← กลับไปเลือกอ่านเรื่องอื่น
Ruud Gullit ตำนานแข้งสารพัดประโยชน์ผู้พลิกโฉมประวัติศาสตร์ฟุตบอล

ชีวิตและเรื่องราว · hmn.in.th

Ruud Gullit ตำนานแข้งสารพัดประโยชน์ผู้พลิกโฉมประวัติศาสตร์ฟุตบอล

Ruud Gullit ตำนานแข้งสารพัดประโยชน์ผู้พลิกโฉมประวัติศาสตร์ฟุตบอล หากจะกล่าวถึงนักเตะที่ครบเครื่องที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์ฟุตบอล ชื่อของ Ruud Gullit (รูด กุลลิต) ย่อมป…

Ruud Gullitรูด กุลลิตตำนานฟุตบอลเนเธอร์แลนด์AC Milan

Ruud Gullit ตำนานแข้งสารพัดประโยชน์ผู้พลิกโฉมประวัติศาสตร์ฟุตบอล

หากจะกล่าวถึงนักเตะที่ครบเครื่องที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์ฟุตบอล ชื่อของ Ruud Gullit (รูด กุลลิต) ย่อมปรากฏอยู่ในลำดับต้นๆ เขาไม่ได้เป็นเพียงนักเตะที่มีทักษะยอดเยี่ยม แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของความหลากหลายในตำแหน่งการเล่น และเป็นผู้นำที่พาทีมชาติเนเธอร์แลนด์ก้าวไปสู่จุดสูงสุดของยุโรป

กุลลิตเกิดในชื่อ Rudi Dil เมื่อวันที่ 1 กันยายน 1962 ที่กรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ โดยมีบิดาเป็นชาวซูรินาเมและมารดาเป็นชาวดัตช์ ชีวิตในวัยเด็กของเขาผูกพันกับฟุตบอลข้างถนนในย่านจอร์แดน ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้เขามีทักษะการควบคุมบอลที่เหนือชั้น ก่อนจะเริ่มต้นเส้นทางอาชีพกับสโมสร ASV Meerboys และ DWS ในช่วงเยาวชน

Content image

เส้นทางอาชีพจากดาวรุ่งสู่ระดับโลก

กุลลิตสร้างชื่อเสียงตั้งแต่อายุยังน้อย โดยเซ็นสัญญาอาชีพครั้งแรกกับ HFC Haarlem ในปี 1978 และกลายเป็นผู้เล่นที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ลีกเอเรดิวิซี (Eredivisie) ของเนเธอร์แลนด์ในขณะนั้น ด้วยความสามารถที่โดดเด่นทำให้เขาถูกเปรียบเทียบกับ ดันแคน เอ็ดเวิร์ดส์ แห่งอังกฤษ จนกระทั่งย้ายไปร่วมทีม Feyenoord ในปี 1982 ซึ่งที่นี่เขาได้ร่วมงานกับตำนานอย่าง โยฮัน ครัฟฟ์ และคว้าดับเบิลแชมป์ทั้งลีกและบอลถ้วยได้สำเร็จ

Content image

หลังจากโชว์ฟอร์มได้อย่างร้อนแรงกับ PSV Eindhoven กุลลิตได้สร้างประวัติศาสตร์ย้ายไปร่วมทีม AC Milan ในปี 1987 ด้วยค่าตัวที่เป็นสถิติโลกในเวลานั้น เขาได้รวมตัวกับเพื่อนร่วมชาติอย่าง มาร์โก ฟาน บาสเทน และ แฟรงค์ ไรจ์การ์ด กลายเป็นสามประสานชาวดัตช์ที่พามิลานครองความยิ่งใหญ่ทั้งในอิตาลีและยุโรป โดยคว้าแชมป์สคูเด็ตโต้ (Scudetto - ลีกสูงสุดของอิตาลี) 2 สมัย และแชมป์ยูโรเปียนคัพ (European Cup) อีก 2 สมัย

Content image

ในช่วงท้ายของอาชีพการค้าแข้ง กุลลิตย้ายไปร่วมทีม Chelsea ในปี 1995 ซึ่งเขาไม่เพียงแต่เป็นผู้เล่นตัวหลัก แต่ยังก้าวขึ้นมาเป็นผู้จัดการทีมควบคู่ไปด้วย (Player-Manager) และสร้างประวัติศาสตร์เป็นผู้จัดการทีมชาวต่างชาติคนแรกที่พาสโมสรคว้าแชมป์เอฟเอคัพ (FA Cup) ได้สำเร็จในปี 1997

