← กลับไปเลือกอ่านเรื่องอื่น
Robert Doyle เส้นทางการเมืองจากผู้นำฝ่ายค้านสู่เจ้าเมืองเมลเบิร์นและจุดจบที่อื้อฉาว

ชีวิตและเรื่องราว · hmn.in.th

Robert Doyle เส้นทางการเมืองจากผู้นำฝ่ายค้านสู่เจ้าเมืองเมลเบิร์นและจุดจบที่อื้อฉาว

Robert Doyle เส้นทางการเมืองจากผู้นำฝ่ายค้านสู่เจ้าเมืองเมลเบิร์นและจุดจบที่อื้อฉาว Robert Doyle หรือชื่อเต็มคือ Robert Keith Bennett Doyle เป็นนักการเมืองชาวออสเตรเลียที…

Robert DoyleLord Mayor of Melbourneการเมืองออสเตรเลียพรรคลิเบอรัล

Robert Doyle เส้นทางการเมืองจากผู้นำฝ่ายค้านสู่เจ้าเมืองเมลเบิร์นและจุดจบที่อื้อฉาว

Robert Doyle หรือชื่อเต็มคือ Robert Keith Bennett Doyle เป็นนักการเมืองชาวออสเตรเลียที่มีบทบาทสำคัญในรัฐวิกตอเรีย โดยเคยดำรงตำแหน่งสำคัญทั้งในระดับรัฐและระดับเมือง เขาเป็นที่รู้จักในฐานะเจ้าเมืองเมลเบิร์น (Lord Mayor of Melbourne) ลำดับที่ 103 และอดีตผู้นำฝ่ายค้านของรัฐวิกตอเรียภายใต้สังกัดพรรคลิเบอรัล (Liberal Party)

Content image

จุดเริ่มต้นและเส้นทางสู่การเมืองระดับรัฐ

ดอยล์เกิดเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 1953 ณ เมืองเมลเบิร์น และเริ่มต้นชีวิตการทำงานในสายการศึกษา โดยจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยโมนาช (Monash University) ในปี 1977 ก่อนจะผันตัวมาเป็นครูและผู้บริหารในโรงเรียนหลายแห่ง เช่น Geelong College, Lauriston Girls' School และ Scotch College

เขาเข้าสู่สนามการเมืองในปี 1992 โดยได้รับเลือกให้เป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งรัฐวิกตอเรีย (Victorian Legislative Assembly) เขต Malvern ในช่วงแรกดอยล์ได้รับมอบหมายให้ดูแลงานด้านการป้องกันอาชญากรรมและงานด้านสาธารณสุข จนกระทั่งได้รับการเลื่อนตำแหน่งเป็นเลขานุการรัฐสภาด้านบริการมนุษย์ (Parliamentary Secretary for Human Services) ในปี 1996

บทบาทผู้นำฝ่ายค้านและการเผชิญความพ่ายแพ้

ในช่วงปี 2002 ดอยล์ได้ก้าวขึ้นเป็นผู้นำฝ่ายค้านของรัฐวิกตอเรียหลังจากท้าชิงตำแหน่งจาก Denis Napthine โดยเขามองว่าพรรคลิเบอรัลจำเป็นต้องเปลี่ยนผู้นำเพื่อหลีกเลี่ยงความล้มเหลวทางการเมือง อย่างไรก็ตาม การเลือกตั้งในปี 2002 กลับกลายเป็นความพ่ายแพ้ครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งของพรรค นับตั้งแต่ปี 1945 โดยพรรคสูญเสียที่นั่งในสภาล่างไปมากกว่าครึ่งหนึ่ง

แม้จะเผชิญกับคะแนนนิยมส่วนตัวที่ลดลงเหลือเพียง 15% และการลาออกของทีมงานใกล้ชิด แต่ดอยล์ยังคงดำรงตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านจนถึงเดือนพฤษภาคม 2006 ก่อนจะประกาศลาออกเพื่อให้พรรคมีโอกาสประสบความสำเร็จในการเลือกตั้งครั้งต่อไป และสิ้นสุดบทบาทสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในเดือนพฤศจิกายนปีเดียวกัน

