Shannon Lucid นักชีวเคมีหญิงผู้สร้างประวัติศาสตร์บนสถานีอวกาศ Mir
ในโลกของการสำรวจอวกาศ Shannon Lucid ไม่ได้เป็นเพียงนักบินอวกาศของ NASA แต่เธอคือสัญลักษณ์ของความมุ่งมั่นและการทลายกำแพงทางเพศ เธอเป็นนักชีวเคมีผู้เชี่ยวชาญที่ผันตัวมาเป็นผู้บุกเบิกห้วงอวกาศ โดยสร้างชื่อเสียงจากการเป็นผู้หญิงอเมริกันเพียงคนเดียวที่เคยพำนักบนสถานีอวกาศ Mir ของรัสเซีย และเคยครองสถิติผู้หญิงที่ใช้เวลาอยู่ในอวกาศนานที่สุดในโลกเป็นเวลากว่าทศวรรษ

เส้นทางชีวิตจากเซี่ยงไฮ้สู่ความฝันในห้วงจักรวาล
Shannon Matilda Wells เกิดเมื่อวันที่ 14 มกราคม 1943 ณ เมืองเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ในครอบครัวมิชชันนารี ชีวิตวัยเด็กของเธอต้องเผชิญกับความยากลำบากในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อเธอและครอบครัวถูกกองทัพญี่ปุ่นกักตัวไว้ในค่ายกักกันตั้งแต่อายุเพียง 6 สัปดาห์ ก่อนจะได้รับการปล่อยตัวและเดินทางกลับสู่สหรัฐอเมริกา
ความหลงใหลในการสำรวจของเธอเริ่มต้นขึ้นหลังจากย้ายมาตั้งถิ่นฐานในรัฐโอคลาโฮมา แม้จะตระหนักว่ายุคของการบุกเบิกดินแดนในอเมริกาได้สิ้นสุดลงแล้ว แต่เธอพบแรงบันดาลใจจากงานของ Robert Goddard นักวิทยาศาสตร์ด้านจรวด ทำให้เธอตัดสินใจเปลี่ยนเป้าหมายเป็นการสำรวจอวกาศแทน เธอถึงขั้นยอมขายจักรยานเพื่อซื้อกล้องโทรทรรศน์และเริ่มสร้างจรวดด้วยตนเอง นอกจากนี้เธอยังสอบใบอนุญาตนักบินส่วนตัวได้สำเร็จ แต่ในยุคนั้นผู้หญิงยังไม่ได้รับอนุญาตให้ฝึกเป็นนักบินพาณิชย์ในสหรัฐฯ

ความเชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์และการก้าวเข้าสู่ NASA
ด้านการศึกษา Shannon สำเร็จการศึกษาด้านเคมีจาก University of Oklahoma โดยคว้าปริญญาตรี (1963) ปริญญาโท (1970) และปริญญาเอก (1973) ในสาขา Biochemistry หรือ ชีวเคมี (การศึกษาปฏิกิริยาเคมีในสิ่งมีชีวิต) โดยวิทยานิพนธ์ระดับดุษฎีบัณฑิตของเธอเน้นศึกษาผลกระทบของสารพิษจากอหิวาตกโรคที่มีต่อเซลล์เยื่อบุลำไส้
ในปี 1978 เธอได้รับเลือกให้เข้าสู่โครงการฝึกอบรมของ NASA ในกลุ่ม Astronaut Group 8 ซึ่งเป็นรุ่นแรกที่มีการเปิดรับผู้หญิงเข้าเป็นนักบินอวกาศ โดยเธอเป็นเพียงคนเดียวในกลุ่มผู้หญิงที่ได้รับเลือกในขณะที่กำลังทำหน้าที่เป็นคุณแม่ ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นว่าความสามารถทางวิชาการและทักษะส่วนบุคคลมีความสำคัญเหนือข้อจำกัดทางครอบครัว
ภารกิจพิชิตอวกาศและการสร้างสถิติโลก
ตลอดอาชีพการทำงาน Shannon ได้เดินทางสู่อวกาศทั้งหมด 5 ครั้ง โดยมีภารกิจที่โดดเด่นดังนี้:
- STS-51-G: ภารกิจปล่อยดาวเทียมสื่อสาร 3 ดวง และใช้แขนกล (Remote Manipulator System) ในการติดตั้งดาวเทียม Spartan เพื่อศึกษาดาราศาสตร์รังสีเอกซ์
- STS-34: รับหน้าที่เป็นผู้เชี่ยวชาญหลักในการปล่อยยาน Galileo เพื่อเดินทางไปสำรวจดาวพฤหัสบดี
- STS-43: ปล่อยดาวเทียม TDRS-E และทำการทดลองทางวิทยาศาสตร์ด้านวัสดุและสิ่งมีชีวิตกว่า 32 รายการ
- STS-58: ภารกิจ Spacelab Life Sciences 2 ที่เน้นศึกษาการเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยาของมนุษย์และสัตว์ (หนู 48 ตัว) ในสภาวะไมโครกราวิตี้ (Microgravity) หรือสภาวะแรงโน้มถ่วงต่ำ
- STS-76 และ STS-79: ภารกิจประวัติศาสตร์บนสถานีอวกาศ Mir ซึ่งเธอใช้เวลาพำนักนานถึง 179 วัน ทำการทดลองตั้งแต่การปลูกข้าวสาลีในเรือนกระจกขนาดเล็กไปจนถึงการศึกษาพฤติกรรมของไฟในอวกาศ

