← กลับไปเลือกอ่านเรื่องอื่น
Santiago Calatrava สถาปนิกผู้เปลี่ยนโครงสร้างวิศวกรรมให้เป็นงานศิลปะมีชีวิต

ชีวิตและเรื่องราว · hmn.in.th

Santiago Calatrava สถาปนิกผู้เปลี่ยนโครงสร้างวิศวกรรมให้เป็นงานศิลปะมีชีวิต

Santiago Calatrava สถาปนิกผู้เปลี่ยนโครงสร้างวิศวกรรมให้เป็นงานศิลปะมีชีวิต หากจะกล่าวถึงสถาปนิกที่สามารถผสานโลกของ วิศวกรรมโครงสร้าง และ ประติมากรรม เข้าด้วยกันได้อย่างไ…

Santiago Calatravaสถาปัตยกรรมวิศวกรรมโครงสร้างTurning Torso

Santiago Calatrava สถาปนิกผู้เปลี่ยนโครงสร้างวิศวกรรมให้เป็นงานศิลปะมีชีวิต

หากจะกล่าวถึงสถาปนิกที่สามารถผสานโลกของ วิศวกรรมโครงสร้าง และ ประติมากรรม เข้าด้วยกันได้อย่างไร้รอยต่อ ชื่อของ Santiago Calatrava Valls ย่อมปรากฏขึ้นเป็นอันดับต้นๆ เขาไม่ได้เป็นเพียงสถาปนิก แต่ยังเป็นวิศวกรโครงสร้าง ประติมากร และจิตรกรชาวสเปน-สวิส ผู้สร้างสรรค์ผลงานที่โดดเด่นด้วยเส้นสายที่ลื่นไหลและรูปทรงที่ดูราวกับสิ่งมีชีวิต ซึ่งกลายเป็นเอกลักษณ์ที่ทั่วโลกจดจำ

ผลงานของ Calatrava มักถูกเปรียบเปรยว่ามีชีวิต ไม่ว่าจะเป็นสถานีรถไฟ สนามกีฬา หรือพิพิธภัณฑ์ ที่มักใช้โครงสร้างเหล็กและคอนกรีตสีขาวสะอาดตา สร้างความรู้สึกเคลื่อนไหวและท้าทายแรงโน้มถ่วง โดยมีผลงานชิ้นเอกกระจายอยู่ทั่วโลก ตั้งแต่ในบ้านเกิดที่เมืองบาเลนเซีย ประเทศสเปน ไปจนถึงมหานครนิวยอร์กและเมืองต่างๆ ในยุโรป

An inclined wall covered with white pieces of ceramic under a blue sky. Some of the tiles are missing, others are detached from the wall and raise against other pieces.

เส้นทางชีวิตและการหล่อหลอมทางความคิด

Santiago Calatrava เกิดเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม ค.ศ. 1951 ที่เมืองเบนิมะเมต (ปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของบาเลนเซีย) ประเทศสเปน เขาเริ่มต้นความหลงใหลในศิลปะด้วยการเรียนวาดเขียนและจิตรกรรมตั้งแต่ปี 1957 จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อเขาได้ศึกษาผลงานของ Le Corbusier สถาปนิกผู้ทรงอิทธิพล ซึ่งทำให้เขาตระหนักว่าเขาสามารถเป็นทั้งศิลปินและสถาปนิกได้ในเวลาเดียวกัน

หลังจากจบการศึกษาด้านสถาปัตยกรรมจากมหาวิทยาลัยโพลีเทคนิคแห่งบาเลนเซีย Calatrava ไม่หยุดเพียงเท่านั้น เขาเดินทางไปศึกษาต่อด้านวิศวกรรมโยธาที่สถาบันเทคโนโลยีแห่งสหพันธ์สวิส (ETH Zurich) และคว้าปริญญาเอกในปี 1981 โดยทำวิทยานิพนธ์เรื่อง The Pliability of three-dimensional structures (ความยืดหยุ่นของโครงสร้างสามมิติ) ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการออกแบบอาคารที่ดูพลิ้วไหวในเวลาต่อมา

