Robert M. Kimmitt เส้นทางชีวิตจากนายทหารกล้าสู่รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ
Robert M. Kimmitt เป็นบุคคลสำคัญที่มีบทบาทโดดเด่นทั้งในด้านการทหาร การทูต และการบริหารเศรษฐกิจระดับโลกของสหรัฐอเมริกา โดยเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในฐานะอดีตรองรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง (Deputy Secretary of the Treasury) ภายใต้การนำของประธานาธิบดี George W. Bush ซึ่งเขาได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งนี้ตั้งแต่ปี 2005 จนถึงปี 2009

บทบาทสำคัญในกระทรวงการคลังและงานบริหารระดับสูง
ในช่วงปี 2005 ประธานาธิบดี George W. Bush ได้เสนอชื่อ Kimmitt ให้ดำรงตำแหน่งรองรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งได้รับการรับรองจากวุฒิสภาสหรัฐฯ อย่างเป็นเอกฉันท์ และเข้าปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นทางการในวันที่ 16 สิงหาคม 2005 นอกจากนี้ เขายังเคยทำหน้าที่เป็น รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง (Acting Secretary of the Treasury) ในช่วงรอยต่อระหว่างการลาออกของ John W. Snow และการเข้ารับตำแหน่งของ Henry Paulson ในช่วงเดือนมิถุนายนถึงกรกฎาคม ปี 2006
พื้นฐานการศึกษาและการรับใช้ชาติในกองทัพ
Kimmitt เกิดเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 1947 ที่เมืองโลแกน รัฐยูทาห์ เขาเริ่มต้นเส้นทางอาชีพด้วยความมุ่งมั่นทางทหาร โดยสำเร็จการศึกษาจาก United States Military Academy at West Point ในปี 1969 ด้วยผลการเรียนดีเยี่ยม และยังได้ศึกษาต่อจนได้รับปริญญานิติศาสตรดุษฎี (Juris Doctor หรือ JD) จากมหาวิทยาลัยจอร์จทาวน์ในปี 1977
ในด้านการทหาร Kimmitt มีประวัติการรบที่โชกโชน โดยเคยประจำการในสงครามเวียดนามกับกองพลส่งทางอากาศที่ 173 (173rd Airborne Brigade) ระหว่างปี 1970–1971 ซึ่งทำให้เขาได้รับเหรียญกล้าหาญหลายรายการ เช่น Bronze Star ถึง 3 เหรียญ, Purple Heart และ Air Medal ก่อนจะเกษียณอายุราชการในตำแหน่งพลตรี (Major General) ของกองหนุนกองทัพบกสหรัฐฯ ในปี 2004
ประสบการณ์ด้านการทูตและความมั่นคงระหว่างประเทศ
นอกเหนือจากงานด้านการเงิน Kimmitt ยังเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายต่างประเทศ โดยเคยดำรงตำแหน่งสำคัญดังนี้:
- เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำประเทศเยอรมนี (1991–1993)
- ปลัดกระทรวงการต่างประเทศฝ่ายกิจการการเมือง (Under Secretary of State for Political Affairs) ซึ่งเป็นตำแหน่งบริหารระดับสูงลำดับที่ 14 ของกระทรวง
- เจ้าหน้าที่ใน สภาความมั่นคงแห่งชาติ (National Security Council) หลายวาระ
ด้วยผลงานที่โดดเด่นในช่วงวิกฤตการณ์อ่าวเปอร์เซีย เขาจึงได้รับเหรียญ Presidential Citizens Medal ซึ่งเป็นรางวัลพลเรือนระดับสูงอันดับสองของสหรัฐอเมริกา
การทำงานในภาคเอกชนและบทบาทที่ปรึกษา
Kimmitt มีประสบการณ์ในโลกธุรกิจอย่างหลากหลาย โดยเคยเป็นกรรมการผู้จัดการที่ Lehman Brothers และหุ้นส่วนในสำนักงานกฎหมายชั้นนำอย่าง Sidley & Austin และ WilmerHale นอกจากนี้เขายังเคยดำรงตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงในบริษัท Time Warner และล่าสุดในปี 2020 เขาได้รับแต่งตั้งให้เป็น ผู้อำนวยการอิสระหลัก (Lead Independent Director) ของบริษัท Meta (เดิมคือ Facebook)
| ด้าน | ตำแหน่ง/ความสำเร็จสำคัญ | ช่วงเวลา/รายละเอียด |
|---|---|---|
| การเมือง/เศรษฐกิจ | รองรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ | 2005 – 2009 |
| การทูต | เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำเยอรมนี | 1991 – 1993 |
| การทหาร | พลตรี (Major General) กองหนุนกองทัพบก | เกษียณปี 2004 |
| ภาคเอกชน | ผู้อำนวยการอิสระหลักของ Meta (Facebook) | แต่งตั้งปี 2020 |
| การศึกษา | West Point และ Georgetown University | ปริญญาตรี และ นิติศาสตรดุษฎี |
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- ความเชี่ยวชาญหลากหลาย: มีประสบการณ์ครอบคลุมทั้งด้านกฎหมาย การทหาร การทูต และการเงินระดับโลก
- เกียรติยศทางทหาร: ได้รับเหรียญ Bronze Star 3 ครั้ง และ Purple Heart จากการปฏิบัติหน้าที่ในสงครามเวียดนาม
- ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ: มีความเชี่ยวชาญภาษาเยอรมันและเคยเป็นประธานกิตติมศักดิ์ของ American Council on Germany
- บทบาทที่ปรึกษา: เคยเป็นประธานคณะที่ปรึกษาภายนอกของ CIA (2017–2021)
คำถามที่พบบ่อย
Robert M. Kimmitt เคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังหรือไม่?
เขาไม่ได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังตัวจริง แต่เคยดำรงตำแหน่ง รองรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และเคยเป็น รักษาการรัฐมนตรี ในช่วงสั้นๆ ระหว่างเดือนมิถุนายนถึงกรกฎาคม ปี 2006
ประวัติการรับราชการทหารของเขาเป็นอย่างไร?
เขาจบจาก West Point และรับราชการในกองทัพบกสหรัฐฯ โดยผ่านการฝึก Ranger School และเคยรบในสงครามเวียดนามกับกองพลส่งทางอากาศที่ 173 ก่อนจะเกษียณในยศพลตรี
เขามีบทบาทอย่างไรในบริษัทเทคโนโลยีสมัยใหม่?
ในปี 2020 Robert M. Kimmitt ได้รับการแต่งตั้งจากคณะกรรมการบริหารของบริษัท Meta (Facebook) ให้ดำรงตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการอิสระหลัก (Lead Independent Director)
รางวัลพลเรือนสูงสุดที่เขาได้รับคืออะไร?
เขาได้รับเหรียญ Presidential Citizens Medal ซึ่งเป็นรางวัลพลเรือนที่สูงเป็นอันดับสองของสหรัฐอเมริกา จากผลงานการปฏิบัติหน้าที่ในช่วงวิกฤตการณ์อ่าวเปอร์เซีย