การดำรงตำแหน่งเจ้าเมืองเมลเบิร์นและนโยบายที่โดดเด่น

ดอยล์กลับมามีบทบาทอีกครั้งในระดับท้องถิ่น โดยได้รับเลือกเป็น Lord Mayor of Melbourne เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2008 และได้รับเลือกตั้งซ้ำในปี 2012 ซึ่งเขามีความผูกพันกับตำแหน่งนี้เป็นพิเศษเนื่องจากทวดของเขา (Robert Bennett) เคยดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีเมืองเมลเบิร์นในช่วงปี 1861-1862

ในด้านการบริหาร ดอยล์มุ่งเน้นการผลักดันให้เมลเบิร์นเป็น "เมืองที่ไม่เคยหลับใหล" (Night-time city) โดยสนับสนุนระบบขนส่งสาธารณะ 24 ชั่วโมงในวันหยุด และการขยายเวลาเปิดให้บริการของสถานบันเทิง นอกจากนี้เขายังเป็นผู้สนับสนุนความเท่าเทียมในการสมรส (Marriage Equality) อย่างชัดเจน

อย่างไรก็ตาม บางนโยบายของเขาก็สร้างความขัดแย้ง เช่น ความพยายามนำรถยนต์ส่วนบุคคลกลับมาวิ่งบนถนน Swanston Street ซึ่งเดิมเป็นพื้นที่จำกัดรถยนต์ รวมถึงการวิพากษ์วิจารณ์กลุ่มศิลปินเปิดหมวกที่เขาเรียกว่า "ไร้ความสามารถ" และการพยายามกำจัดกลุ่มคนที่เขาเรียกว่า "bogans" (คำแสลงเรียกคนชั้นแรงงานที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม) ออกจากใจกลางเมือง

ความขัดแย้งระดับนานาชาติและการปราบปรามผู้ประท้วง

ดอยล์เคยเผชิญหน้ากับรัฐบาลจีนในปี 2009 เมื่อเขาปฏิเสธที่จะระงับการฉายภาพยนตร์เรื่อง The 10 Conditions of Love ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับชาวอุยกูร์ แม้จะถูกข่มขู่ว่าจะตัดความสัมพันธ์เมืองพี่เมืองน้องระหว่างเมลเบิร์นและเทียนจิน แต่เขากลับยื่นเรื่องร้องเรียนไปยังกระทรวงการต่างประเทศและและการค้าของออสเตรเลียเพื่อให้เตือนสถานทูตจีนให้ปฏิบัติตัวอย่างเหมาะสม

นอกจากนี้ เขายังถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากการใช้กำลังตำรวจปราบปรามกลุ่มผู้ประท้วง Occupy Melbourne ใน City Square โดยดอยล์เรียกกลุ่มผู้ประท้วงว่า "กลุ่มคนหลงตัวเองที่พยายามยึดครองเมือง" ซึ่งนำไปสู่การฟ้องร้องทางกฎหมายและการโจมตีผ่านสื่อสังคมออนไลน์จนเขาต้องปิดบัญชี Facebook และ Twitter ในช่วงหนึ่ง

จุดสิ้นสุดของอาชีพการเมืองและคดีอื้อฉาว

เส้นทางการเมืองของดอยล์สิ้นสุดลงอย่างกะทันหันเมื่อเขาลาออกจากตำแหน่งเจ้าเมืองในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2018 ท่ามกลางข้อกล่าวหาเรื่องการคุกคามทางเพศ โดยเริ่มจาก Tessa Sullivan สมาชิกสภาเมืองที่ยื่นเรื่องร้องเรียนว่าถูกล่วงละเมิด ต่อมามีผู้หญิงอีกสองรายออกมาให้ข้อมูลในลักษณะเดียวกัน

