Roxana Baldetti จากรองประธานาธิบดีหญิงคนแรกสู่คดีคอร์รัปชันสะเทือนกัวเตมาลา
ในประวัติศาสตร์การเมืองของกัวเตมาลา ชื่อของ Roxana Baldetti (หรือชื่อเต็มคือ Ingrid Roxana Baldetti Elías) ถูกจารึกไว้ในฐานะผู้หญิงคนแรกที่ก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งรองประธานาธิบดี อย่างไรก็ตาม เส้นทางอำนาจของเธอกลับจบลงด้วยความอื้อฉาวและการถูกตัดสินจำคุกในคดีทุจริตครั้งใหญ่ที่สั่นคลอนความเชื่อมั่นของประชาชนทั่วประเทศ

จุดเริ่มต้นและเส้นทางสู่แวดวงสื่อสารมวลชน
Baldetti เกิดเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม ค.ศ. 1962 ณ กรุงกัวเตมาลาซิตี้ เติบโตมาในครอบครัวคาทอลิกที่เคร่งครัดในย่านชนชั้นแรงงาน โดยมีมารดาซึ่งเป็นเจ้าของร้านเสริมสวยเป็นผู้ดูแลหลัก ในด้านการศึกษา เธอเริ่มต้นจากการเป็นครูประถมศึกษา และต่อมาได้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านวารสารศาสตร์จาก Universidad de San Carlos de Guatemala ในปี ค.ศ. 1997
ก่อนเข้าสู่การเมือง Baldetti มีชื่อเสียงในวงการบันเทิงและสื่อ โดยเคยได้รับตำแหน่งรองชนะเลิศอันดับหนึ่งในการประกวด Miss Guatemala ปี 1980 และสร้างชื่อในฐานะผู้ประกาศข่าวในรายการ "Aquí el Mundo" รวมถึงร่วมก่อตั้งสถานี TV Noticias และทำงานเป็นผู้สื่อข่าวประจำกัวเตมาลาให้กับ Univisión ในรายการ "Primer Impacto"
การก้าวเข้าสู่สนามการเมืองและอำนาจสูงสุด
เส้นทางการเมืองของเธอเริ่มต้นจากการได้รับแต่งตั้งเป็นเลขานุการฝ่ายประชาสัมพันธ์ในกระทรวงการต่างประเทศภายใต้รัฐบาลของประธานาธิบดี Jorge Serrano Elías ซึ่งในช่วงนี้เธอถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการเซ็นเซอร์สื่อเพื่อเอื้อประโยชน์ให้รัฐบาล แม้เธอจะปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าวก็ตาม
ต่อมาในปี ค.ศ. 2000 Baldetti ได้ร่วมกับ Otto Pérez Molina ก่อตั้งพรรครักชาติ (Patriotic Party - PP) และได้รับเลือกตั้งให้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยเธอไต่เต้าขึ้นเป็นเลขาธิการทั่วไปของพรรคในปี 2009 จนกระทั่งในปี 2012 เธอได้สร้างประวัติศาสตร์เป็นรองประธานาธิบดีหญิงคนแรกของกัวเตมาลา โดยชูจุดขายหลักในการรณรงค์หาเสียงคือ "การต่อต้านการทุจริต"
ความมั่งคั่งที่น่าสงสัยและจุดเริ่มต้นของจุดจบ
ในขณะที่ดำรงตำแหน่งทางการเมือง Baldetti ยังคงดำเนินธุรกิจส่วนตัว เช่น บริษัทผลิตภัณฑ์ความงาม Maorlis SA รวมถึงธุรกิจสปาและร้านเสริมสวย จนกระทั่งในปี 2013 หนังสือพิมพ์ El Periódico ได้ตีแผ่รายงานการใช้ชีวิตที่หรูหราเกินฐานะของเธอ ทั้งการครอบครองบ้านราคาหลายล้านดอลลาร์ สินค้าแบรนด์เนม และการเดินทางท่องเที่ยวราคาแพง ซึ่งมีการประเมินว่าเธอมีทรัพย์สินสูงถึง 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งขัดกับรายได้จากเงินเดือนข้าราชการอย่างสิ้นเชิง
