Roberto Mancini เส้นทางจากยอดกองหน้าสู่กุนซือระดับตำนานของอิตาลี
หากพูดถึงบุคคลที่มีอิทธิพลต่อวงการฟุตบอลอิตาลีทั้งในฐานะผู้เล่นและผู้จัดการทีม ชื่อของ Roberto Mancini (โรแบร์โต มันชินี) จะต้องปรากฏอยู่ในลำดับต้นๆ เสมอ เขาคือชายผู้ผสมผสานพรสวรรค์ในการสร้างสรรค์เกมเข้ากับความเป็นผู้นำที่เด็ดขาด จนสามารถพาทีมต่างๆ ก้าวไปสู่ความสำเร็จสูงสุดในหลายลีกดังทั่วโลก
จุดเริ่มต้นและเส้นทางค้าแข้งที่รุ่งโรจน์
มันชินีเกิดเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 1964 ที่เมืองเยซี ประเทศอิตาลี เขาเริ่มต้นอาชีพนักเตะกับโบโลญญ่าในปี 1981 ก่อนจะย้ายไปสร้างชื่อเสียงโด่งดังกับ Sampdoria ซึ่งเป็นสโมสรที่เขามีความผูกพันมากที่สุด โดยลงเล่นไปกว่า 550 นัด และเป็นกำลังสำคัญในการคว้าแชมป์เซเรีย อา ครั้งแรกของสโมสร รวมถึงแชมป์โคปปา อิตาเลีย 4 สมัย และถ้วยยูโรเปียน คัพ วินเนอร์ส คัพ
ในช่วงเวลาที่อยู่กับซัมพ์โดเรีย เขาได้จับคู่บุกร่วมกับ จันลูก้า วิอัลลี่ จนได้รับฉายาว่า "The Goal Twins" (คู่แฝดถล่มประตู) ด้วยสไตล์การเล่นแบบ Fantasista หรือผู้เล่นที่มีจินตนาการสูง มีทักษะการจ่ายบอลที่แม่นยำ และวิสัยทัศน์ในการทำเกมที่ยอดเยี่ยม ทำให้เขากลายเป็นหนึ่งในหมายเลข 10 ที่ดีที่สุดของอิตาลี

ต่อมาในปี 1997 เขาได้ย้ายไปร่วมทีม Lazio และประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง ทั้งการคว้าแชมป์สคูเด็ตโต้ (แชมป์ลีกสูงสุดของอิตาลี), ยูฟ่า ซูเปอร์คัพ และโคปปา อิตาเลีย ซึ่งทำให้เขากลายเป็นผู้เล่นที่คว้าแชมป์โคปปา อิตาเลีย มากที่สุดถึง 6 สมัย (ครองสถิติร่วมกับ จันลุยจิ บุฟฟอน)

บทบาทในทีมชาติอิตาลี
ในระดับนานาชาติ มันชินีลงเล่นให้ทีมชาติอิตาลีทั้งหมด 36 นัด โดยมีส่วนร่วมในศึก ยูโร 1988 และฟุตบอลโลก 1990 ซึ่งทั้งสองรายการทีมสามารถเข้าถึงรอบรองชนะเลิศได้ แม้ว่าเขาจะไม่ได้ลงสนามในทัวร์นาเมนต์ปี 1990 เนื่องจากมีการแข่งขันสูงในตำแหน่งกองหน้าที่มีทั้ง โรแบร์โต บาจโจ และซัลวาตอเร ชิลลัชชี
การเปลี่ยนบทบาทสู่กุนซือผู้ประสบความสำเร็จ
ความหลงใหลในแท็กติกของมันชินีปรากฏให้เห็นตั้งแต่สมัยเป็นผู้เล่น โดยเขามักจะเป็นคนนำประชุมทีมในช่วงพักครึ่ง และมีส่วนร่วมในการคัดเลือกผู้จัดการทีมและวางแผนการซื้อขายนักเตะ หลังจากแขวนสตั๊ด เขาเริ่มต้นอาชีพผู้จัดการทีมกับฟิออเรนติน่าในปี 2001 และนำทีมคว้าแชมป์โคปปา อิตาเลีย ได้ทันที
ความสำเร็จก้าวกระโดดเกิดขึ้นเมื่อเขาคุมทีม Inter Milan โดยสามารถพาทีมคว้าแชมป์เซเรีย อา 3 สมัยติดต่อกัน ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดของสโมสรในขณะนั้น ก่อนจะย้ายไปสร้างประวัติศาสตร์ที่อังกฤษกับ Manchester City ในปี 2009

