Riduan Isamuddin หรือ ฮัมบาลี ผู้วางแผนเครือข่ายก่อการร้ายในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ในโลกของการต่อต้านการก่อการร้ายระดับสากล ชื่อของ Riduan Isamuddin หรือที่รู้จักกันในนามแฝงว่า ฮัมบาลี (Hambali) ถูกจารึกไว้ในฐานะบุคคลสำคัญที่มีอิทธิพลอย่างสูงในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เขาเคยดำรงตำแหน่งผู้นำทางทหารของ Jemaah Islamiyah (JI) องค์กรก่อการร้ายสัญชาติอินโดนีเซีย และถูกขนานนามว่าเป็น "โอซามา บิน ลาเดน แห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้" เนื่องจากบทบาทในการเป็นตัวกลางเชื่อมโยงระหว่างกลุ่ม JI และเครือข่าย Al-Qaeda

ความทะเยอทะยานของฮัมบาลีไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่การสร้างเครือข่าย แต่เขามีเป้าหมายสูงสุดในการสถาปนารัฐอิสลามในรูปแบบของ Theocracy (ระบอบการปกครองโดยนักบวชหรือกฎทางศาสนา) ให้ครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงอินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ บรูไน และบางส่วนของฟิลิปปินส์ เมียนมา และไทย โดยตั้งเป้าให้ตนเองเป็นผู้นำสูงสุดหรือ Caliph (กาลิบ)
เส้นทางชีวิตจากหมู่บ้านเกษตรกรรมสู่เครือข่ายก่อการร้ายโลก
ฮัมบาลีเกิดเมื่อวันที่ 4 เมษายน ค.ศ. 1964 ในชื่อ Encep Nurjaman ณ หมู่บ้านเล็กๆ ในจังหวัดจันจูร์ จังหวัดชวาตะวันตก ประเทศอินโดนีเซีย เขาเติบโตมาในครอบครัวเกษตรกรและเป็นลูกคนที่สองจากทั้งหมดสิบสามคน ความสนใจในแนวคิดสุดโต่งเริ่มก่อตัวขึ้นตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมปลายที่โรงเรียน Al-Ianah
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1983 เมื่อเขาเดินทางไปยังอัฟกานิสถานเพื่อเข้าร่วมสงครามโซเวียต-อัฟกานิสถาน ในฐานะ Mujahid (นักรบเพื่อศาสนา) ซึ่งในช่วงปี 1987 ถึง 1990 เขาได้มีโอกาสพบและสร้างสายสัมพันธ์กับ โอซามา บิน ลาเดน ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้เขาได้รับความไว้วางใจจาก Al-Qaeda ในเวลาต่อมา
การสร้างรากฐานในมาเลเซียและบริษัทบังหน้า
หลังจากกลับจากอัฟกานิสถาน ฮัมบาลีได้ย้ายไปพำนักที่มาเลเซียและร่วมมือกับ Abdullah Sungkar และ Abubakar Bashir ผู้ก่อตั้งกลุ่ม JI เขาได้เปลี่ยนชื่อเป็น Riduan Isamuddin เพื่อใช้ในเอกสารพำนักถาวร และใช้ชื่อแฝงว่า ฮัมบาลี ซึ่งอ้างอิงมาจากสำนักนิติศาสตร์อิสลาม Hanbali
เพื่อสนับสนุนกิจกรรมทางทหาร เขาได้จัดตั้งบริษัท Konsojaya ในปี 1994 ซึ่งฉากหน้าคือบริษัทนำเข้า-ส่งออกน้ำมันปาล์มระหว่างมาเลเซียและอัฟกานิสถาน แต่ในความเป็นจริงคือบริษัทบังหน้าเพื่อระดมทุนและสนับสนุนการก่อการร้าย โดยเฉพาะโครงการ Operation Bojinka ซึ่งเป็นแผนการโจมตีทางอากาศที่ถูกเปิดโปงในเวลาต่อมา
ปฏิบัติการใต้ดินและการกวาดล้างระดับนานาชาติ
ในช่วงปี 2000 ฮัมบาลีเริ่มปฏิบัติการแบบใต้ดิน โดยเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการวางระเบิดโบสถ์หลายแห่งในอินโดนีเซีย เขาใช้กลยุทธ์การบริหารจัดการที่เด็ดขาด โดยการจัดเตรียมแผนการ เงินทุน และผู้เชี่ยวชาญด้านระเบิดให้แก่กลุ่มปฏิบัติการ ก่อนจะหลบหนีออกไปก่อนเกิดเหตุระเบิดเสมอ
ชื่อของเขาโด่งดังและเป็นที่ต้องการตัวอย่างมากหลังจากเหตุการณ์ ระเบิดที่เกาะบาหลี ปี 2002 ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตถึง 202 ราย เหตุการณ์นี้ทำให้สหรัฐอเมริกาและนานาชาติยกระดับการตามล่าตัวเขาอย่างเข้มงวด
การจับกุมในประเทศไทย
ฮัมบาลีใช้บ้านปลอดภัย (Safe-houses) กระจายอยู่ทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงกัมพูชาและไทย ในขณะที่กบดานอยู่ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เขาได้วางแผนโจมตีโรงแรมหลายแห่งในไทยและงานประชุม APEC ในกรุงเทพฯ เดือนตุลาคม 2003
