← กลับไปเลือกอ่านเรื่องอื่น
Sarah Deer นักกฎหมายผู้พลิกโฉมกระบวนการยุติธรรมเพื่อสตรีชนเผ่าพื้นเมือง

ชีวิตและเรื่องราว · hmn.in.th

Sarah Deer นักกฎหมายผู้พลิกโฉมกระบวนการยุติธรรมเพื่อสตรีชนเผ่าพื้นเมือง

Sarah Deer นักกฎหมายผู้พลิกโฉมกระบวนการยุติธรรมเพื่อสตรีชนเผ่าพื้นเมือง ในโลกของกฎหมายและการต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชน ชื่อของ Sarah Deer เป็นที่ยอมรับในฐานะผู้ขับเคลื่อนการ…

Sarah Deerสิทธิชนเผ่าพื้นเมืองกฎหมายสตรีความรุนแรงทางเพศ

Sarah Deer นักกฎหมายผู้พลิกโฉมกระบวนการยุติธรรมเพื่อสตรีชนเผ่าพื้นเมือง

ในโลกของกฎหมายและการต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชน ชื่อของ Sarah Deer เป็นที่ยอมรับในฐานะผู้ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญเพื่อปกป้องผู้หญิงและกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศในชุมชนชนเผ่าพื้นเมืองของสหรัฐอเมริกา เธอไม่ได้เป็นเพียงนักวิชาการ แต่เป็นนักรบทางกฎหมายที่อุทิศเวลากว่า 25 ปี เพื่อให้ผู้ประสบภัยจากความรุนแรงทางเพศได้รับความยุติธรรมอย่างแท้จริง

Sarah Deer เป็นสมาชิกของ Muscogee (Creek) Nation ในรัฐโอคลาโฮมา และปัจจุบันดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิ (University Distinguished Professor) ณ University of Kansas โดยเชี่ยวชาญในด้านการศึกษาชนเผ่าพื้นเมือง (Indigenous Studies), สตรี เพศสภาพ และความหลากหลายทางเพศ รวมถึงด้านกิจการสาธารณะและการบริหารจัดการ

Content image

เส้นทางการต่อสู้และผลงานที่สร้างแรงกระเพื่อม

จุดเริ่มต้นของการทำงานด้านสังคมของเธอเริ่มขึ้นตั้งแต่สมัยเรียนปริญญาตรี โดยการเป็นอาสาสมัครช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากการถูกข่มขืน ซึ่งประสบการณ์เหล่านี้ได้กลายเป็นรากฐานสำคัญในการเขียนหนังสือ The Beginning and End of Rape: Confronting Sexual Violence in Native America ในปี 2015 เพื่อตีแผ่ปัญหาความรุนแรงทางเพศในอเมริกา

ผลงานที่โดดเด่นที่สุดของเธอคือการมีบทบาทสำคัญในการผลักดัน Tribal Law and Order Act 2010 และการปรับปรุง Violence Against Women Act (VAWA) ในปี 2013 ซึ่งเป็นการต่อสู้ที่ยาวนานเพื่อให้ชนเผ่าพื้นเมืองมีอำนาจทางกฎหมายในการดำเนินคดีอาญากับจำเลยที่ไม่ใช่ชาวอินเดียนแดง ในกรณีที่เกิดความรุนแรงในครอบครัวภายในเขตพื้นที่ของชนเผ่า

นอกจากนี้ เธอยังร่วมเขียนรายงาน Maze of Injustice กับ Amnesty International ในปี 2007 เพื่อรวบรวมหลักฐานการล่วงละเมิดทางเพศต่อสตรีชนเผ่าพื้นเมือง ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ถูกนำไปใช้เป็นคำให้การสำคัญในการเปลี่ยนแปลงกฎหมายในเวลาต่อมา

บทบาททางตุลาการและทฤษฎีกฎหมายสมัยใหม่

นอกเหนือจากการเป็นนักรณรงค์ Sarah Deer ยังปฏิบัติหน้าที่ในสายตุลาการ โดยดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ของ White Earth Nation ตั้งแต่ปี 2015 และได้รับแต่งตั้งเป็นประธานศาลอุทธรณ์ของ Prairie Island Indian Community ในปี 2016

