← กลับไปเลือกอ่านเรื่องอื่น
Roy Wood อัจฉริยะทางดนตรีผู้บุกเบิก Glam Rock และผู้ร่วมก่อตั้ง ELO

ชีวิตและเรื่องราว · hmn.in.th

Roy Wood อัจฉริยะทางดนตรีผู้บุกเบิก Glam Rock และผู้ร่วมก่อตั้ง ELO

Roy Wood อัจฉริยะทางดนตรีผู้บุกเบิก Glam Rock และผู้ร่วมก่อตั้ง ELO หากจะกล่าวถึงศิลปินผู้มีอิทธิพลต่อวงการเพลงร็อกและป๊อปในช่วงปี 1960 และ 1970 ชื่อของ Roy Wood ย่อมปราก…

Roy WoodElectric Light OrchestraWizzardThe Move

Roy Wood อัจฉริยะทางดนตรีผู้บุกเบิก Glam Rock และผู้ร่วมก่อตั้ง ELO

หากจะกล่าวถึงศิลปินผู้มีอิทธิพลต่อวงการเพลงร็อกและป๊อปในช่วงปี 1960 และ 1970 ชื่อของ Roy Wood ย่อมปรากฏอยู่ในลำดับต้นๆ ในฐานะนักดนตรีผู้มีความสามารถรอบด้าน ทั้งการร้องเพลง แต่งเพลง และการบรรเลงเครื่องดนตรีที่หลากหลาย เขาเป็นฟันเฟืองสำคัญในการก่อตั้งวงดนตรีระดับตำนานอย่าง The Move, Electric Light Orchestra (ELO) และ Wizzard ซึ่งสร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับวงการดนตรีโลกด้วยสไตล์ที่ล้ำสมัย

Content image

จุดเริ่มต้นและการเดินทางในโลกดนตรี

Roy Wood เกิดเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 1946 ที่เมืองเบอร์มิงแฮม ประเทศอังกฤษ เขาเริ่มต้นเส้นทางสายดนตรีตั้งแต่ช่วงต้นทศวรรษ 1960 โดยเริ่มจากวง Falcons ก่อนจะย้ายไปร่วมงานกับ Gerry Levene and the Avengers ซึ่งผลงานซิงเกิล "Doctor Feelgood" ในปี 1964 ถือเป็นจุดเริ่มต้นการบันทึกเสียงครั้งแรกของเขา แม้ว่าเขาจะเคยเข้าเรียนที่ Moseley College of Art แต่กลับถูกไล่ออกในปีเดียวกัน ซึ่งอาจเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้เขาทุ่มเทให้กับดนตรีอย่างเต็มตัว

ในปี 1965 Wood ได้ก่อตั้งวง The Move ซึ่งเป็นวงแนว Freakbeat (ดนตรีร็อกที่มีจังหวะรุนแรงและเสียงแตกพร่า) และประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว โดยมีเพลงฮิตอย่าง "Night of Fear" และ "Flowers in the Rain" ซึ่งเพลงหลังนี้มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์เนื่องจากเป็นเพลงแรกที่ถูกเปิดในวันที่ BBC Radio 1 เริ่มออกอากาศครั้งแรกในปี 1967

Content image

การทดลองทางดนตรีและการก่อตั้ง ELO

ด้วยความหลงใหลในการทดลอง Wood เป็นผู้บุกเบิกการนำดนตรีคลาสสิกและเสียงของวง Big Band มาผสมผสานกับเพลงป๊อปและร็อก โดยการนำเครื่องสายและเครื่องเป่าเข้ามาใช้ในสตูดิโอ ความทะเยอทะยานนี้ส่งผลให้เขาพร้อมกับ Jeff Lynne และ Bev Bevan ร่วมกันก่อตั้ง Electric Light Orchestra (ELO) ขึ้นในขณะที่ยังเป็นสมาชิกของ The Move อยู่

อย่างไรก็ตาม ช่วงแรกของ ELO เต็มไปด้วยความวุ่นวายในการแสดงสด เนื่องจากคุณภาพเสียงของเครื่องสายไม่สามารถสู้กับเสียงกีตาร์และกลองได้ ประกอบกับตัว Wood เองที่ต้องสลับเปลี่ยนเครื่องดนตรีไปมาตลอดการโชว์ ทั้งเบส กีตาร์ เชลโล และแซกโซโฟน จนกระทั่งความตึงเครียดภายในวงเพิ่มสูงขึ้น ทำให้เขาตัดสินใจลาออกจาก ELO ในเดือนกรกฎาคม 1972

Content image

ยุคทองของ Wizzard และความสำเร็จในฐานะศิลปินเดี่ยว

หลังจากแยกทางกับ ELO เขาได้สร้างสรรค์วง Wizzard ซึ่งเน้นการใช้เครื่องเป่าและเชลโลจำนวนมาก โดยได้รับแรงบันดาลใจจากสไตล์ Wall of Sound (เทคนิคการบันทึกเสียงที่ทำให้เสียงดนตรีดูหนาและยิ่งใหญ่) ของ Phil Spector วง Wizzard ประสบความสำเร็จอย่างสูงด้วยเพลงฮิตหลายเพลง รวมถึงเพลงอมตะอย่าง "I Wish It Could Be Christmas Every Day" ที่ยังคงถูกเปิดซ้ำทุกปีในช่วงเทศกาลคริสต์มาสในสหราชอาณาจักร