เขาได้รับแรงบันดาลใจอย่างมากจาก Robert Maillart วิศวกรชาวสวิส ผู้สอนให้เขารู้ว่าการผสมผสานระหว่าง แรง (Force) และ มวล (Mass) อย่างเหมาะสม สามารถสร้างอารมณ์และความรู้สึกให้กับผู้พบเห็นได้

Content image

การก้าวสู่ระดับโลกผ่านงานวิศวกรรมสะพานและสถานีรถไฟ

Calatrava เริ่มสร้างชื่อเสียงในระดับสากลผ่านการออกแบบสะพานและโครงสร้างพื้นฐาน โดยผลงานชิ้นแรกที่สร้างแรงสั่นสะเทือนคือ สะพาน Bac de Roda ในบาร์เซโลนา ซึ่งใช้โครงสร้างส่วนโค้งเอียง 30 องศา กลายเป็นลายเซ็นในการออกแบบของเขา ต่อมาเขาได้สร้าง สะพาน Alamillo ในเซบียา ซึ่งโดดเด่นด้วยเสาเดี่ยวเอียง 58 องศา (มุมเดียวกับพีระมิดแห่งกีซา) โดยใช้เพียงน้ำหนักของคอนกรีตในการพยุงสะพานโดยไม่ต้องมีสายเคเบิลยึดด้านหลัง

ในส่วนของสถานีรถไฟ เขาได้เปลี่ยนพื้นที่ขนส่งให้กลายเป็นวิหารสมัยใหม่ เช่น สถานี Zürich Stadelhofen และ Gare de Lyon Saint-Exupéry ที่ฝรั่งเศส ซึ่งมีหลังคาเหล็กและกระจกขนาดมหึมาที่ดูคล้ายสัตว์ดึกดำบรรพ์หรือนกที่กำลังจะโผบิน รวมถึง Gare do Oriente ในลิสบอน ที่ใช้เสาสีขาวเรียงรายราวกับป่าไม้ที่ค้ำจุนหลังคากระจก

Content image

ผลงานชิ้นเอกที่ท้าทายจินตนาการ

Turning Torso และสถาปัตยกรรมบิดเกลียว

ในเมืองมัลโม ประเทศสเวเดน Calatrava ได้สร้าง Turning Torso ตึกระฟ้าแห่งแรกที่ออกแบบให้มีการบิดเกลียว 90 องศาจากฐานสู่ยอด โดยได้รับแรงบันดาลใจจากรูปทรงของกระดูกสันหลังมนุษย์ ซึ่งกลายเป็นต้นแบบให้กับตึกบิดเกลียวในเมืองใหญ่อื่นๆ ทั่วโลก

City of Arts and Sciences ความภูมิใจแห่งบาเลนเซีย

โครงการที่ใหญ่ที่สุดของเขาคือ City of Arts and Sciences ในบ้านเกิดที่บาเลนเซีย ซึ่งประกอบด้วยอาคารหลายหลัง เช่น L'Hemisfèric ที่ดูเหมือนดวงตายักษ์จมอยู่ในน้ำ และโรงโอเปร่าที่มีรูปทรงเหมือนประติมากรรมขนาดมหึมาที่เคลื่อนไหวได้

WTC Hub (The Oculus) สัญลักษณ์แห่งการเกิดใหม่

หนึ่งในงานที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือ World Trade Center Transportation Hub ในนิวยอร์ก หรือที่รู้จักในชื่อ The Oculus ซึ่งออกแบบให้ดูเหมือนนกที่กำลังถูกปล่อยออกจากมือเด็ก แม้จะเผชิญกับข้อวิพากษ์วิจารณ์เรื่องงบประมาณที่บานปลายถึง 4 พันล้านดอลลาร์ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันคือแลนด์มาร์คที่ทรงพลังที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

Content image

นวัตกรรมและความยั่งยืนในงานยุคหลัง

ในช่วงปี 2011 เป็นต้นมา Calatrava เริ่มนำเทคโนโลยีเพื่อสิ่งแวดล้อมมาใช้มากขึ้น เช่น Museum of Tomorrow ในริโอเดจาเนโร ที่ใช้ระบบน้ำทะเลในการควบคุมอุณหภูมิภายในอาคาร และมีหลังคาที่ปรับเปลี่ยนตามทิศทางแสงอาทิตย์ หรือโครงการ Florida Polytechnic University ที่มีการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาที่ยืดหดได้ เพื่อสร้างพลังงานสะอาดให้กับมหาวิทยาลัย

