← กลับไปเลือกอ่านเรื่องอื่น
Robert Bullard บิดาแห่งความยุติธรรมทางสิ่งแวดล้อม ผู้ต่อสู้กับการเหยียดเชื้อชาติในมลพิษ

ชีวิตและเรื่องราว · hmn.in.th

Robert Bullard บิดาแห่งความยุติธรรมทางสิ่งแวดล้อม ผู้ต่อสู้กับการเหยียดเชื้อชาติในมลพิษ

Robert Bullard บิดาแห่งความยุติธรรมทางสิ่งแวดล้อม ผู้ต่อสู้กับการเหยียดเชื้อชาติในมลพิษ ในโลกของการขับเคลื่อนด้านสิ่งแวดล้อม ชื่อของ Robert Bullard ไม่ได้เป็นเพียงนักวิชา…

Robert Bullardความยุติธรรมทางสิ่งแวดล้อมEnvironmental Justiceการเหยียดเชื้อชาติทางสิ่งแวดล้อม

Robert Bullard บิดาแห่งความยุติธรรมทางสิ่งแวดล้อม ผู้ต่อสู้กับการเหยียดเชื้อชาติในมลพิษ

ในโลกของการขับเคลื่อนด้านสิ่งแวดล้อม ชื่อของ Robert Bullard ไม่ได้เป็นเพียงนักวิชาการ แต่เขาคือผู้บุกเบิกที่ทำให้โลกตระหนักถึงความเหลื่อมล้ำในการจัดการมลพิษ จนได้รับฉายาว่า "บิดาแห่งความยุติธรรมทางสิ่งแวดล้อม" (Father of Environmental Justice) โดยเขาได้อุทิศตนเพื่อเปิดโปงปัญหา Environmental Racism หรือการเหยียดเชื้อชาติทางสิ่งแวดล้อม ซึ่งหมายถึงการที่ชุมชนคนผิวสีหรือกลุ่มผู้ด้อยโอกาส มักถูกเลือกให้เป็นที่ตั้งของโรงงานขยะหรือแหล่งมลพิษมากกว่าชุมชนคนผิวขาว

ปัจจุบัน Bullard ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์กิตติคุณที่ Texas Southern University และเคยดำรงตำแหน่งคณบดีของ Barbara Jordan – Mickey Leland School of Public Affairs ระหว่างปี 2011 ถึง 2016 ผลงานของเขาได้เปลี่ยนโฉมหน้าการต่อสู้ด้านสิทธิพลเมืองให้ครอบคลุมไปถึงสิทธิในการอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่สะอาดและปลอดภัย

Content image

เส้นทางชีวิตและการศึกษา

Robert Doyle Bullard เกิดเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 1946 ที่เมือง Elba รัฐ Alabama เขาเติบโตมาในครอบครัวที่มีลูก 5 คน และมีความโดดเด่นด้านการเรียนมาตั้งแต่เยาว์วัย โดยจบการศึกษาจาก Mulberry Heights High School ในฐานะรองนักเรียนดีเด่น (Salutatorian) เมื่อปี 1964

ด้านการศึกษาระดับอุดมศึกษา Bullard สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านการปกครองจาก Alabama A&M University ในปี 1968 หลังจากนั้นเขาได้เข้ารับใช้ชาติในกองกำลังนาวิกโยธินสหรัฐฯ เป็นเวลา 2 ปี ณ สถานีควบคุมการบินในรัฐ North Carolina ก่อนจะกลับมาศึกษาต่อในระดับปริญญาโทด้านสังคมวิทยาที่ Clark Atlanta University (1972) และคว้าปริญญาเอกด้านสังคมวิทยาจาก Iowa State University ในปี 1976 ภายใต้การดูแลของ Robert O. Richards นักสังคมวิทยาเมืองผู้เชี่ยวชาญ

จุดเริ่มต้นของการต่อสู้: คดี Bean v. Southwestern Waste Management

จุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิตของ Bullard เกิดขึ้นในปี 1979 เมื่อ Linda McKeever ภรรยาของเขาซึ่งเป็นทนายความ ได้รับว่าจ้างให้เป็นตัวแทนของ Margaret Bean และชาวเมือง Houston ในการคัดค้านโครงการสร้างหลุมฝังกลบขยะเทศบาลใกล้ที่พักอาศัย คดีนี้ถือเป็นครั้งแรกในสหรัฐฯ ที่มีการฟ้องร้องเรื่องการเลือกปฏิบัติทางสิ่งแวดล้อมโดยใช้กฎหมายสิทธิพลเมือง

Bullard ได้เข้ามามีบทบาทในฐานะพยานผู้เชี่ยวชาญ โดยเขาได้ทำการศึกษาและจัดทำรายงานชื่อ 'Solid Waste Sites and the Black Houston Community' ซึ่งเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่ชี้ให้เห็นถึง Ecoracism (การเหยียดเชื้อชาติผ่านสิ่งแวดล้อม) ในสหรัฐฯ ผลการศึกษาพบว่า แม้คนผิวสีจะมีประชากรเพียง 25% ของเมือง Houston แต่สถานที่กำจัดขยะของรัฐทั้ง 5 แห่ง เตาเผาขยะ 6 จาก 8 แห่ง และหลุมฝังกลบเอกชน 3 จาก 4 แห่ง กลับตั้งอยู่ในย่านที่อยู่อาศัยของคนผิวสีเกือบทั้งหมด

ประสบการณ์นี้ทำให้ Bullard มองเห็นว่านี่คือรูปแบบหนึ่งของ Apartheid หรือการแบ่งแยกเชื้อชาติ โดยที่คนผิวขาวเป็นผู้ตัดสินใจเลือกสถานที่ทิ้งขยะ ในขณะที่คนผิวสีและกลุ่มชาติพันธุ์ไม่มีสิทธิ์มีเสียงในการตัดสินใจเลย

