Sergei Krikalev วีรบุรุษอวกาศผู้กลายเป็นพลเมืองคนสุดท้ายของสหภาพโซเวียต
ในประวัติศาสตร์การสำรวจอวกาศ มีชื่อหนึ่งที่ถูกจดจำไม่ใช่เพียงเพราะความสามารถทางวิศวกรรมหรือจำนวนวันที่ใช้ชีวิตนอกโลก แต่เป็นเพราะโชคชะตาที่ทำให้เขาต้องติดอยู่ในอวกาศขณะที่ประเทศบ้านเกิดของเขาล่มสลายลง Sergei Krikalev คือนักบินอวกาศและวิศวกรเครื่องกลชาวรัสเซียผู้สร้างตำนานในฐานะ "พลเมืองคนสุดท้ายของสหภาพโซเวียต"

เส้นทางสู่ดวงดาวและจุดเริ่มต้นของตำนาน
Krikalev เกิดเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 1958 ณ เมืองเลนินกราด (ปัจจุบันคือเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก) เขาสำเร็จการศึกษาด้านวิศวกรรมเครื่องกลจากสถาบันเครื่องกลเลนินกราดในปี 1981 ก่อนจะเข้าทำงานที่ NPO Energia ซึ่งเป็นองค์กรหลักที่ดูแลการส่งมนุษย์ขึ้นสู่อวกาศของรัสเซีย
ด้วยความเชี่ยวชาญด้านเทคนิค เขาได้มีส่วนสำคัญในการกู้คืนสถานีอวกาศ Salyut 7 ในปี 1985 ซึ่งเป็นภารกิจที่ท้าทายในการเชื่อมต่อกับสถานีที่สูญเสียการควบคุม ประสบการณ์นี้ส่งให้เขาได้รับเลือกเข้าเป็นนักบินอวกาศในปีเดียวกัน และเริ่มต้นการฝึกฝนอย่างเข้มข้นเพื่อเตรียมตัวสำหรับภารกิจระยะยาวบนสถานีอวกาศ Mir
โศกนาฏกรรมทางการเมืองที่กลายเป็นเรื่องเล่าระดับโลก
เหตุการณ์ที่ทำให้ Krikalev กลายเป็นบุคคลสำคัญในหน้าประวัติศาสตร์เกิดขึ้นระหว่างภารกิจบนสถานีอวกาศ Mir ในช่วงปี 1991 ขณะที่เขาปฏิบัติหน้าที่อยู่บนวงโคจร สหภาพโซเวียตได้ล่มสลายลงอย่างเป็นทางการในวันที่ 26 ธันวาคม 1991 ส่งผลให้ฐานปล่อยจรวดไบโคนูร์และพื้นที่ลงจอดกลายเป็นส่วนหนึ่งของประเทศคาซัคสถานซึ่งเพิ่งประกาศเอกราช
ความไม่แน่นอนทางการเมืองในขณะนั้นทำให้การเดินทางกลับโลกของเขาต้องล่าช้าออกไป จากเดิมที่วางแผนไว้ แต่เขากลับต้องใช้เวลาอยู่ในอวกาศนานถึง 311 วัน หรือนานกว่ากำหนดการเดิมถึงสองเท่า ความน่าทึ่งทางวิทยาศาสตร์ที่เกิดขึ้นคือ Time Dilation หรือปรากฏการณ์การยืดออกของเวลา ซึ่งเกิดจากการที่เขาเดินทางด้วยความเร็วสูงในอวกาศเป็นเวลานาน ส่งผลให้เขามีอายุทางชีวภาพน้อยกว่าคนที่เกิดในเวลาเดียวกันบนโลกประมาณ 0.02 วินาที

ความร่วมมือข้ามพรมแดนและภารกิจกับ NASA
หลังจากการล่มสลายของโซเวียต Krikalev ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของความร่วมมือระหว่างรัสเซียและสหรัฐอเมริกา เขาเป็นนักบินอวกาศรัสเซียคนแรกที่ได้บินกับกระสวยอวกาศของ NASA ในภารกิจ STS-60 และต่อมาในภารกิจ STS-88 เขาและ Robert Cabana ได้สร้างประวัติศาสตร์เป็นมนุษย์กลุ่มแรกที่ก้าวเข้าสู่สถานีอวกาศนานาชาติ (ISS) เพื่อเชื่อมต่อโมดูลแรกของรัสเซียและอเมริกาเข้าด้วยกัน
นอกจากนี้ เขายังเป็นส่วนหนึ่งของลูกเรือชุดแรก (Expedition 1) และกลับมาในฐานะผู้บัญชาการของ Expedition 11 ซึ่งในภารกิจหลังนี้เองที่เขาได้ทำลายสถิติเวลาสะสมในการอยู่ในอวกาศของ Sergei Avdeyev ลงได้สำเร็จ

