Robin Reid ยอดนักชกชาวอังกฤษ เจ้าของฉายา The Reaper Man
ในโลกของมวยสากลระดับโลก ชื่อของ Robin Reid หรือที่แฟนมวยรู้จักกันในฉายา "The Reaper Man" และ "Grim Reaper" คือหนึ่งในนักชกชาวอังกฤษที่สร้างชื่อเสียงไว้อย่างโดดเด่นในช่วงปี 1993 ถึง 2012 โดยเขาเป็นผู้ที่เคยครองเข็มขัดแชมป์โลกทั้งจากสถาบัน WBC และ IBO ในรุ่นซูเปอร์มิดเดิลเวต (Super-middleweight)
เส้นทางสู่ความสำเร็จในระดับสมัครเล่น
ก่อนจะก้าวเข้าสู่สังเวียนอาชีพ Reid เริ่มต้นสร้างชื่อในฐานะนักมวยสมัครเล่นที่มีผลงานน่าประทับใจ โดยเขาเคยคว้าอันดับ 2 จากการแข่งขัน Junior Tournament ที่ประเทศเชโกสโลวาเกียในปี 1988 และอันดับ 2 ในรายการ Junior World Championships ที่เปอร์โตริโกในปี 1989 นอกจากนี้เขายังเคยคว้าอันดับ 3 ในรายการ ABA championships ปี 1990 อีกด้วย
จุดสูงสุดในระดับสมัครเล่นของเขาเกิดขึ้นในปี 1992 เมื่อเขาคว้าแชมป์รายการ Canada Cup และสร้างประวัติศาสตร์ให้ประเทศอังกฤษด้วยการคว้า เหรียญทองแดง ในรุ่นไลท์มิดเดิลเวต (Light-middleweight) จากการแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ที่เมืองบาร์เซโลนา ประเทศสเปน โดยมีสถิติการชกในระดับสมัครเล่นอยู่ที่ ชนะ 51 แพ้ 16 ครั้ง
การก้าวเข้าสู่สังเวียนมวยอาชีพและยุคทองของแชมป์โลก
Robin Reid เริ่มต้นอาชีพนักมวยอาชีพในปี 1993 และใช้เวลาเพียงไม่กี่ปีในการไต่เต้าขึ้นสู่จุดสูงสุด โดยในปี 1996 เขาสามารถคว้าแชมป์โลก WBC รุ่นซูเปอร์มิดเดิลเวต มาครองได้สำเร็จหลังจากเอาชนะ Vincenzo Nardiello ด้วยการ TKO ในยกที่ 7 ซึ่งหลังจากนั้นเขาสามารถป้องกันตำแหน่งได้ถึง 3 ครั้ง รวมถึงชัยชนะเหนือ Henry Wharton และ Hacine Cherifi ก่อนที่จะเสียแชมป์ให้กับ Thulani Malinga ด้วยคะแนนเอกฉันท์
หลังจากเสียแชมป์ WBC เขาต้องเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่จากการพ่ายแพ้ให้กับนักชกชื่อดังอย่าง Joe Calzaghe และ Silvio Branco อย่างไรก็ตาม Reid ยังคงไม่ลดละความพยายาม โดยในปี 2004 เขากลับมาผงาดอีกครั้งด้วยการคว้าแชมป์ IBO รุ่นซูเปอร์มิดเดิลเวต จากการเอาชนะ Brian Magee
การต่อสู้ในช่วงปลายอาชีพและการอำลาสังเวียน
ในช่วงปี 2003-2005 Reid ได้ปะทะกับยอดมวยอย่าง Sven Ottke ซึ่งผลการตัดสินออกมาเป็นที่ถกเถียงอย่างมาก และต่อมาในปี 2005 เขาได้ชกกับ Jeff Lacy เพื่อชิงแชมป์ IBF แต่กลับพ่ายแพ้ TKO ในยกที่ 8 ซึ่งความพ่ายแพ้ครั้งนี้ทำให้โอกาสในการรีแมตช์กับ Calzaghe หลุดลอยไป
เส้นทางอาชีพของเขาเริ่มเข้าสู่ช่วงสุดท้ายหลังการพ่ายแพ้ต่อ Carl Froch ในปี 2007 ซึ่งทำให้เขาประกาศรีไทร์ในครั้งแรก แม้จะมีความพยายามกลับมาคืนสังเวียนอีกครั้งในปี 2009 และ 2011 เพื่อชิงเข็มขัด Lonsdale Belt แต่สุดท้ายเขาก็ตัดสินใจอำลาวงการมวยอย่างถาวรหลังพ่ายแพ้ในไฟต์สุดท้ายให้กับ Kenny Anderson ในปี 2012
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| ชื่อเต็ม | Robin Reid |
| ฉายา | The Reaper Man / Grim Reaper |
| รุ่นน้ำหนัก | ซูเปอร์มิดเดิลเวต (Super-middleweight) |
| สถิติชกอาชีพ | ชก 51 ครั้ง (ชนะ 42, แพ้ 8, เสมอ 1) |
| จำนวนการชนะน็อก (KO) | 29 ครั้ง |
| ความสำเร็จสูงสุด | แชมป์โลก WBC และ IBO รุ่นซูเปอร์มิดเดิลเวต |
| รางวัลโอลิมปิก | เหรียญทองแดง ปี 1992 (บาร์เซโลนา) |
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- เชื้อชาติ: เป็นลูกครึ่งชาวจาไมก้าและอังกฤษ
- ความสามารถพิเศษ: นอกจากมวยแล้ว เขายังเคยทำงานเป็นนายแบบนู้ดในช่วงปี 2000 และ 2002
- งานด้านบันเทิง: เคยรับบทนำในภาพยนตร์เรื่อง "Killer Bitch" และ "Mob Handed"
- บทบาทปัจจุบัน: ยังคงคลุกคลีกับวงการมวยในฐานะกรรมการ และเป็นคณะที่ปรึกษาของ World Boxing Federation ตั้งแต่ปี 2016
คำถามที่พบบ่อย
Robin Reid เคยได้แชมป์โลกจากสถาบันใดบ้าง?
เขาเคยครองแชมป์โลกจาก 2 สถาบันหลัก คือ WBC (ปี 1996-1997) และ IBO (ปี 2004-2005) ในรุ่นซูเปอร์มิดเดิลเวต
ผลงานที่โดดเด่นที่สุดในระดับสมัครเล่นของเขาคืออะไร?
การคว้าเหรียญทองแดงในรุ่นไลท์มิดเดิลเวต จากการแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ปี 1992 ที่เมืองบาร์เซโลนา ประเทศสเปน
สถิติการชกอาชีพของ Robin Reid เป็นอย่างไร?
ตลอดการชกอาชีพ 51 ไฟต์ เขาชนะ 42 ครั้ง (เป็นการชนะน็อกถึง 29 ครั้ง) แพ้ 8 ครั้ง และเสมอ 1 ครั้ง
นอกเหนือจากกีฬามวย Robin Reid ทำอาชีพอะไรอีกบ้าง?
เขาเคยเป็นนายแบบนู้ด และก้าวเข้าสู่วงการแสดงโดยมีผลงานภาพยนตร์ เช่น เรื่อง Killer Bitch และ Mob Handed
ปัจจุบัน Robin Reid ยังเกี่ยวข้องกับวงการมวยหรือไม่?
ใช่ เขายังคงทำงานในฐานะกรรมการ และดำรงตำแหน่งในคณะที่ปรึกษาของสมาพันธ์มวยโลก (World Boxing Federation) ตั้งแต่เดือนกันยายน ปี 2016