ที่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มันชินีได้นำพาสโมสรยุคใหม่ที่เต็มไปด้วยการลงทุนมหาศาลให้กลับมาผงาดอีกครั้ง โดยคว้าแชมป์เอฟเอคัพในปี 2011 ซึ่งเป็นถ้วยรางวัลใหญ่ใบแรกในรอบ 35 ปี และตามมาด้วยแชมป์พรีเมียร์ลีกในปี 2012 ซึ่งเป็นการสิ้นสุดการรอคอยแชมป์ลีกที่ยาวนานถึง 44 ปีของสโมสร

ความสำเร็จสูงสุดกับทีมชาติอิตาลี
ในปี 2018 มันชินีได้รับมอบหมายให้กอบกู้ศรัทธาของทีมชาติอิตาลีหลังจากพลาดตั๋วฟุตบอลโลก 2018 เขาได้สร้างสถิติโลกด้วยการพาทีม ไม่แพ้ใครติดต่อกันถึง 37 นัด และจุดสูงสุดคือการพาทีมคว้าแชมป์ UEFA Euro 2020 ได้สำเร็จ

| บทบาท | ทีม | ความสำเร็จหลัก |
|---|---|---|
| ผู้เล่น | Sampdoria | Serie A, Coppa Italia (4), Cup Winners' Cup |
| ผู้เล่น | Lazio | Serie A, Cup Winners' Cup, UEFA Super Cup |
| ผู้จัดการทีม | Inter Milan | Serie A (3 สมัยติดต่อกัน), Coppa Italia |
| ผู้จัดการทีม | Manchester City | Premier League, FA Cup |
| ผู้จัดการทีม | ทีมชาติอิตาลี | UEFA European Championship (2020) |
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- สถิติไร้พ่าย: ครองสถิติโลกนำทีมชาติอิตาลีไม่แพ้ใครติดต่อกัน 37 นัด (2018–2021)
- เจ้าพ่อโคปปา อิตาเลีย: เป็นผู้เล่นที่คว้าแชมป์รายการนี้มากที่สุดในประวัติศาสตร์ (6 สมัย)
- ความสำเร็จที่แมนฯ ซิตี้: พาทีมคว้าแชมป์ลีกสูงสุดของอังกฤษครั้งแรกในรอบ 44 ปี
- บุคลิกภาพ: ขึ้นชื่อเรื่องความเป็นผู้นำที่เด็ดขาดและมีความมั่นใจสูงทั้งในและนอกสนาม
คำถามที่พบบ่อย
Roberto Mancini เล่นตำแหน่งอะไรตอนเป็นนักเตะ?
เขาเล่นในตำแหน่งกองหน้าตัวต่ำ (Deep-lying forward) และมกลางรุก (Attacking Midfielder) โดยมีจุดเด่นที่การสร้างสรรค์เกมและการจ่ายบอล
ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในฐานะผู้จัดการทีมคืออะไร?
การพาทีมชาติอิตาลีคว้าแชมป์ ยูฟ่า ยูโร 2020 และการพามันเชสเตอร ซิตี้ คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกปี 2012
ฉายา "The Goal Twins" คืออะไร?
เป็นฉายาที่เขาและ จันลูก้า วิอัลลี่ ได้รับร่วมกันสมัยเล่นให้ซัมพ์โดเรีย เนื่องจากเป็นคู่หูแนวรุกที่ทำประตูได้อย่างถล่มทลาย
ทำไมเขาถึงถูกเรียกว่า Fantasista?
เป็นคำศัพท์ฟุตบอลอิตาลีที่ใช้เรียกผู้เล่นที่มีทักษะสูง มีจินตนาการในการเล่น และสามารถเปลี่ยนเกมได้ด้วยความสามารถเฉพาะตัว ซึ่งตรงกับสไตล์การเล่นของมันชินี
เขามีความสัมพันธ์อย่างไรกับ Sven-Göran Eriksson?
มันชินีเคยทำงานเป็นผู้ช่วยผู้จัดการทีมให้กับเอริคสันที่ลาซิโอ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เขาเริ่มบ่มเพาะทักษะการคุมทีมก่อนจะก้าวขึ้นเป็นผู้จัดการทีมเต็มตัว