Content image

ความสำเร็จในนามทีมชาติและสไตล์การเล่น

ในระดับนานาชาติ กุลลิตคือหัวใจสำคัญของทีมชาติเนเธอร์แลนด์ โดยผลงานที่โดดเด่นที่สุดคือการนำทีมคว้าแชมป์ UEFA Euro 1988 ซึ่งเขาเป็นกัปตันทีมคนแรกของดัตช์ที่ได้ชูถ้วยรางวัลระดับเมเจอร์ นอกจากนี้เขายังผ่านการเล่นในฟุตบอลโลกปี 1990 และยูโร 1992 อีกด้วย

Content image

กุลลิตคือตัวแทนที่สมบูรณ์แบบของ Total Football (ระบบฟุตบอลรวมศูนย์ที่ผู้เล่นสามารถสลับตำแหน่งกันได้) เขามีร่างกายที่แข็งแกร่ง สูงใหญ่ แต่กลับมีความคล่องตัวและเทคนิคการเลี้ยงบอลที่ยอดเยี่ยม เขาสามารถเล่นได้ทุกตำแหน่งตั้งแต่กองหลัง (Sweeper), กองกลาง ไปจนถึงกองหน้า ทำให้เขากลายเป็นอาวุธลับที่คู่ต่อสู้รับมือได้ยาก

สรุปข้อมูลสำคัญของ Ruud Gullit
หัวข้อ รายละเอียด
รางวัลส่วนตัวสูงสุด Ballon d'Or (1987), World Soccer Player of the Year (1987, 1989)
ความสำเร็จทีมชาติ แชมป์ UEFA European Championship 1988
สโมสรที่สร้างชื่อ AC Milan, Feyenoord, PSV, Chelsea
ตำแหน่งที่เล่นได้ กองกลาง, กองหน้า, กองหลัง (Sweeper)
สถิติรวมสโมสร ลงสนาม 470 นัด ทำได้ 174 ประตู

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • สถิติโลก: ย้ายสู่ AC Milan ด้วยค่าตัวสถิติโลกในปี 1987
  • ผู้บุกเบิก: เป็นผู้จัดการทีมต่างชาติคนแรกที่คว้าแชมป์ FA Cup กับเชลซี
  • อุดมการณ์: อุทิศรางวัล Ballon d'Or ปี 1987 ให้กับ เนลสัน แมนเดลา เพื่อต่อต้านการเหยียดผิว
  • นิยามฟุตบอล: เป็นผู้ริเริ่มใช้คำว่า "Sexy Football" เพื่ออธิบายสไตล์การเล่นที่สวยงามและไหลลื่น
  • การยอมรับ: ได้รับการคัดเลือกให้เป็น 1 ใน 125 นักเตะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่ยังมีชีวิตอยู่โดย FIFA ในปี 2004
FAQ

คำถามที่พบบ่อย

Ruud Gullit เล่นตำแหน่งอะไรเป็นหลัก?

กุลลิตเป็นผู้เล่นสารพัดประโยชน์ที่เล่นได้เกือบทุกตำแหน่งในทีม โดยมักจะได้รับบทบาทเป็นกองกลางตัวรุกหรือกองหน้าตัวต่ำ แต่เขาสามารถถอยลงไปเล่นเป็นกองหลังตัวกวาด (Sweeper) ได้อย่างมีประสิทธิภาพเช่นกัน

ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเขากับทีมชาติเนเธอร์แลนด์คืออะไร?

คือการพาทีมชาติเนเธอร์แลนด์คว้าแชมป์ UEFA Euro 1988 โดยเขาทำหน้าที่เป็นกัปตันทีมและเป็นผู้ทำประตูในนัดชิงชนะเลิศที่เอาชนะสหภาพโซเวียต 2-0

ทำไมเขาถึงถูกเรียกว่าเป็นผู้บุกเบิกในพรีเมียร์ลีก?

กุลลิตเป็นส่วนหนึ่งของ "การปฏิวัติชาวต่างชาติ" ในพรีเมียร์ลีกช่วงกลางยุค 90 โดยการย้ายมาเชลซีของเขาช่วยดึงดูดนักเตะระดับโลกคนอื่นๆ ให้ย้ายมาเล่นในอังกฤษมากขึ้น และเขายังเป็นผู้จัดการทีมชาวดัตช์คนแรกในลีกนี้ด้วย

รางวัล Ballon d'Or ของเขามีความพิเศษอย่างไร?

นอกจากจะเป็นการการันตีว่าเขาคือนักเตะที่เก่งที่สุดในโลกปี 1987 แล้ว กุลลิตยังได้อุทิศรางวัลนี้ให้กับ เนลสัน แมนเดลา ซึ่งในขณะนั้นยังถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ เพื่อแสดงจุดยืนต่อต้านการแบ่งแยกสีผิว (Apartheid) ในแอฟริกาใต้