นอกจากงานวงแล้ว Wood ยังปล่อยอัลบั้มเดี่ยว เช่น Boulders (1973) ซึ่งเขาโชว์ทักษะการเล่นเครื่องดนตรีเกือบทุกชิ้นด้วยตัวเอง รวมถึงการออกแบบปกอัลบั้ม แม้ว่าในช่วงปลายทศวรรษ 1970 ความนิยมในเชิงพาณิชย์จะลดลง แต่เขายังคงทำงานเบื้องหลังในฐานะโปรดิวเซอร์และนักแต่งเพลงอย่างต่อเนื่อง

Content image

ชีวิตในยุคหลังและเกียรติยศที่ได้รับ

ในเวลาต่อมา Wood ได้ก่อตั้ง Wizzo Band ซึ่งเป็นวงแนว Jazz-rock และมีโปรเจกต์พิเศษอย่าง Roy Wood's Army รวมถึงการร่วมงานกับศิลปินท่านอื่น เช่น Phil Lynott ในนาม The Rockers ในด้านชีวิตส่วนตัว เขาอาศัยอยู่ที่เซาท์เดอร์บีเชียร์ และมีความสนใจทางการเมืองโดยเคยเป็นสมาชิกของพรรค UKIP และ Brexit Party

ความสามารถที่โดดเด่นทำให้เขาได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์จาก University of Derby ในปี 2008 และได้รับรางวัล "Outer Limits" จาก Progressive Music Awards ในปี 2015 ที่สำคัญที่สุดคือการได้รับการบรรจุชื่อเข้าสู่ Rock and Roll Hall of Fame ในปี 2017 ในฐานะสมาชิกของ Electric Light Orchestra

Wood in 1974

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • ผู้ก่อตั้ง 3 วงดัง: เป็นผู้ร่วมก่อตั้ง The Move, Electric Light Orchestra (ELO) และ Wizzard
  • ความสามารถรอบด้าน: เล่นเครื่องดนตรีได้หลากหลาย เช่น กีตาร์, เบส, คีย์บอร์ด, กลอง, เชลโล, แซกโซโฟน และโอโบ
  • ผลงานระดับตำนาน: เพลง "I Wish It Could Be Christmas Every Day" เป็นหนึ่งในเพลงคริสต์มาสที่ถูกเปิดบ่อยที่สุดในอังกฤษ
  • เกียรติยศสูงสุด: ได้รับการยอมรับเข้าสู่ Rock and Roll Hall of Fame ปี 2017
  • สไตล์ดนตรี: มีบทบาทสำคัญในแนว Glam rock, Psychedelia และ Progressive rock
สรุปผลงานและบทบาททางดนตรีของ Roy Wood
ช่วงเวลา/วงดนตรี บทบาทหลัก ผลงานเด่น/ความสำเร็จ
The Move (1965) ผู้ก่อตั้ง / นักดนตรี เพลง "Flowers in the Rain"
Electric Light Orchestra (1970) ผู้ร่วมก่อตั้ง / นักดนตรี การผสมผสานร็อกกับดนตรีคลาสสิก
Wizzard (1972) หัวหน้าวง / นักแต่งเพลง เพลง "I Wish It Could Be Christmas Every Day"
ศิลปินเดี่ยว / โปรดิวเซอร์ นักดนตรี / ผู้สร้างสรรค์ อัลบั้ม Boulders และ Mustard
FAQ

คำถามที่พบบ่อย

Roy Wood มีความเกี่ยวข้องอย่างไรกับวง ELO?

เขาเป็นหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งวง Electric Light Orchestra (ELO) ร่วมกับ Jeff Lynne และ Bev Bevan โดยเป็นผู้นำแนวคิดการนำเครื่องสายแบบคลาสสิกมาใช้ในเพลงร็อก ก่อนจะลาออกจากวงในปี 1972

เพลงที่สร้างชื่อเสียงที่สุดของ Roy Wood คือเพลงอะไร?

เพลงที่ถูกเปิดบ่อยที่สุดและเป็นที่รู้จักในวงกว้างคือ "I Wish It Could Be Christmas Every Day" ของวง Wizzard ซึ่งกลายเป็นเพลงประจำเทศกาลคริสต์มาสในสหราชอาณาจักร

Roy Wood เล่นเครื่องดนตรีอะไรได้บ้าง?

เขาเป็นนักดนตรี Multi-instrumentalist ที่มีความสามารถสูง สามารถเล่นได้ทั้ง ร้องนำ, กีตาร์, เบส, คีย์บอร์ด, กลอง, เครื่องเคาะ, เชลโล, แซกโซโฟน และโอโบ

ทำไม Roy Wood ถึงได้รับเลือกเข้า Rock and Roll Hall of Fame?

เขาได้รับการบรรจุชื่อเข้าสู่หอเกียรติยศในปี 2017 ในฐานะสมาชิกผู้ร่วมก่อตั้งวง Electric Light Orchestra ซึ่งมีอิทธิพลอย่างมากต่อดนตรีร็อกและป๊อปในระดับสากล

สไตล์ดนตรีที่เป็นเอกลักษณ์ของ Roy Wood คืออะไร?

เขามีความโดดเด่นในการทดลองผสมผสานดนตรีหลายแนวเข้าด้วยกัน เช่น การนำดนตรีคลาสสิกมาใส่ในเพลงป๊อป หรือการใช้เทคนิค Wall of Sound ในยุคของ Wizzard เพื่อสร้างเสียงที่ยิ่งใหญ่และทรงพลัง