Robert D. Haas ผู้นำวิสัยทัศน์ไกลผู้ขับเคลื่อน Levi Strauss & Co. สู่ความยั่งยืนและจริยธรรม
หากพูดถึงแบรนด์กางเกงยีนส์ระดับโลกอย่าง Levi Strauss & Co. ชื่อของ Robert D. Haas คือบุคคลสำคัญที่ไม่ได้เพียงแค่บริหารธุรกิจให้เติบโต แต่ยังเป็นผู้ปลูกฝังจิตวิญญาณแห่งความเท่าเทียมและจริยธรรมลงในวัฒนธรรมองค์กรอย่างลึกซึ้ง ในฐานะทายาทรุ่นหลังของตระกูลผู้ก่อตั้ง เขาได้นำพาบริษัทผ่านการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญทั้งในด้านกลยุทธ์การตลาดและการดูแลสังคม
เส้นทางชีวิตและการศึกษาที่หล่อหลอมความเป็นผู้นำ
Robert D. Haas เกิดเมื่อวันที่ 3 เมษายน ค.ศ. 1942 ณ เมืองซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย เขาเติบโตมาในครอบครัวที่ให้ความสำคัญกับคุณธรรม โดยเป็นบุตรของ Walter A. Haas Jr. และ Evelyn Danzig Haas ด้านการศึกษา Haas มีประวัติที่โดดเด่นอย่างมาก โดยสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีจาก University of California, Berkeley ในปี 1964 และคว้าปริญญาโทด้านบริหารธุรกิจ (MBA) จาก Harvard Business School ในปี 1968 ซึ่งเขาได้รับเกียรติเป็น Baker Scholar
ก่อนจะก้าวเข้าสู่โลกธุรกิจอย่างเต็มตัว Haas ได้สั่งสมประสบการณ์ผ่านการทำงานที่หลากหลาย ทั้งการเป็นอาสาสมัครในหน่วยสันติภาพ (Peace Corps) ณ ประเทศไอวอรี่โคสต์ ระหว่างปี 1964-1966 การได้รับเลือกเป็น White House Fellow ในปี 1968-1969 และการทำงานเป็นที่ปรึกษาที่ McKinsey & Company ซึ่งประสบการณ์เหล่านี้ช่วยให้เขามีมุมมองที่กว้างไกลทั้งในด้านสังคม การเมือง และการบริหารจัดการ
การปฏิรูป Levi Strauss & Co. และความสำเร็จทางธุรกิจ
Haas เริ่มต้นทำงานกับ Levi Strauss & Co. ในปี 1973 และไต่เต้าผ่านตำแหน่งต่างๆ จนได้รับเลือกเป็นประธานและ CEO ในปี 1984 และดำรงตำแหน่งประธานบอร์ดบริหารตั้งแต่ปี 1989 จนถึง 2008 โดยเขาเป็นทายาทคนสุดท้ายของตระกูล Levi Strauss ที่ได้ดำรงตำแหน่งสูงสุดของบริษัท
ภายใต้การนำของเขา บริษัทมีการเติบโตอย่างก้าวกระโดดทั้งในด้านยอดขายและกำไร โดยมีปัจจัยหลักมาจากการขยายตลาดเครื่องแต่งกายแบรนด์ Levi's ไปทั่วโลก รวมถึงการสร้างและผลักดันแบรนด์ Dockers ซึ่งเป็นเสื้อผ้าสไตล์ลำลองให้ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้เขายังปรับโครงสร้างองค์กรให้มีความคล่องตัวมากขึ้น (Flatter Organization) โดยการลดจำนวนพนักงานลงหนึ่งในสาม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน พร้อมทั้งลงทุนมหาศาลในด้านเทคโนโลยี การตลาด และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ
เหตุการณ์สำคัญอีกประการหนึ่งคือในปี 1985 Haas ได้นำบริษัทกลับมาเป็นกิจการส่วนตัวอีกครั้ง ซึ่งการทำ LBO (Leveraged Buyout หรือการกู้เงินมาซื้อกิจการ) ในครั้งนั้น ถือเป็นการทำ LBO ที่มีมูลค่าสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ธุรกิจของสหรัฐอเมริกาในขณะนั้น
ต้นแบบด้านจริยธรรมและความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR)
สิ่งที่ทำให้ Robert D. Haas โดดเด่นกว่าผู้บริหารทั่วไปคือการยึดมั่นใน Corporate Social Responsibility (CSR) หรือความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร เขาได้สานต่อเจตนารมณ์ของบรรพบุรุษที่ให้ความสำคัญกับความเป็นมนุษย์มากกว่าผลกำไร โดย Levi Strauss กลายเป็นบริษัทแรกที่กำหนดและบังคับใช้มาตรฐานความปลอดภัยและสวัสดิภาพในที่ทำงานอย่างจริงจัง
ในยุคที่โรค HIV/AIDS ยังเป็นเรื่องที่สังคมไม่เข้าใจและหวาดกลัว ในปี 1982 บริษัทภายใต้การนำของ Haas เป็นธุรกิจรายใหญ่แห่งแรกที่ยื่นมือเข้ามาแก้ไขปัญหานี้ โดยการสร้างมาตรฐานการดูแลพนักงานที่ติดเชื้อ HIV และจัดโปรแกรมสร้างความตระหนักรู้ในองค์กร ซึ่งมูลนิธิ Levi Strauss ได้บริจาคเงินมากกว่า 60 ล้านดอลลาร์สหรัฐให้กับองค์กรไม่แสวงหากำไรที่เกี่ยวข้องกับเอดส์ ส่งผลให้เขาได้รับรางวัล Edward N. Brandt Jr. Award ในปี 1991