ในปี 2021 ผลการสอบสวนอิสระสรุปว่าดอยล์ได้กระทำการ "ประพฤติมิชอบทางเพศอย่างร้ายแรง" ซึ่งต่อมาดอยล์ได้กล่าวขอโทษต่อสาธารณะผ่านวิทยุ 3AW โดยยอมรับว่าพฤติกรรมของเขาเกิดจากความหยิ่งยโสและการไม่คำนึงถึงความรู้สึกของผู้อื่น ส่งผลให้ในปี 2023 ผู้ว่าการรัฐบาลกลางได้สั่งเพิกถอนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ Companion of the Order of Australia ที่เขาเคยได้รับในปี 2017

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • ตำแหน่งสูงสุด: เจ้าเมืองเมลเบิร์น (Lord Mayor) ลำดับที่ 103 และผู้นำฝ่ายค้านรัฐวิกตอเรีย
  • สังกัดการเมือง: พรรคลิเบอรัล (Liberal Party)
  • ผลงานเด่น: ผลักดันนโยบายเมือง 24 ชั่วโมง และสนับสนุนความเท่าเทียมทางเพศ (LGBTI)
  • จุดตกต่ำ: ลาออกจากตำแหน่งในปี 2018 เนื่องจากคดีคุกคามทางเพศ
  • บทลงโทษทางสังคม: ถูกถอดถอนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ Order of Australia ในปี 2023
สรุปไทม์ไลน์การดำรงตำแหน่งของ Robert Doyle
ช่วงปี ตำแหน่ง หน่วยงาน/พื้นที่
1992 – 2006 สมาชิกสภานิติบัญญัติ เขต Malvern, รัฐวิกตอเรีย
2002 – 2006 ผู้นำฝ่ายค้าน รัฐวิกตอเรีย
2008 – 2018 เจ้าเมืองเมลเบิร์น (Lord Mayor) เมืองเมลเบิร์น
FAQ

คำถามที่พบบ่อย

Robert Doyle คือใคร?

เขาคือนักการเมืองชาวออสเตรเลียที่เคยดำรงตำแหน่งเจ้าเมืองเมลเบิร์นคนที่ 103 และเคยเป็นผู้นำฝ่ายค้านของรัฐวิกตอเรีย สังกัดพรรคลิเบอรัล

ทำไม Robert Doyle ถึงต้องลาออกจากตำแหน่งเจ้าเมืองเมลเบิร์น?

เขาลาออกในปี 2018 หลังจากถูกกล่าวหาว่าคุกคามทางเพศและล่วงละเมิดทางเพศผู้หญิงหลายราย ซึ่งรวมถึงสมาชิกสภาเมืองด้วยกัน

นโยบายที่สร้างความขัดแย้งของเขาคืออะไร?

นโยบายที่โดดเด่นคือการพยายามนำรถยนต์กลับมาวิ่งบนถนน Swanston Street และการวิพากษ์วิจารณ์กลุ่มศิลปินเปิดหมวกและกลุ่มคนชั้นแรงงาน (bogans) ในเขตใจกลางเมือง

เขามีจุดยืนอย่างไรต่อรัฐบาลจีนในขณะนั้น?

เขาแสดงจุดยืนเด็ดขาดในการปกป้องเสรีภาพในการแสดงออก โดยปฏิเสธคำขอของรัฐบาลจีนที่ให้ระงับการฉายภาพยนตร์เกี่ยวกับชาวอุยกูร์ แม้จะถูกขู่ตัดความสัมพันธ์ระหว่างเมืองก็ตาม

บทสรุปทางกฎหมายและเกียรติยศของเขาเป็นอย่างไร?

ผลการสอบสวนในปี 2021 ยืนยันว่าเขาประพฤติมิชอบทางเพศอย่างร้ายแรง และในปี 2023 เขาถูกถอดถอนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ Companion of the Order of Australia