การขยายผลสู่ระดับชาติและนโยบายโลก

ในช่วงทศวรรษ 1980 Bullard ได้ขยายขอบเขตการศึกษาไปยังพื้นที่ต่างๆ ในภาคใต้ของสหรัฐฯ เช่น Dallas, Alsen, Institute และ Emelle ซึ่งพบรูปแบบเดียวกันคือ ชุมชนคนผิวสีต้องเผชิญกับความเสี่ยงด้านสุขภาพจากมลพิษสูงกว่าชุมชนคนผิวขาวอย่างเห็นได้ชัด จนนำไปสู่การตีพิมพ์หนังสือเล่มสำคัญ Dumping in Dixie: Race, Class and Environmental Quality ในปี 1990

นอกจากงานวิชาการ เขายังเป็นผู้นำกลุ่มนักวิชาการที่เรียกว่า Michigan Group เพื่อกดดันหน่วยงานรัฐบาล เช่น EPA (สำนักงานปกป้องสิ่งแวดล้อม) ให้หันมาสนใจปัญหาการเลือกปฏิบัติทางสิ่งแวดล้อม จนนำไปสู่การจัดตั้ง Office of Environmental Justice ในปี 1993

ผลงานที่โดดเด่นอีกประการคือการจัดงาน First National People of Color Environmental Leadership Summit ในปี 1991 ซึ่งเขาสามารถรวบรวมกลุ่มเคลื่อนไหวจาก 30 กลุ่ม เพิ่มขึ้นเป็นกว่า 300 กลุ่ม รวมถึงกลุ่มจากแคนาดา เม็กซิโก และเปอร์โตริโก จนเกิดเป็น "หลักการความยุติธรรมทางสิ่งแวดล้อม 17 ประการ" และส่งผลให้ประธานาธิบดี Bill Clinton ลงนามในคำสั่งบริหาร (Executive Order 12898) เกี่ยวกับความยุติธรรมทางสิ่งแวดล้อมในปี 1994

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • ฉายา: บิดาแห่งความยุติธรรมทางสิ่งแวดล้อม (Father of Environmental Justice)
  • ผลงานหลัก: พิสูจน์การเลือกปฏิบัติในการตั้งโรงงานขยะในย่านคนผิวสีในเมือง Houston
  • ความสำเร็จทางนโยบาย: มีส่วนสำคัญในการผลักดันคำสั่งบริหารของประธานาธิบดี Bill Clinton ปี 1994
  • แนวคิดหลัก: การผสานการเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิพลเมืองเข้ากับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
  • บทบาทปัจจุบัน: ศาสตราจารย์กิตติคุณที่ Texas Southern University
สรุปประวัติและผลงานของ Robert Bullard
หัวข้อ รายละเอียด
การศึกษา ปริญญาตรี (Alabama A&M), ปริญญาโท (Clark Atlanta), ปริญญาเอก (Iowa State)
ผลงานเขียนชิ้นสำคัญ Dumping in Dixie (1990)
รางวัลเด่น Champions of the Earth (2020), John Muir Award (2013)
ความเชี่ยวชาญ สังคมวิทยา, ความยุติธรรมทางสิ่งแวดล้อม, การเหยียดเชื้อชาติทางสิ่งแวดล้อม
FAQ

คำถามที่พบบ่อย

Robert Bullard คือใคร?

เขาเป็นนักวิชาการและนักเคลื่อนไหวชาวอเมริกัน ผู้ได้รับฉายาว่า "บิดาแห่งความยุติธรรมทางสิ่งแวดล้อม" จากการต่อสู้เพื่อสิทธิของชุมชนคนผิวสีที่ไม่ควรถูกบังคับให้รับภาระมลพิษจากโรงงานหรือหลุมฝังกลบขยะ

Environmental Racism คืออะไร?

คือการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติในนโยบายสิ่งแวดล้อม เช่น การจงใจเลือกตั้งโรงงานกำจัดขยะพิษหรือแหล่งมลพิษในพื้นที่ที่มีคนผิวสีหรือกลุ่มชาติพันธุ์อาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก เนื่องจากกลุ่มคนเหล่านี้มักมีอำนาจต่อรองทางการเมืองน้อยกว่า

คดี Bean v. Southwestern Waste Management มีความสำคัญอย่างไร?

เป็นคดีแรกในสหรัฐอเมริกาที่ใช้กฎหมายสิทธิพลเมืองมาฟ้องร้องเรื่องการเลือกปฏิบัติในการเลือกสถานที่ตั้งสิ่งอำนวยความสะดวกด้านขยะ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ Robert Bullard เริ่มศึกษาเรื่องการเหยียดเชื้อชาติทางสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง

ผลกระทบที่สำคัญที่สุดจากงานของ Robert Bullard คืออะไร?

งานของเขาทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในระดับนโยบายรัฐบาลสหรัฐฯ โดยมีการจัดตั้งสำนักงานความยุติธรรมทางสิ่งแวดล้อมใน EPA และการออกคำสั่งบริหารโดยประธานาธิบดี เพื่อให้การพิจารณาโครงการด้านสิ่งแวดล้อมต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อกลุ่มคนทุกเชื้อชาติอย่างเท่าเทียม

Robert Bullard ได้รับรางวัลอะไรบ้าง?

เขาได้รับรางวัลระดับโลกมากมาย เช่น รางวัล Lifetime Achievement จาก Champions of the Earth ในปี 2020, รางวัล John Muir Award จาก Sierra Club และได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์จากหลายมหาวิทยาลัย