
| จำนวนอัลบั้มโซโล่ | มากกว่า 100 อัลบั้ม |
| การศึกษา | Royal College of Music (ลาออกก่อนจบ) |
คำถามที่พบบ่อย
Rick Wakeman มีความสำคัญอย่างไรต่อวง Yes?
เขาเป็นผู้ยกระดับเสียงคีย์บอร์ดของวงให้มีความซับซ้อนและล้ำสมัยมากขึ้น โดยการนำเครื่องสังเคราะห์เสียงและเทคนิคดนตรีคลาสสิกมาใช้ ซึ่งช่วยสร้างเอกลักษณ์ทางเสียงที่โดดเด่นให้กับอัลบั้มระดับตำนานของวง
ทำไมเขาถึงถูกเรียกว่า "One Take Wakeman"?
เป็นฉายาที่ได้มาในช่วงทำงานเป็นนักดนตรี Session เนื่องจากเขามีความสามารถในการอ่านโน้ตและบรรเลงได้อย่างถูกต้องแม่นยำในทันที ทำให้โปรดิวเซอร์ไม่ต้องบันทึกเสียงซ้ำหลายรอบ
เครื่องดนตรีชิ้นไหนที่เป็นเอกลักษณ์ของเขา?
เขาเชี่ยวชาญการใช้ Moog synthesizer, Mellotron และ Hammond organ ซึ่งเป็นเครื่องดนตรีหลักที่ใช้สร้างเสียงที่อลังการในแนวเพลง Progressive Rock
ผลงานโซโล่ที่แนะนำสำหรับผู้เริ่มต้นคืออัลบั้มใด?
แนะนำให้เริ่มจาก The Six Wives of Henry VIII ซึ่งเป็นอัลบั้มคอนเซปต์ที่แสดงถึงการผสมผสานระหว่างประวัติศาสตร์และดนตรีร็อกได้อย่างยอดเยี่ยม
นอกจากดนตรีแล้ว Rick Wakeman ทำอาชีพอะไรอีกบ้าง?
เขาเป็นนักเขียนหนังสือ, ผู้ดำเนินรายการวิทยุ (Planet Rock), พิธีกรรายการโทรทัศน์ และมีพอดแคสต์เป็นของตัวเอง