Content image

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • ความเชี่ยวชาญ: เป็นทั้งสถาปนิกและวิศวกรโครงสร้าง ทำให้สามารถออกแบบรูปทรงที่ซับซ้อนแต่มีความมั่นคงทางวิศวกรรม
  • เอกลักษณ์: มักใช้สีขาว, รูปทรงอินทรีย์ (Organic Form) ที่เลียนแบบธรรมชาติ, และโครงสร้างที่ดูเหมือนกำลังเคลื่อนไหว
  • ผลงานเด่น: Turning Torso (สเวเดน), The Oculus (สหรัฐฯ), City of Arts and Sciences (สเปน)
  • รางวัล: ได้รับรางวัลระดับโลกมากมาย เช่น AIA Gold Medal และ Prince of Asturias Award
สรุปผลงานสำคัญของ Santiago Calatrava
ชื่อผลงาน สถานที่ จุดเด่นทางสถาปัตยกรรม
Turning Torso สวีเดน ตึกระฟ้าบิดเกลียว 90 องศา เลียนแบบกระดูกสันหลัง
The Oculus (WTC Hub) สหรัฐอเมริกา โครงสร้างเหล็กและกระจกรูปนกโผบิน
City of Arts and Sciences สเปน กลุ่มอาคารรูปทรงล้ำสมัยและโรงโอเปร่าขนาดใหญ่
Museum of Tomorrow บราซิล อาคารยื่นยาว (Cantilever) พร้อมระบบควบคุมอุณหภูมิด้วยน้ำทะเล
Puente del Alamillo สเปน สะพานเสาเดี่ยวเอียง 58 องศา ไม่ใช้สายเคเบิลยึดหลัง
FAQ

คำถามที่พบบ่อย

อะไรคือเอกลักษณ์ที่โดดเด่นที่สุดในงานของ Santiago Calatrava?

เอกลักษณ์ที่ชัดเจนที่สุดคือการใช้ รูปทรงอินทรีย์ (Organic Forms) ที่เลียนแบบธรรมชาติ เช่น กระดูกสันหลัง นก หรือพืช ผสมผสานกับการใช้สีขาวและโครงสร้างที่ดูเหมือนกำลังเคลื่อนไหว (Dynamic structures)

ทำไมเขาถึงต้องเรียนทั้งสถาปัตยกรรมและวิศวกรรม?

เพราะเขาต้องการสร้างอาคารที่มีรูปทรงแปลกใหม่และท้าทาย การมีความรู้ด้านวิศวกรรมโครงสร้างทำให้เขาสามารถคำนวณและทำให้จินตนาการทางศิลปะกลายเป็นความจริงที่มั่นคงและปลอดภัยได้

โครงการใดของเขาที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์มากที่สุด?

WTC Transportation Hub (The Oculus) ในนิวยอร์ก ถูกวิจารณ์อย่างหนักในเรื่องงบประมาณที่สูงถึง 4 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งสูงกว่าที่ประเมินไว้ในตอนแรกถึงสองเท่า รวมถึงความล่าช้าในการก่อสร้าง

งานของ Calatrava มีส่วนช่วยด้านสิ่งแวดล้อมอย่างไร?

ในผลงานยุคหลัง เขาได้นำนวัตกรรมรักษ์โลกมาใช้ เช่น การใช้แผงโซลาร์เซลล์ในอาคาร IST ของ Florida Polytechnic University และการใช้ระบบระบายความร้อนด้วยน้ำทะเลใน Museum of Tomorrow

Turning Torso มีความสำคัญอย่างไรในวงการสถาปัตยกรรม?

เป็นตึกระฟ้าแห่งแรกของโลกที่มีการออกแบบให้บิดเกลียว (Twisting skyscraper) ซึ่งเป็นการเปิดมิติใหม่ในการออกแบบอาคารสูงที่ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงรูปทรงสี่เหลี่ยมแบบเดิม