การพำนักบนสถานี Mir ไม่ใช่เรื่องง่าย เธอต้องเรียนภาษารัสเซียและฝึกฝนอย่างหนักที่ Star City นอกจากนี้ยังต้องปรับตัวกับอาหารรัสเซีย โดยเธอเตรียมขนม M&M's และเยลลี่ติดตัวไปด้วยเพื่อคลายความโหยหาอาหารบ้านเกิด

บทบาทหลังการบินและเกียรติยศสูงสุด
หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจบิน Shannon ได้ดำรงตำแหน่ง Chief Scientist (หัวหน้านักวิทยาศาสตร์) ของ NASA ระหว่างปี 2002-2003 และทำหน้าที่เป็น CAPCOM (Capsule Communicator) หรือเจ้าหน้าที่สื่อสารหลักระหว่างศูนย์ควบคุมภาคพื้นดินกับนักบินอวกาศในหลายภารกิจ รวมถึงภารกิจสุดท้ายของโครงการกระสวยอวกาศอย่าง STS-135
ด้วยผลงานอันโดดเด่น เธอได้รับรางวัล Congressional Space Medal of Honor ในปี 1996 ซึ่งทำให้เธอเป็นผู้หญิงคนแรกในประวัติศาสตร์ที่ได้รับเกียรติสูงสุดนี้

| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| จำนวนครั้งที่เดินทางสู่อวกาศ | 5 ครั้ง |
| เวลารวมในอวกาศ | 223 วัน 2 ชั่วโมง 50 นาที |
| วุฒิการศึกษาสูงสุด | PhD ด้านชีวเคมี (University of Oklahoma) |
| ความสำเร็จสูงสุด | ผู้หญิงอเมริกันคนแรกที่พำนักบนสถานีอวกาศ Mir |
| รางวัลเกียรติยศ | Congressional Space Medal of Honor |
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- เป็นผู้หญิงคนแรกที่ได้รับรางวัล Congressional Space Medal of Honor
- ครองสถิติผู้หญิงที่อยู่ในอวกาศนานที่สุดจนถึงปี 2007 (ก่อนถูกทำลายสถิติโดย Sunita Williams)
- เป็นนักบินอวกาศหญิงรุ่นแรกของ NASA (Group 8) ที่เป็นคุณแม่ในขณะที่ได้รับเลือก
- มีบทบาทสำคัญในการปล่อยยาน Galileo เพื่อสำรวจดาวพฤหัสบดี
- เคยได้รับสถานะ "ผู้ชายกิตติมศักดิ์" จากรัฐบาลซาอุดีอาระเบียเพื่อให้สามารถเดินทางไปเยือนประเทศได้ในยุคนั้น
คำถามที่พบบ่อย
Shannon Lucid มีความสำคัญอย่างไรต่อประวัติศาสตร์อวกาศ?
เธอเป็นผู้บุกเบิกในฐานะนักบินอวกาศหญิงรุ่นแรกๆ และสร้างสถิติการพำนักในอวกาศระยะยาวบนสถานี Mir ซึ่งช่วยให้ NASA ได้ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับผลกระทบของสภาวะไร้น้ำหนักต่อร่างกายมนุษย์ในระยะยาว
การศึกษาของเธอส่งผลต่อการทำงานใน NASA อย่างไร?
พื้นฐานด้านชีวเคมีระดับปริญญาเอกทำให้เธอสามารถออกแบบและดำเนินการทดลองทางวิทยาศาสตร์ที่ซับซ้อนได้ โดยเฉพาะการศึกษาเรื่องระบบภูมิคุ้มกันและการเติบโตของโปรตีนในอวกาศ
ภารกิจบนสถานี Mir มีความท้าทายอย่างไร?
ความท้าทายหลักคือเรื่องภาษา เนื่องจากเพื่อนร่วมงานชาวรัสเซียบางคนไม่พูดภาษาอังกฤษ รวมถึงการต้องปรับตัวเข้ากับวัฒนธรรมและอาหารรัสเซีย และการใช้ชีวิตในพื้นที่จำกัดเป็นเวลานาน
ตำแหน่ง CAPCOM ที่เธอเคยทำคืออะไร?
CAPCOM หรือ Capsule Communicator คือบุคคลที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางหลักในการสื่อสารระหว่างนักบินอวกาศที่อยู่บนยานกับทีมควบคุมการบินที่ศูนย์ควบคุมภาคพื้นดิน เพื่อให้การสื่อสารเป็นไปอย่างแม่นยำและมีประสิทธิภาพ
เธอเกษียณจาก NASA เมื่อใด?
Shannon Lucid ประกาศเกษียณอายุการทำงานจาก NASA อย่างเป็นทางการในปี 2012