Roy Bridges จากนักบินรบผู้กล้าสู่ผู้บริหารระดับสูงของ NASA
Roy Dubard Bridges Jr. คือบุคคลผู้มีบทบาทสำคัญในประวัติศาสตร์การบินและอวกาศของสหรัฐอเมริกา เขาไม่ได้เป็นเพียงอดีตนักบินอวกาศของ NASA (องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ) แต่ยังเป็นนายทหารระดับสูงที่เกษียณอายุในยศพลตรี (Major General) จากกองทัพอากาศสหรัฐฯ โดยมีประสบการณ์ที่โดดเด่นทั้งในสมรภูมิรบ การทดสอบเครื่องบิน และการบริหารจัดการศูนย์วิจัยระดับโลก
ด้วยชั่วโมงบินที่สูงถึง 4,460 ชั่วโมง และการผ่านภารกิจการรบในสงครามเวียดนามถึง 262 ครั้ง ทำให้เขาเป็นหนึ่งในบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญด้านการบินอย่างหาตัวจับยาก ซึ่งส่งผลให้เขาได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการของทั้งศูนย์อวกาศจอห์น เอฟ. เคนเนดี และศูนย์วิจัยแลงลีย์

เส้นทางการศึกษาและจุดเริ่มต้นในกองทัพ
Roy Bridges เกิดเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม ค.ศ. 1943 ที่เมืองแอตแลนตา รัฐจอร์เจีย และเติบโตในเมืองเกนส์วิลล์ เขาเริ่มต้นปูพื้นฐานด้านระเบียบวินัยจากการเป็นลูกเสือ (Boy Scouts of America) จนได้รับยศ Life Scout ซึ่งเป็นระดับที่สูงเป็นอันดับสอง
ในด้านการศึกษา เขาสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านวิศวกรรมศาสตร์ (Engineering Science) จาก United States Air Force Academy ในปี 1965 และศึกษาต่อจนจบปริญญาโทด้าน Astronautics (วิชาว่าด้วยการนำยานอวกาศ) จากมหาวิทยาลัย Purdue ในปี 1966 ซึ่งความรู้ทางวิศวกรรมและการบินนี้เองที่เป็นรากฐานสำคัญในอาชีพของเขา
บทบาทนักบินอวกาศและภารกิจเหนือชั้นบรรยากาศ
Bridges ได้รับการคัดเลือกเข้าสู่โครงการนักบินอวกาศของ NASA ในกลุ่มที่ 9 (Group 9) เมื่อปี 1980 โดยเขาได้รับหน้าที่เป็นนักบินขับยานขนส่งอวกาศ Challenger ในภารกิจ STS-51-F ระหว่างวันที่ 29 กรกฎาคม ถึง 6 สิงหาคม 1985 ซึ่งทำให้เขามีเวลาปฏิบัติงานในอวกาศรวมทั้งสิ้น 7 วัน 22 ชั่วโมง และ 45 นาที
การบริหารจัดการระดับสูงที่ NASA
นอกเหนือจากงานด้านปฏิบัติการ Bridges ยังก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งบริหารระดับสูง โดยเคยดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์อวกาศจอห์น เอฟ. เคนเนดี (KSC) เป็นเวลากว่า 6 ปี ซึ่งเป็นสถานที่เพียงแห่งเดียวของ NASA ที่ใช้ในการเตรียมการและปล่อยยานขนส่งอวกาศ รวมถึงการจัดการบรรทุกสัมภาระสำหรับยานปล่อยแบบใช้ครั้งเดียว (Expendable Launch Vehicles - ELVs)
ต่อมาในปี 2003 เขาได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้อำนวยการ Langley Research Center จนถึงปี 2005 โดยรับผิดชอบดูแลบุคลากรทั้งข้าราชการและผู้รับเหมาเกือบ 4,000 คน ควบคุมดูแลโปรแกรมวิจัยด้านการบินและอวกาศ รวมถึงการเตรียมองค์ประกอบต่างๆ เพื่อส่งไปยังสถานีอวกาศนานาชาติ (ISS)
เกียรติประวัติในกองทัพอากาศสหรัฐฯ
ก่อนจะเกษียณอายุราชการในวันที่ 1 กรกฎาคม 1996 Bridges ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายข้อกำหนด (Director of Requirements) ณ กองบัญชาการกองกำลังยุทโธปกรณ์กองทัพอากาศ (Air Force Materiel Command) โดยเขามีบทบาทสำคัญในการกำหนดนโยบายและทรัพยากรด้านการจัดการผลิตภัณฑ์ของกองทัพ
ตลอดอาชีพทหาร เขาผ่านตำแหน่งสำคัญมากมาย เช่น ผู้บัญชาการศูนย์ทดสอบการบินกองทัพอากาศ (Air Force Flight Test Center) ที่ฐานทัพอากาศเอ็ดเวิร์ดส์ และผู้บัญชาการศูนย์อวกาศและขีปนาวุธภาคตะวันออก (Eastern Space and Missile Center)
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| ยศสูงสุด | พลตรี (Major General), USAF |
| ชั่วโมงบินรวม | มากกว่า 4,460 ชั่วโมง |
| ภารกิจการรบ | 262 ภารกิจ (สงครามเวียดนาม) |
| ภารกิจอวกาศ | STS-51-F (ยาน Challenger) |
| ตำแหน่งบริหารที่ NASA | ผู้อำนวยการ KSC และ Langley Research Center |
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- ความเชี่ยวชาญ: เป็นทั้งนักบินรบ, นักบินทดสอบ และวิศวกรการบิน
- การศึกษา: จบการศึกษาดีเด่นจาก US Air Force Academy และ Purdue University
- ผลงานโดดเด่น: บริหารจัดการการปล่อยยานขนส่งอวกาศและยาน ELV ของ NASA
- รางวัล: ได้รับเหรียญ Distinguished Flying Cross และเป็นสมาชิก Georgia Aviation Hall of Fame
- ชีวิตส่วนตัว: สมรสกับ Benita Louise Allbaugh และมีบุตร 2 คน
คำถามที่พบบ่อย
Roy Bridges เคยปฏิบัติภารกิจในอวกาศกี่ครั้ง?
เขาปฏิบัติภารกิจในอวกาศ 1 ครั้ง คือภารกิจ STS-51-F ด้วยยานขนส่งอวกาศ Challenger โดยใช้เวลาอยู่ในอวกาศเกือบ 8 วัน
บทบาทที่สำคัญที่สุดของเขาใน NASA คืออะไร?
เขาดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการของศูนย์สำคัญสองแห่ง คือ ศูนย์อวกาศจอห์น เอฟ. เคนเนดี และศูนย์วิจัยแลงลีย์ ซึ่งดูแลทั้งด้านการวิจัยและการปล่อยยานอวกาศ
เขามีประสบการณ์การรบในสงครามใดบ้าง?
เขาเป็นทหารผ่านศึกในสงครามเวียดนาม โดยได้ปฏิบัติภารกิจการรบรวมทั้งสิ้น 262 ครั้ง
ปัจจุบัน Roy Bridges ทำอะไร?
หลังจากเกษียณจากกองทัพและ NASA เขาได้เข้าทำงานเป็นผู้บริหารที่ Northrop Grumman Technical Services
เขามีความเชี่ยวชาญด้านการศึกษาในสาขาใด?
เขามีความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมศาสตร์ (Engineering Science) และวิชาการนำยานอวกาศ (Astronautics)