ในวันที่ 11 สิงหาคม 2003 ตำรวจไทยได้ร่วมมือกับ CIA บุกเข้าจับกุมฮัมบาลีและภรรยาชาวมาเลเซียได้ในอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมยึดอาวุธและวัตถุระเบิดจำนวนมาก ปิดฉากการหลบหนีที่ยาวนานกว่า 20 เดือน
การคุมขังและการไต่สวนในค่ายกวนตานาโม
หลังการจับกุม ฮัมบาลีถูกส่งตัวไปยัง Black Sites (สถานที่คุมขังลับของ CIA) ในโมร็อกโกและโรมาเนีย ก่อนจะถูกย้ายไปยังค่ายกักกันกวนตานาโม (Guantanamo Bay) ในคิวบา มีรายงานว่าเขาถูกปฏิบัติด้วยวิธีการสอบสวนแบบเข้มข้น หรือ Enhanced Interrogation Techniques (EITs) ซึ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นการทรมานผู้ถูกคุมขัง
ในด้านกฎหมาย เขาถูกจัดประเภทเป็น Enemy Combatant (ผู้สู้รบที่เป็นศัตรู) ซึ่งเป็นนิยามที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ใช้เรียกบุคคลที่สนับสนุน Al-Qaeda หรือกลุ่มที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถคุมขังได้โดยไม่ต้องผ่านกระบวนการศาลพลเรือนตามปกติ
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| ชื่อจริง | Encep Nurjaman / Riduan Isamuddin |
| ฉายา | ฮัมบาลี (Hambali) |
| บทบาทหลัก | ผู้นำทางทหารของ Jemaah Islamiyah (JI) และตัวกลาง Al-Qaeda |
| สถานที่จับกุม | จังหวัดพระนครศรีอยุธยา, ประเทศไทย (11 ส.ค. 2003) |
| สถานะปัจจุบัน | ถูกคุมขังที่ค่ายกวนตานาโม, คิวบา |
| เป้าหมายสูงสุด | สถาปนารัฐอิสลาม (Theocracy) ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ |
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- ความเชื่อมโยงระดับโลก: เป็นเพื่อนสนิทของ Khalid Sheikh Mohammed ผู้วางแผนเหตุการณ์ 11 กันยายน
- เครือข่ายการเงิน: ใช้บริษัท Konsojaya เป็นฉากหน้าในการระดมทุนสนับสนุนการก่อการร้าย
- การปฏิบัติการในไทย: ถูกจับกุมขณะวางแผนโจมตีโรงแรมและงานประชุม APEC ในกรุงเทพฯ
- สถานะทางกฎหมาย: ถูกจัดเป็น "ผู้สู้รบที่เป็นศัตรู" และรอการพิจารณาคดีในศาลทหาร
- การคุมขัง: ผ่านการกักขังในสถานที่ลับ (Black Sites) ก่อนถูกย้ายมายังกวนตานาโม
คำถามที่พบบ่อย
ฮัมบาลีมีความสำคัญอย่างไรต่อกลุ่ม Al-Qaeda?
เขาทำหน้าที่เป็นตัวกลางหลัก (Main Link) ที่เชื่อมโยงระหว่าง Al-Qaeda และ Jemaah Islamiyah ทำให้การปฏิบัติการก่อการร้ายในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้รับการสนับสนุนทั้งด้านเงินทุนและยุทธศาสตร์จากเครือข่ายระดับโลก
ทำไมเขาถึงถูกเรียกว่า "โอซามา บิน ลาเดน แห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้"?
เนื่องจากเขามีบทบาทในการวางแผน บริหารจัดการ และขยายเครือข่ายก่อการร้ายในภูมิภาคนี้อย่างกว้างขวาง เช่นเดียวกับที่บิน ลาเดน ทำในระดับโลก
การจับกุมในประเทศไทยเกิดขึ้นได้อย่างไร?
เกิดจากปฏิบัติการร่วมระหว่างตำรวจไทยและ CIA โดยใช้ข้อมูลการสืบสวนจนพบที่กบดานของเขาในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งเขาใช้พาสปอร์ตสเปนปลอมในการเดินทางเข้าประเทศ
สถานะปัจจุบันของฮัมบาลีเป็นอย่างไร?
ปัจจุบันเขายังคงถูกคุมขังอยู่ที่ค่ายกักกันกวนตานาโมในคิวบา และอยู่ในกระบวนการรอการพิจารณาคดีโดยศาลทหารของสหรัฐฯ
คำว่า "Enemy Combatant" ที่ใช้กับฮัมบาลีหมายถึงอะไร?
หมายถึง บุคคลที่ถูกระบุว่ามีส่วนร่วมหรือสนับสนุนกลุ่มตาลีบัน, Al-Qaeda หรือกองกำลังที่เกี่ยวข้อง ซึ่งกระทำการเป็นศัตรูกับสหรัฐฯ ทำให้สามารถถูกคุมขังได้ภายใต้กฎเกณฑ์พิเศษที่แตกต่างจากเชลยศึกทั่วไป