← กลับไปเลือกอ่านเรื่องอื่น
Robert Lefkowitz ผู้ไขความลับตัวรับสัญญาณเซลล์และเจ้าของรางวัลโนเบลสาขาเคมี

ชีวิตและเรื่องราว · hmn.in.th

Robert Lefkowitz ผู้ไขความลับตัวรับสัญญาณเซลล์และเจ้าของรางวัลโนเบลสาขาเคมี

Robert Lefkowitz ผู้ไขความลับตัวรับสัญญาณเซลล์และเจ้าของรางวัลโนเบลสาขาเคมี ในโลกของการแพทย์และชีวเคมี ชื่อของ Robert Joseph Lefkowitz เป็นที่รู้จักในฐานะผู้บุกเบิกการศึก…

Robert LefkowitzG protein-coupled receptorsGPCRรางวัลโนเบลสาขาเคมี

Robert Lefkowitz ผู้ไขความลับตัวรับสัญญาณเซลล์และเจ้าของรางวัลโนเบลสาขาเคมี

ในโลกของการแพทย์และชีวเคมี ชื่อของ Robert Joseph Lefkowitz เป็นที่รู้จักในฐานะผู้บุกเบิกการศึกษาที่เปลี่ยนโฉมหน้าการพัฒนายาในปัจจุบัน เขาเป็นทั้งอายุรแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจ และนักชีวเคมีชาวอเมริกัน ผู้ซึ่งอุทิศชีวิตให้กับการค้นหาคำตอบว่าเซลล์ในร่างกายสื่อสารกันได้อย่างไร ผลงานการค้นพบกลไกการทำงานของ G protein-coupled receptors (GPCRs) หรือตัวรับสัญญาณที่เชื่อมต่อกับจีโปรตีน ทำให้เขาได้รับรางวัลโนเบลสาขาเคมีในปี 2012 ร่วมกับ Brian Kobilka

Content image

เส้นทางชีวิตจากนิวยอร์กสู่จุดสูงสุดทางวิทยาศาสตร์

Robert Lefkowitz เกิดเมื่อวันที่ 15 เมษายน ค.ศ. 1943 ที่ย่านเดอะ บรอนซ์ รัฐนิวยอร์ก โดยเป็นบุตรของครอบครัวชาวยิวที่อพยพมาจากโปแลนด์ในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 เขาเริ่มต้นเส้นทางการศึกษาที่ Bronx High School of Science ก่อนจะเข้าศึกษาต่อที่ Columbia College และคว้าปริญญาตรีด้านเคมีในปี 1962 ภายใต้การดูแลของ Ronald Breslow

ความมุ่งมั่นในสายวิชาการนำเขาไปสู่การคว้าปริญญาแพทยศาสตร์ (M.D.) จาก Columbia University College of Physicians and Surgeons ในปี 1966 หลังจากผ่านการฝึกอบรมเป็นแพทย์ประจำบ้านและทำงานวิจัยที่สถาบันสุขภาพแห่งชาติ (NIH) ในช่วงปี 1968-1970 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่จุดประกายความหลงใหลในการวิจัยอย่างแรงกล้า โดยเฉพาะในช่วงที่เขาต้องปฏิบัติหน้าที่ในหน่วยบริการสาธารณสุขของสหรัฐฯ เพื่อชดเชยการเกณฑ์ทหารในสงครามเวียดนาม

ในปี 1973 Lefkowitz เริ่มต้นบทบาทอาจารย์ที่ Duke University Medical Center และก้าวหน้าในหน้าที่การงานจนกลายเป็นศาสตราจารย์ด้านอายุรศาสตร์ ชีวเคมี และเคมี นอกจากนี้เขายังเป็นนักวิจัยของสถาบันการแพทย์ Howard Hughes (HHMI) มาตั้งแต่ปี 1976 ซึ่งเป็นฐานสำคัญในการสร้างสรรค์ผลงานวิจัยระดับโลก

การค้นพบที่พลิกโฉมวงการยาและชีววิทยา

จุดเด่นของงานวิจัยของ Lefkowitz คือการศึกษา Receptor Biology (ชีววิทยาของตัวรับ) และ Signal Transduction (การส่งสัญญาณภายในเซลล์) เขาประสบความสำเร็จอย่างสูงในการวิเคราะห์ลำดับ โครงสร้าง และหน้าที่ของ $\\beta$-adrenergic receptors (ตัวรับเบต้าอะดรีเนอร์จิก) ซึ่งเป็นตัวรับที่ตอบสนองต่อฮอร์โมนอะดรีนาลีนและนอร์อะดรีนาลีน

ในช่วงกลางทศวรรษ 1980 Lefkowitz และทีมงานสามารถโคลนยีนของตัวรับเบต้าอะดรีเนอร์จิกและตัวรับในตระกูลเดียวกันได้ถึง 8 ชนิด การค้นพบนี้เผยให้เห็นความจริงที่น่าทึ่งว่า GPCRs ทั้งหมดมีโครงสร้างโมเลกุลที่คล้ายคลึงกัน โดยมีสายกรดอะมิโนที่ทอดตัวผ่านเยื่อหุ้มเซลล์ไปและกลับถึง 7 ครั้ง