บทบาทหลังเกษียณและการอุทิศตนเพื่อวงการการบิน
Krikalev เกษียณจากการเป็นนักบินอวกาศในปี 2007 แต่ยังคงทำงานขับเคลื่อนวงการอวกาศในฐานะรองหัวหน้าผู้ออกแบบที่ Energia และดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์ฝึกนักบินอวกาศ Yuri Gagarin ระหว่างปี 2009-2014 ปัจจุบันเขาดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการทั่วไปของ Roscosmos (หน่วยงานอวกาศของรัสเซีย) โดยดูแลด้านการส่งมนุษย์ขึ้นสู่อวกาศ
นอกเหนือจากงานด้านอวกาศ เขายังมีความหลงใหลในวิทยุสมัครเล่น (Amateur Radio) โดยใช้สัญญาณเรียกขาน U5MIR และเคยสื่อสารกับ Margaret Iaquinto นักวิทยุสมัครเล่นชาวออสเตรเลียเป็นประจำทุกวันตลอดหนึ่งปี ซึ่งเป็นช่องทางสำคัญที่ทำให้เขารับรู้ข่าวสารการล่มสลายของสหภาพโซเวียตจากโลกภายนอก
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- เวลาสะสมในอวกาศ: รวมทั้งสิ้น 803 วัน 9 ชั่วโมง และ 39 นาที (อันดับ 4 ของโลก)
- จำนวนการออกเดินอวกาศ (EVA): 8 ครั้ง รวมเวลา 41 ชั่วโมง 8 นาที
- ภารกิจสำคัญ: บินรวม 6 ครั้ง ประกอบด้วยสถานี Mir, กระสวยอวกาศ NASA และสถานี ISS
- ฉายา: "พลเมืองคนสุดท้ายของสหภาพโซเวียต" (The Last Soviet Citizen)
- เกียรติยศสูงสุด: ได้รับตำแหน่ง Hero of the Russian Federation และ Hero of the Soviet Union
| ภารกิจ | ยานพาหนะ/สถานี | ระยะเวลาปฏิบัติงาน |
|---|---|---|
| Soyuz TM-7 | Mir | 151 วัน 11 ชั่วโมง |
| Soyuz TM-12/13 | Mir | 311 วัน 20 ชั่วโมง |
| STS-60 | Space Shuttle Discovery | 8 วัน 7 ชั่วโมง |
| STS-88 | Space Shuttle Endeavour | 11 วัน 19 ชั่วโมง |
| Expedition 1 | ISS | 140 วัน 23 ชั่วโมง |
| Expedition 11 | ISS | 179 วัน 0 ชั่วโมง |
คำถามที่พบบ่อย
ทำไม Sergei Krikalev ถึงถูกเรียกว่าพลเมืองคนสุดท้ายของสหภาพโซเวียต?
เพราะเขาปฏิบัติภารกิจอยู่บนสถานีอวกาศ Mir ในขณะที่สหภาพโซเวียตล่มสลายและแยกตัวเป็นประเทศต่างๆ ทำให้เขาไม่มีประเทศต้นสังกัดให้กลับในทันที และต้องรอจนกว่าจะมีการตกลงเรื่องการส่งตัวกลับจากประเทศคาซัคสถาน
ปรากฏการณ์ Time Dilation ส่งผลต่อเขาอย่างไร?
เนื่องจากเขาใช้เวลาอยู่ในอวกาศด้วยความเร็วที่สูงมากตามทฤษฎีสัมพัทธภาพ ทำให้เวลาของเขาเดินช้าลงกว่าคนบนโลก ส่งผลให้เขามีอายุทางชีวภาพน้อยกว่าคนอื่นที่เกิดพร้อมกันประมาณ 0.02 วินาที
เขามีบทบาทอย่างไรในการสร้างสถานีอวกาศนานาชาติ (ISS)?
เขาเป็นหนึ่งในบุคคลแรกที่ก้าวเข้าสู่ ISS ในภารกิจ STS-88 เพื่อเชื่อมต่อโมดูล Zarya และ Unity เข้าด้วยกัน และยังเป็นลูกเรือชุดแรก (Expedition 1) ที่เข้าไปเตรียมความพร้อมของสถานีสำหรับการอยู่อาศัยในระยะยาว
นอกจากงานด้านอวกาศแล้ว เขามีความสามารถด้านใดอีกบ้าง?
เขาเป็นวิศวกรเครื่องกลที่มีความเชี่ยวชาญสูง เป็นนักบินผาดแผลงระดับแชมป์ของสหภาพโซเวียต และเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยุสมัครเล่นที่ใช้สื่อสารระหว่างอวกาศและโลก
ปัจจุบัน Sergei Krikalev ทำหน้าที่อะไร?
เขาทำงานให้กับ Roscosmos ในตำแหน่งรองผู้อำนวยการทั่วไป โดยรับผิดชอบดูแลโครงการส่งมนุษย์ขึ้นสู่อวกาศของรัสเซีย