← กลับไปเลือกอ่านเรื่องอื่น
Scott O'Grady วีรบุรุษนักบิน F-16 กับการเอาชีวิตรอดกลางสมรภูมิบอสเนีย

ชีวิตและเรื่องราว · hmn.in.th

Scott O'Grady วีรบุรุษนักบิน F-16 กับการเอาชีวิตรอดกลางสมรภูมิบอสเนีย

Scott O Grady วีรบุรุษนักบิน F-16 กับการเอาชีวิตรอดกลางสมรภูมิบอสเนีย เรื่องราวของ Scott O Grady ไม่ใช่เพียงแค่บันทึกทางทหาร แต่เป็นมหากาพย์แห่งการเอาชีวิตรอดที่กลายเป็นแ…

Scott O'Gradyนักบิน F-16สงครามบอสเนียOperation Deny Flight

Scott O'Grady วีรบุรุษนักบิน F-16 กับการเอาชีวิตรอดกลางสมรภูมิบอสเนีย

เรื่องราวของ Scott O'Grady ไม่ใช่เพียงแค่บันทึกทางทหาร แต่เป็นมหากาพย์แห่งการเอาชีวิตรอดที่กลายเป็นแรงบันดาลใจและถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ เขาคือนักบินขับไล่ฝีมือดีจากกองทัพอากาศสหรัฐฯ (USAF) ที่ต้องเผชิญกับสถานการณ์เลวร้ายที่สุดในชีวิต เมื่อเครื่องบินของเขาถูกยิงตกในดินแดนศัตรู และต้องใช้ทักษะการเอาตัวรอดขั้นสูงสุดเพื่อรอคอยการช่วยเหลือ

Content image

จุดเริ่มต้นของวิกฤต: การถูกยิงตกเหนือท้องฟ้าบอสเนีย

ในวันที่ 2 มิถุนายน 1995 ระหว่างปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนภายใต้ Operation Deny Flight ซึ่งเป็นปฏิบัติการของ NATO เพื่อควบคุมเขตห้ามบิน (No-fly zone) ในสงครามบอสเนีย เพื่อป้องกันไม่ให้กองกำลังเซิร์บโจมตีรัฐบาลบอสเนียและโครเอเชีย Scott O'Grady ซึ่งขับเครื่องบิน F-16C ได้ตกเป็นเป้าหมายของกับดักทางทหาร

กองกำลังเซิร์บได้ใช้ระบบขีปนาวุธพื้นสู่อากาศ 2K12 Kub (หรือที่ NATO เรียกว่า SA-6 "Gainful") โดยใช้วิธีเปิดเรดาร์เป็นระยะเพื่อหลอกล่อและรอจังหวะที่เครื่องบินบินอยู่เหนือหัวพอดี ซึ่งเป็นจุดที่ระบบป้องกันตัวของเครื่องบินทำงานได้น้อยที่สุด ขีปนาวุธลูกที่สองพุ่งเข้าชนเครื่อง F-16 ของ O'Grady จนระเบิดและแยกออกเป็นสองส่วน ทำให้เขาต้องดีดตัวออกจากเครื่องและร่อนลงสู่พื้นที่ควบคุมของศัตรู

Content image

6 วันแห่งการต่อสู้เพื่อลมหายใจ

หลังจากร่อนลงสู่พื้นดิน O'Grady พบว่าตัวเองอยู่ท่ามกลางกลุ่มประชากรเซิร์บที่ไม่เป็นมิตร เขาต้องรีบคว้าถุงอุปกรณ์ยังชีพหนัก 29 ปอนด์แล้วหลบหนีเข้าป่าทันที เขาใช้กลยุทธ์พรางตัวด้วยการเอาดินทาหน้าและหมอบนิ่ง แม้ว่าทหารเซิร์บจะเดินมาใกล้จนแทบจะสัมผัสตัวและระดมยิงปืนเพื่อไล่ล่าเขา

ในช่วงเวลา 6 วันที่ต้องหลบซ่อน O'Grady ได้นำความรู้จากการฝึก SERE (Survival, Evasion, Resistance and Escape) หรือการฝึกทักษะการเอาตัวรอด การหลบหลีก การต่อต้าน และการหลบหนี มาใช้จริง เขาต้องประทังชีวิตด้วยการกินใบไม้ หญ้า และแมลง รวมถึงใช้ฟองน้ำซับน้ำฝนเก็บไว้ในถุงพลาสติกเพื่อดื่ม

ด้านการสื่อสาร เขาพยายามส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือผ่านวิทยุอย่างระมัดระวังตามระเบียบปฏิบัติ เพื่อไม่ให้ศัตรูตรวจจับตำแหน่งได้ จนกระทั่งในคืนที่ 6 เขาสามารถติดต่อกับกัปตัน Thomas "T.O." Hanford ได้สำเร็จ นำไปสู่การวางแผนกู้ภัยครั้งใหญ่

Content image

ปฏิบัติการกู้ภัยสุดระทึก

การช่วยเหลือ O'Grady เป็นปฏิบัติการที่ระดมสรรพกำลังมหาศาล โดยมีเฮลิคอปเตอร์ CH-53 Sea Stallion สองลำ บรรทุกนาวิกโยธิน 51 นาย พร้อมการสนับสนุนจากเครื่องบินรบและเครื่องบินสงครามอิเล็กทรอนิกส์อีกหลายลำ เพื่อสร้างเกราะป้องกันทางอากาศ