ปัจจุบันพบว่าร่างกายมนุษย์มีตัวรับในตระกูลนี้มากกว่า 1,000 ชนิด ซึ่งความเข้าใจในโครงสร้างมาตรฐานนี้เองที่กลายเป็นกุญแจสำคัญสำหรับนักพัฒนายา เพราะทำให้ทราบวิธีออกแบบยาให้เข้าล็อกกับตัวรับได้อย่างแม่นยำ ส่งผลให้ยาที่ใช้กันแพร่หลายในปัจจุบันถึง 30-50% เช่น ยาแก้แพ้ ยารักษาแผลในกระเพาะอาหาร และยาเบต้าบล็อกเกอร์ (Beta blockers) ที่ใช้รักษาโรคความดันโลหิตสูงและโรคหัวใจ ถูกพัฒนาขึ้นโดยอาศัยพื้นฐานการค้นพบของเขาทั้งสิ้น

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • ความสำเร็จสูงสุด: ได้รับรางวัลโนเบลสาขาเคมี ปี 2012 จากการค้นพบการทำงานของ GPCRs
  • ผลกระทบต่อการแพทย์: ยาที่สั่งจ่ายในปัจจุบันประมาณ 30-50% ออกแบบมาเพื่อทำงานกับตัวรับในตระกูลที่เขาค้นพบ
  • โครงสร้างทางชีววิทยา: GPCRs มีลักษณะเด่นคือการทอดตัวผ่านเยื่อหุ้มเซลล์ 7 ครั้ง
  • บทบาทปัจจุบัน: เป็นศาสตราจารย์ที่ Duke University และนักวิจัยที่ Howard Hughes Medical Institute
  • ผลงานเขียน: เขียนบันทึกความทรงจำชื่อ "A Funny Thing Happened on the Way to Stockholm" ในปี 2021
สรุปข้อมูลประวัติและผลงานของ Robert Lefkowitz
หัวข้อ รายละเอียด
วันเกิด 15 เมษายน 1943
การศึกษา Columbia University (B.A. Chemistry, M.D.)
สาขาความเชี่ยวชาญ ชีวเคมี, ชีววิทยาของตัวรับ, อายุรศาสตร์โรคหัวใจ
การค้นพบหลัก โครงสร้างและหน้าที่ของ GPCRs, $\\beta$-arrestins และ GPCR kinases
รางวัลสำคัญ Nobel Prize in Chemistry (2012), National Medal of Science (2007)
FAQ

คำถามที่พบบ่อย

Robert Lefkowitz มีบทบาทสำคัญอย่างไรต่อวงการยาในปัจจุบัน?

เขาค้นพบว่าตัวรับสัญญาณ GPCRs ในร่างกายมีโครงสร้างที่คล้ายคลึงกัน ซึ่งช่วยให้นักวิทยาศาสตร์สามารถออกแบบยาให้ทำหน้าที่เหมือน "ลูกกุญแจ" ที่ไขเข้ากับ "แม่กุญแจ" (ตัวรับ) ได้อย่างแม่นยำ ทำให้เกิดยารักษาโรคมากมาย เช่น ยาลดความดันโลหิตและยาแก้แพ้

GPCRs คืออะไรและมีความสำคัญอย่างไร?

GPCRs หรือ G protein-coupled receptors คือกลุ่มของโปรตีนตัวรับบนผิวเซลล์ที่ทำหน้าที่รับสัญญาณจากภายนอก (เช่น ฮอร์โมนหรือสารสื่อประสาท) แล้วส่งสัญญาณต่อไปยังภายในเซลล์เพื่อกระตุ้นการตอบสนองต่างๆ ของร่างกาย

รางวัลโนเบลที่เขาได้รับคือรางวัลอะไรและได้รับร่วมกับใคร?

เขาได้รับรางวัลโนเบลสาขาเคมีในปี 2012 โดยได้รับร่วมกับ Brian Kobilka จากผลงานการวิจัยที่เผยให้เห็นกลไกการทำงานภายในของตัวรับสัญญาณตระกูล GPCRs

หนังสือบันทึกความทรงจำของเขากล่าวถึงเรื่องใดบ้าง?

หนังสือชื่อ "A Funny Thing Happened on the Way to Stockholm" เล่าถึงชีวิตวัยเด็ก การฝึกฝนเป็นแพทย์ ประสบการณ์การทำงานในหน่วยบริการสาธารณสุขของสหรัฐฯ ช่วงสงครามเวียดนาม และการเดินทางในสายงานวิจัยจนถึงวันที่ได้รับรางวัลโนเบล

นอกจากรางวัลโนเบลแล้ว เขายังได้รับรางวัลสำคัญอื่นๆ อีกหรือไม่?

ใช่ เขาได้รับรางวัลระดับโลกอีกมากมาย เช่น National Medal of Science (2007), รางวัล Shaw Prize ในสาขาชีววิทยาและการแพทย์ (2007) และรางวัล BBVA Foundation Frontiers of Knowledge Award (2009)