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| ตำแหน่งสูงสุด | รองประธานาธิบดีกัวเตมาลาคนที่ 13 (2012–2015) |
| พรรคการเมือง | พรรครักชาติ (Patriotic Party) |
| คดีหลัก | La Línea (เครือข่ายทุจริตศุลกากร) |
| บทลงโทษ | จำคุก 15.5 ปี (คดีทะเลสาบ Amatitlán) และ 16 ปี (คดี La Línea) |
การล่มสลาย: คดี La Línea และการจำคุก
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 2015 เมื่อการสืบสวนของสหประชาชาติ (UN) พบเครือข่ายทุจริตที่ชื่อว่า La Línea (เดอะ ไลน์) ซึ่งเป็นขบวนการรับสินบนเพื่อลดหย่อนภาษีนำเข้าสินค้า ณ ด่านศุลกากร ส่งผลให้ Baldetti ต้องลาออกจากตำแหน่งในวันที่ 8 พฤษภาคม 2015 และถูกจับกุมในเวลาต่อมา
หลักฐานสำคัญในชั้นศาลคือไฟล์เสียงดักฟังที่ระบุถึงบุคคลที่ถูกเรียกว่า "The R", "The No. 2" หรือ "The Lady" ซึ่งสื่อถึงตัวเธอ นำไปสู่การตัดสินโทษในหลายคดี ดังนี้:
- ปี 2018: ถูกตัดสินจำคุก 15 ปีครึ่ง ในข้อหาฉ้อโกงและใช้อิทธิพลมิชอบ กรณีการว่าจ้างบริษัทอิสราเอลทำความสะอาดทะเลสาบ Amatitlán โดยไม่มีเอกสารด้านสิ่งแวดล้อมที่ถูกต้อง
- ปี 2022: ถูกตัดสินจำคุก 16 ปี จากคดีทุจริตศุลกากรในเครือข่าย La Línea
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- เป็นผู้หญิงคนแรกที่ดำรงตำแหน่งรองประธานาธิบดีของกัวเตมาลา
- ถูกตัดสินจำคุกรวม 2 คดีหลัก คือ คดีทุจริตโครงการทำความสะอาดทะเลสาบ และคดีทุจริตศุลกากร
- เคยถูกฟ้องร้องในสหรัฐอเมริกาข้อหาลักลอบขนโคเคน แต่ศาลตัดสินให้พ้นผิดในปี 2017
- ธุรกิจส่วนตัวของเธอถูกระบุว่าเป็นหนึ่งในองค์กรบังหน้าเพื่อฟอกเงินในคดี La Línea
คำถามที่พบบ่อย
Roxana Baldetti คือใคร?
เธอคือนักการเมืองชาวกัวเตมาลาที่เคยดำรงตำแหน่งรองประธานาธิบดีหญิงคนแรกของประเทศ ระหว่างปี 2012 ถึง 2015 ก่อนจะลาออกเนื่องจากคดีทุจริต
คดี La Línea คืออะไร?
คือเครือข่ายคอร์รัปชันขนาดใหญ่ในกัวเตมาลา ที่เจ้าหน้าที่รัฐรับสินบนจากผู้นำเข้าสินค้าเพื่อแลกกับการลดหย่อนภาษีศุลกากรอย่างผิดกฎหมาย
เธอถูกตัดสินจำคุกด้วยข้อหาอะไรบ้าง?
เธอถูกตัดสินจำคุกในข้อหาฉ้อโกง การรวมกลุ่มกันทำผิดกฎหมาย และการใช้อิทธิพลมิชอบ ทั้งในกรณีการทำสัญญาจ้างบริษัทต่างชาติทำความสะอาดทะเลสาบ และกรณีทุจริตศุลกากร
ปัจจุบันสถานะของเธอเป็นอย่างไร?
เธอถูกตัดสินจำคุกในหลายคดี โดยในปี 2023 ศาลได้อนุญาตให้เธอเดินทางจากเรือนจำกลับไปพักฟื้นที่บ้านได้บางวันเพื่อรับการรักษาอาการป่วยทางหลังก่อนการผ่าตัด