Shary Flenniken ศิลปินผู้บุกเบิกการ์ตูนใต้ดินและเสียงสะท้อนของเฟมินิสต์
ในโลกของ Underground Comix หรือการ์ตูนใต้ดิน (การ์ตูนที่ผลิตนอกระบบสำนักพิมพ์กระแสหลัก มักมีเนื้อหาเสียดสี สังคม และการเมือง) ชื่อของ Shary Flenniken โดดเด่นในฐานะศิลปินหญิงผู้ทรงอิทธิพล เธอไม่เพียงแต่เป็นนักวาดภาพประกอบและนักเขียน แต่ยังเป็นผู้ที่นำประเด็นด้านเฟมินิสต์ (Feminism) หรือสิทธิสตรี เข้ามาผสมผสานในงานศิลปะแนวขบถได้อย่างน่าสนใจ
เส้นทางสู่โลกศิลปะและการเริ่มต้นที่เต็มไปด้วยสีสัน
Flenniken เติบโตมาในสภาพแวดล้อมที่หลากหลาย ทั้งในรัฐอะแลสกา ประเทศปานามา และเมืองซีแอตเทิล ซึ่งเป็นที่ที่เธอได้ศึกษาด้านศิลปะเชิงพาณิชย์ จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี 1970 เมื่อเธอได้เข้าร่วมเทศกาลดนตรี Sky River Rock Festival และได้สร้างสรรค์จดหมายข่าวรายวันผ่านเครื่องไมโิมิโอกราฟ (Mimeograph - เครื่องพิมพ์แบบโบราณ) ซึ่งทำให้เธอได้พบกับกลุ่มศิลปินอย่าง Bobby London, Dan O'Neill และ Ted Richards จนนำไปสู่การสร้างสรรค์การ์ตูนแท็บลอยด์ 4 หน้าในชื่อ Sky River Funnies
หลังจากนั้นเธอได้ย้ายไปที่ซานฟรานซิสโกในปี 1971 และเข้าร่วมกลุ่ม Air Pirates ซึ่งเป็นกลุ่มศิลปินที่ขึ้นชื่อเรื่องการวาดภาพล้อเลียนตัวละครของ Disney อย่างดุเดือด อย่างไรก็ตาม Flenniken เป็นสมาชิกเพียงคนเดียวในกลุ่มที่ไม่ถูกฟ้องร้องจากกรณีดังกล่าว
ความสำเร็จกับ National Lampoon และผลงานชิ้นเอก
ชื่อเสียงของเธอพุ่งทะยานเมื่อได้รับการชักชวนจาก Michel Choquette ให้ร่วมงานกับ National Lampoon นิตยสารเสียดสีชื่อดัง โดยเธอได้นำเสนอผลงานชุด Trots and Bonnie ตั้งแต่ปี 1972 จนถึง 1990 นอกจากบทบาทนักวาดแล้ว เธอยังได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งบรรณาธิการของนิตยสารในช่วงปี 1979-1981 และมีส่วนร่วมในการเขียนบทภาพยนตร์เรื่อง National Lampoon Goes to the Movies อีกด้วย
สำหรับ Trots and Bonnie คือผลงานที่สร้างชื่อให้เธอมากที่สุด โดยเป็นการนำเสนอโลกของผู้ใหญ่ผ่านมุมมองของเด็กหญิงผู้ไร้เดียงสาและสุนัขที่พูดได้ พร้อมด้วยเพื่อนสนิทที่ฉลาดเกินวัยอย่าง Pepsi ทั้งสามตัวละครมีความหมกมุ่นในเรื่องเพศ ซึ่งเป็นการเสียดสีสังคมอย่างตรงไปตรงมา แม้เนื้อหาจะมีความหวือหวา แต่ลายเส้นของเธอกลับมีความละเมียดละไมในสไตล์ศิลปินยุคแรกอย่าง Clare Briggs และ H. T. Webster
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| ปีเกิด | ค.ศ. 1950 (นอร์ฟอล์ก, เวอร์จิเนีย, สหรัฐอเมริกา) |
| บทบาทหลัก | นักวาดการ์ตูน, นักเขียน, บรรณาธิการ, นักวาดภาพประกอบ |