เมื่อถึงจุดนัดพบ O'Grady ได้จุดพลุสัญญาณควันสีเหลืองเพื่อให้ทีมกู้ภัยมองเห็น นาวิกโยธินใช้เวลาบนพื้นดินเพียง 7 นาทีในการนำตัวเขากลับขึ้นเครื่อง อย่างไรก็ตาม ระหว่างทางกลับพวกเขาถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธประทับบ่า 3 ลูก และถูกระดมยิงด้วยอาวุธเบา แต่ด้วยทักษะการบินหลบหลีกของนักบิน ทำให้ทีมกู้ภัยและ O'Grady กลับถึงเรือ USS Kearsarge ได้อย่างปลอดภัยในเวลา 07:30 น.

Content image

บทบาทหลังสงครามและการเมือง

หลังเหตุการณ์นี้ O'Grady ได้รับเหรียญ Bronze Star และ Purple Heart เพื่อเป็นเกียรติแก่ความกล้าหาญ เขาผันตัวไปเป็นนักเขียนและวิทยากร โดยร่วมเขียนหนังสือชื่อ Return With Honor และ Basher Five-Two นอกจากนี้ เรื่องราวของเขายังเป็นแรงบันดาลใจส่วนหนึ่งให้กับภาพยนตร์เรื่อง Behind Enemy Lines (2001) แม้ว่าเขาจะไม่พอใจกับการนำเสนอตัวละครที่ดูไม่เชื่อฟังคำสั่งในภาพยนตร์จนนำไปสู่การฟ้องร้องในเวลาต่อมา

ในด้านการเมือง O'Grady เป็นสมาชิกพรรครีพับลิกันที่กระตือรือร้น และเคยได้รับการเสนอชื่อจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ให้ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมฝ่ายกิจการความมั่นคงระหว่างประเทศในปี 2020 แต่การเสนอชื่อดังกล่าวไม่ได้ถูกรับรองโดยวุฒิสภา และเขายังตกเป็นข่าวจากการเผยแพร่ทฤษฎีสมคบคิดเกี่ยวกับการเลือกตั้งสหรัฐฯ ปี 2020 อีกด้วย

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • ชื่อเรียกขาน: Basher 52
  • เหตุการณ์สำคัญ: ถูกยิงตกในบอสเนียเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 1995 และถูกช่วยชีวิตในวันที่ 8 มิถุนายน 1995
  • อาวุธที่ใช้ยิง: ขีปนาวุธ 2K12 Kub (SA-6 Gainful)
  • ทักษะที่ใช้รอดชีวิต: การฝึก SERE (Survival, Evasion, Resistance and Escape)
  • รางวัลเกียรติยศ: Bronze Star และ Purple Heart
สรุปข้อมูลประวัติและเหตุการณ์ของ Scott O'Grady
หัวข้อ รายละเอียด
วันเกิด 12 ตุลาคม 1965
สังกัด กองทัพอากาศสหรัฐฯ (USAF)
ยศสูงสุด Captain (ร้อยเอก)
ระยะเวลาประจำการ 1989 – 2001
การศึกษาสูงสุด ปริญญาโทด้านเทววิทยา (Dallas Theological Seminary)
FAQ

คำถามที่พบบ่อย

Scott O'Grady รอดชีวิตมาได้อย่างไรเป็นเวลา 6 วัน?

เขารอดชีวิตได้ด้วยการนำความรู้จากการฝึก SERE มาใช้ โดยการพรางตัวหลบซ่อนจากศัตรู กินพืช แมลง และเก็บน้ำฝนเพื่อประทังชีวิต พร้อมทั้งใช้การสื่อสารทางวิทยุอย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้ถูกตรวจจับตำแหน่ง

ภาพยนตร์เรื่อง Behind Enemy Lines สร้างจากเรื่องจริงของเขาหรือไม่?

ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับแรงบันดาลใจแบบหลวมๆ จากประสบการณ์ของ O'Grady แต่เขาเคยฟ้องร้องบริษัทผู้สร้างเนื่องจากไม่พอใจที่ตัวละครในเรื่องถูกนำเสนอในลักษณะที่ฝ่าฝืนคำสั่งและใช้คำหยาบคาย ซึ่งไม่ตรงกับความเป็นจริง

Operation Deny Flight คืออะไร?

คือปฏิบัติการของ NATO ในช่วงสงครามบอสเนีย เพื่อบังคับใช้เขตห้ามบิน (No-fly zone) ป้องกันไม่ให้เครื่องบินของกองกำลังเซิร์บโจมตีเป้าหมายบนพื้นดินของรัฐบาลบอสเนียและโครเอเชีย

Scott O'Grady เคยดำรงตำแหน่งในรัฐบาลสหรัฐฯ หรือไม่?

เขาเคยได้รับการเสนอชื่อให้เป็นผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และเคยได้รับแต่งตั้งให้เป็นสมาชิกคณะกรรมการนโยบายกลาโหม (Defense Policy Board) ในช่วงปลายสมัยของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ก่อนจะถูกปลดออกโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมในสมัยประธานาธิบดีโจ ไบเดน

Scott O'Grady วีรบุรุษนักบิน F-16 กับการเอาชีวิตรอดกลางสมรภูมิบอสเนีย | hmn.in.th