ในปัจจุบัน เธอได้มุ่งเน้นการพัฒนา Indigenous Feminist Legal Theory (IFLT) หรือ ทฤษฎีกฎหมายสตรีนิยมชนเผ่าพื้นเมือง ซึ่งเป็นแนวคิดที่พยายามรื้อสร้างระบบกฎหมายปัจจุบันที่ถูกสร้างขึ้นบนรากฐานของลัทธิอาณานิคม (Colonialism), ระบบชายเป็นใหญ่ (Patriarchy) และการเหยียดเชื้อชาติ เพื่อสร้างระบบยุติธรรมที่สอดคล้องกับอัตลักษณ์และสิทธิของชนเผ่าพื้นเมืองอย่างแท้จริง

สรุปข้อมูลสำคัญของ Sarah Deer
หัวข้อ รายละเอียด
สังกัดชนเผ่า Muscogee (Creek) Nation
การศึกษา ปริญญาตรี และ นิติศาสตรดุษฎี (J.D.) จาก University of Kansas
ผลงานกฎหมายสำคัญ Tribal Law and Order Act (2010), Violence Against Women Act (2013)
รางวัลเกียรติยศ MacArthur Fellow (2014), National Women's Hall of Fame (2019)
ความเชี่ยวชาญพิเศษ Indigenous Feminist Legal Theory (IFLT)

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • ผู้บุกเบิกสิทธิสตรี: รณรงค์เพื่อสิทธิของกลุ่ม Feminist, Queer และ Trans ในชุมชนชนเผ่าพื้นเมือง
  • ความสำเร็จทางวิชาการ: ได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ด้านจริยธรรม (Humane Letters) จาก Brooklyn College ในปี 2020
  • การยอมรับระดับชาติ: ได้รับรางวัลจากกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ (U.S. Department of Justice) และสมาคมเนติบัณฑิตยสภาอเมริกัน (ABA)
  • นักเขียนผู้ทรงอิทธิพล: ผลิตผลงานเขียนด้านกฎหมายอาญาของชนเผ่าและสิทธิสตรีจำนวนมาก
FAQ

คำถามที่พบบ่อย

Sarah Deer คือใคร?

เธอเป็นนักกฎหมายชาวอเมริกันพื้นเมืองจากชนเผ่า Muscogee (Creek) และเป็นศาสตราจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายและสิทธิสตรีที่มุ่งเน้นการปกป้องผู้ประสบภัยจากความรุนแรงทางเพศในชุมชนชนเผ่าพื้นเมือง

ผลงานที่สร้างชื่อเสียงที่สุดของเธอคืออะไร?

การมีบทบาทสำคัญในการผลักดันกฎหมาย Tribal Law and Order Act ปี 2010 และการแก้ไขกฎหมาย Violence Against Women Act ปี 2013 เพื่อให้ชนเผ่าพื้นเมืองมีอำนาจดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดที่ไม่ใช่ชาวอินเดียนแดง

Indigenous Feminist Legal Theory (IFLT) คืออะไร?

คือทฤษฎีกฎหมายที่ Sarah Deer พัฒนาขึ้นเพื่อปรับโครงสร้างระบบกฎหมายให้หลุดพ้นจากกรอบของลัทธิอาณานิคมและระบบชายเป็นใหญ่ โดยมุ่งเน้นการสร้างความยุติธรรมที่เคารพในสิทธิและอัตลักษณ์ของสตรีชนเผ่าพื้นเมือง

เธอได้รับรางวัลอะไรบ้างที่โดดเด่น?

เธอได้รับทุน MacArthur Fellow (หรือที่รู้จักในชื่อ Genius Grant) ในปี 2014 และได้รับการจารึกชื่อในหอเกียรติยศสตรีแห่งชาติ (National Women's Hall of Fame) ในปี 2019

บทบาทในสายตุลาการของเธอเป็นอย่างไร?

เธอเคยดำรงตำแหน่งประธานศาลอุทธรณ์ของ Prairie Island Indian Community และเป็นผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ของ White Earth Nation