นอกจากนี้ ในปี 1992 เขายังสร้างประวัติศาสตร์ให้ Levi Strauss เป็นบริษัทใน Fortune 500 แห่งแรกที่มอบสวัสดิการด้านสุขภาพให้แก่คู่ชีวิตที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสของพนักงาน และเป็นผู้ริเริ่มกำหนดมาตรฐานการปฏิบัติต่อแรงงานในโรงงานคู่สัญญา (Contractor Factories) ทั่วโลก ซึ่งกลายเป็นต้นแบบให้แก่อุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มและรองเท้าในเวลาต่อมา
บทบาทด้านการกุศลและการสนับสนุนการศึกษา
นอกเหนือจากบทบาททางธุรกิจ Haas ยังเป็นนักการกุศลที่ทุ่มเท โดยเฉพาะการสนับสนุนสถาบันการศึกษาเดิมของเขาที่ UC Berkeley ผ่านการก่อตั้ง Haas Scholars Program เพื่อมอบทุนการศึกษาให้แก่นักศึกษาที่มีความสามารถโดดเด่นในการทำวิจัยหรือโครงการสร้างสรรค์ รวมถึงการดำรงตำแหน่งในมูลนิธิครอบครัว Evelyn and Walter Haas Jr. Fund เพื่อสร้างสังคมที่ทุกคนได้รับสิทธิและโอกาสพื้นฐานอย่างเท่าเทียม
ด้วยผลงานที่โดดเด่น เขาได้รับรางวัล Ron Brown Leadership Award จากประธานาธิบดี บิล คลินตัน ในปี 1998 จากโครงการ "Project Change" ที่ต่อต้านการเหยียดเชื้อชาติ และได้รับเลือกเป็นศิษย์เก่าดีเด่นแห่งปี (Alumnus of the Year) ของ UC Berkeley ในปี 2009
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- ตำแหน่งสูงสุด: อดีตประธานและ CEO ของ Levi Strauss & Co. (1984-1999)
- ความสำเร็จทางธุรกิจ: ขยายตลาด Levi's สู่สากลและสร้างแบรนด์ Dockers ให้เติบโต
- ความเป็นผู้นำด้านสังคม: บุกเบิกสวัสดิการสำหรับผู้ป่วย HIV/AIDS และคู่ชีวิตเพศเดียวกันในที่ทำงาน
- การศึกษา: ปริญญาตรีจาก UC Berkeley และ MBA จาก Harvard Business School
- การกุศล: ผู้ก่อตั้งทุน Haas Scholars และสนับสนุนมูลนิธิเพื่อสิทธิมนุษยชน
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| ช่วงเวลาดำรงตำแหน่ง CEO | ค.ศ. 1984 – 1999 |
| ช่วงเวลาดำรงตำแหน่งประธานบอร์ด | ค.ศ. 1989 – 2008 |
| ผลงานเด่นด้านผลิตภัณฑ์ | การเติบโตของแบรนด์ Dockers และการขยายตลาดโลก |
| ผลงานเด่นด้านสังคม | มาตรฐานแรงงานโลก และสวัสดิการผู้ติดเชื้อ HIV/AIDS |
| รางวัลเกียรติยศ | Ron Brown Leadership Award (1998) |
คำถามที่พบบ่อย
Robert D. Haas มีความเกี่ยวข้องอย่างไรกับผู้ก่อตั้ง Levi Strauss?
เขาเป็นเหลนของเหลน (Great-great-grandnephew) ของ Levi Strauss ผู้ก่อตั้งบริษัท และเป็นบุตรของ Walter A. Haas Jr.
กลยุทธ์ทางธุรกิจที่สำคัญที่สุดของ Robert D. Haas คืออะไร?
เขาเน้นการปรับองค์กรให้แบนราบ (Flatter Organization) เพื่อความคล่องตัว การลงทุนในเทคโนโลยีและการตลาด และการขยายฐานลูกค้าผ่านแบรนด์ Dockers และการบุกตลาดต่างประเทศ
Levi Strauss ภายใต้การนำของ Haas มีบทบาทอย่างไรต่อสังคม?
บริษัทเป็นผู้นำในการสร้างมาตรฐานความปลอดภัยในที่ทำงาน เป็นบริษัทแรกๆ ที่ดูแลพนักงานที่ติดเชื้อ HIV/AIDS และมอบสวัสดิการให้คู่ชีวิตที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส รวมถึงกำหนดมาตรฐานจริยธรรมสำหรับโรงงานคู่สัญญา
Robert D. Haas สนับสนุนด้านการศึกษาอย่างไรบ้าง?
เขาได้ก่อตั้ง Haas Scholars Program ที่ UC Berkeley เพื่อให้ทุนสนับสนุนนักศึกษาที่มีความสามารถในการทำวิจัยและโครงการสร้างสรรค์ในช่วงปีสุดท้ายของการศึกษา
การทำ LBO ของ Levi Strauss ในปี 1985 มีความสำคัญอย่างไร?
เป็นการนำบริษัทกลับมาเป็นกิจการส่วนตัว ซึ่งในขณะนั้นถือเป็นการทำ Leveraged Buyout ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ธุรกิจของสหรัฐอเมริกา