| ผลงานสร้างชื่อ | Trots and Bonnie |
| รางวัลที่ได้รับ | Inkpot Award (1980) |
| นิตยสารหลักที่ร่วมงาน | National Lampoon, Mad, Premiere, Details |
การทำงานในยุคต่อมาและมรดกทางศิลปะ
นอกเหนือจากงานการ์ตูนใต้ดิน Flenniken ยังมีผลงานหลากหลาย ทั้งการเป็นบรรณาธิการหนังสือ Seattle Laughs: Comic Stories about Seattle ในปี 1994 และการร่วมงานกับ Paradox Press ของ DC Comics รวมถึงการดัดแปลงวรรณกรรมคลาสสิกของ Mark Twain และ O. Henry ในซีรีส์ Graphic Classics ซึ่งได้รับคำชมอย่างมากจากสถาบันชั้นนำอย่าง School Library Journal และ Publishers Weekly
ในด้านชีวิตส่วนตัว เธอเคยสมรสกับ Bobby London ในช่วงกลางทศวรรษ 1970 และต่อมาได้สมรสกับ Bruce Jay Paskow นักดนตรีจากวง Washington Squares ในปี 1987 โดยทั้งคู่ย้ายมาพำนักที่ซีแอตเทิลจนกระทั่ง Paskow เสียชีวิตในปี 1995
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- ผู้บุกเบิก: เป็นหนึ่งในศิลปินหญิงที่นำประเด็นเฟมินิสต์เข้าสู่การ์ตูนใต้ดินยุคแรก
- ความสำเร็จ: ได้รับรางวัล Inkpot Award ในปี 1980 ซึ่งเป็นรางวัลเกียรติยศในวงการคอมิกส์
- ผลงานข้ามพรมแดน: Trots and Bonnie ถูกตีพิมพ์เป็นภาษาฝรั่งเศสในชื่อ Sexe & Amour ตั้งแต่ปี 1989 ก่อนจะมีฉบับภาษาอังกฤษในปี 2021
- ความหลากหลาย: มีผลงานวาดภาพประกอบในหนังสือหลากหลายแนว ตั้งแต่คู่มือการใช้ชีวิตในชนบทไปจนถึงวรรณกรรมคลาสสิก
คำถามที่พบบ่อย
Trots and Bonnie มีเนื้อหาเกี่ยวกับอะไร?
เป็นการ์ตูนเสียดสีโลกของผู้ใหญ่ผ่านมุมมองของเด็กหญิงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 (เกรด 8) และสุนัขที่พูดได้ โดยเน้นไปที่ความหมกมุ่นเรื่องเพศและการมองโลกแบบไร้เดียงสาที่ขัดกับความเป็นจริงของสังคม
Shary Flenniken มีบทบาทอย่างไรใน National Lampoon?
เธอเป็นทั้งนักวาดการ์ตูนที่ส่งผลงานต่อเนื่องยาวนานเกือบ 20 ปี และเคยดำรงตำแหน่งบรรณาธิการของนิตยสารเป็นเวลา 2 ปี ซึ่งเธอมีบทบาทสำคัญในการคัดเลือกนักวาดการ์ตูนฝีมือดีเข้ามาร่วมงาน
ทำไมเธอถึงไม่ถูกฟ้องร้องในกลุ่ม Air Pirates?
แม้ว่ากลุ่ม Air Pirates จะถูกฟ้องร้องจากการวาดภาพล้อเลียนตัวละครของ Disney แต่ Flenniken มีส่วนร่วมในผลงานของกลุ่มเพียงเล็กน้อย ทำให้เธอเป็นสมาชิกคนเดียวที่รอดพ้นจากการถูกดำเนินคดี
ผลงานของเธอมีจุดเด่นด้านศิลปะอย่างไร?
จุดเด่นคือการผสมผสานเนื้อหาที่กล้าหาญและหวือหวา (Raunchy) เข้ากับลายเส้นที่ได้รับแรงบันดาลใจจากศิลปินการ์ตูนช่องยุคเก่า ทำให้งานของเธอมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ทั้งคลาสสิกและขบถในเวลาเดียวกัน