← กลับไปเลือกอ่านเรื่องอื่น
Sherrod Brown เส้นทางนักการเมืองผู้ทรงอิทธิพลจากรัฐโอไฮโอ

ชีวิตและเรื่องราว · hmn.in.th

Sherrod Brown เส้นทางนักการเมืองผู้ทรงอิทธิพลจากรัฐโอไฮโอ

Sherrod Brown เส้นทางนักการเมืองผู้ทรงอิทธิพลจากรัฐโอไฮโอ Sherrod Brown เป็นหนึ่งในบุคคลสำคัญทางการเมืองของสหรัฐอเมริกาในฐานะวุฒิสมาชิกจากรัฐโอไฮโอ ผู้ซึ่งยึดมั่นในแนวทาง…

Sherrod Brownวุฒิสมาชิกสหรัฐรัฐโอไฮโอพรรคเดโมแครต

Sherrod Brown เส้นทางนักการเมืองผู้ทรงอิทธิพลจากรัฐโอไฮโอ

Sherrod Brown เป็นหนึ่งในบุคคลสำคัญทางการเมืองของสหรัฐอเมริกาในฐานะวุฒิสมาชิกจากรัฐโอไฮโอ ผู้ซึ่งยึดมั่นในแนวทางก้าวหน้าและให้ความสำคัญกับสิทธิของชนชั้นแรงงาน โดยเขาดำรงตำแหน่งในวุฒิสภาตั้งแต่วันที่ 3 มกราคม 2007 จนถึงวันที่ 3 มกราคม 2025 โดยมี Bernie Moreno เป็นผู้สืบทอดตำแหน่งต่อจากเขา

Content image

บทบาทหน้าที่และตำแหน่งสำคัญในวุฒิสภา

ตลอดระยะเวลาการทำงานในสภาคองเกรส Brown ได้รับความไว้วางใจให้ดูแลคณะกรรมการที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมในวงกว้าง โดยเขามีบทบาทโดดเด่นในตำแหน่ง ประธานคณะกรรมการการธนาคาร การเคหะ และกิจการเมือง (Committee on Banking, Housing, and Urban Affairs) ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายการเงินของประเทศ

นอกจากนี้ เขายังดำรงตำแหน่งสำคัญอื่นๆ ดังนี้:

  • ประธานคณะกรรมการย่อยด้านประกันสังคม บำนาญ และนโยบายครอบครัว
  • สมาชิกคณะกรรมการกิจการทหารผ่านศึก (Committee on Veterans' Affairs)
  • สมาชิกคณะกรรมการย่อยด้านปศุสัตว์ ผลิตภัณฑ์นม สัตว์ปีก ระบบอาหารท้องถิ่น และความปลอดภัยทางอาหาร
  • สมาชิกกลุ่มวุฒิสภาเพื่อไต้หวัน (Senate Taiwan Caucus)
Content image

จุดยืนทางการเมืองและผลงานที่โดดเด่น

Brown เป็นที่รู้จักในฐานะนักการเมืองที่กล้าวิพากษ์วิจารณ์นโยบายการค้าเสรี โดยเขาเชื่อว่านโยบายดังกล่าวส่งผลเสียต่อแรงงานในสหรัฐฯ ซึ่งเขาได้ถ่ายทอดแนวคิดนี้ผ่านหนังสือ Myths of Free Trade: Why American Trade Policy Has Failed นอกจากนี้เขายังผลักดันข้อกำหนด Buy America ในร่างกฎหมายโครงสร้างพื้นฐานปี 2021 เพื่อส่งเสริมการใช้สินค้าที่ผลิตภายในประเทศ

ในด้านสังคมและสิทธิมนุษยชน เขาแสดงจุดยืนสนับสนุนการจำกัดการครอบครองอาวุธปืน โดยสนับสนุนการสั่งห้ามใช้ Bump Stocks (อุปกรณ์เสริมที่ทำให้ปืนกึ่งอัตโนมัติยิงได้เร็วขึ้น) หลังเหตุการณ์กราดยิงที่ลาสเวกัสปี 2017 และยังเป็นกระบอกเสียงให้แก่ครูในรัฐเวสต์เวอร์จิเนียที่นัดหยุดงานประท้วงในปี 2018

Content image

ผลงานด้านนิติบัญญัติและงานเขียน

เขาได้นำเสนอ Charter School Accountability Act of 2015 เพื่อเพิ่มความโปร่งใสให้กับโรงเรียนที่บริหารโดยเอกชน (Charter School) แม้ว่าร่างกฎหมายนี้จะไม่ผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการก็ตาม นอกจากงานการเมืองแล้ว เขายังเป็นผู้เขียนหนังสืออีกสองเล่ม ได้แก่ Desk 88: Eight Progressive Senators Who Changed America และงานเขียนเชิงวิเคราะห์ด้านการค้า

Content image

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • ระยะเวลาดำรงตำแหน่ง: วุฒิสมาชิกจากรัฐโอไฮโอ (2007–2025)
  • ชัยชนะครั้งสำคัญ: เอาชนะ Mike DeWine ในการเลือกตั้งปี 2006 ด้วยคะแนน 56.2%
  • จุดยืนเศรษฐกิจ: ต่อต้านการค้าเสรีที่ทำลายแรงงาน และสนับสนุนนโยบาย Buy America
  • ความเชื่อมั่นทางการเมือง: เคยเรียกร้องให้ Joe Biden ถอนตัวจากการเลือกตั้งประธานาธิบดีในปี 2024
  • การเงินการเมือง: ประกาศไม่รับเงินสนับสนุนจาก PAC (คณะกรรมการดำเนินการทางการเมือง) ของบริษัทเอกชน
สรุปผลการเลือกตั้งเบื้องต้นของ Sherrod Brown ในรอบต่างๆ
ปีที่เลือกตั้ง ประเภทการเลือกตั้ง ผลลัพธ์ / คะแนนเสียง สถานะ
2004 สส. เขต 13 โอไฮโอ 67.43% รักษาตำแหน่งได้
2006 วุฒิสภา (รอบทั่วไป) 56.2% ชนะการเลือกตั้ง
2012 วุฒิสภา (รอบไพรมารี) 100% ผ่านเข้ารอบ
2018 วุฒิสภา (รอบไพรมารี) 100% ผ่านเข้ารอบ
Content image
FAQ

คำถามที่พบบ่อย

Sherrod Brown มีบทบาทอย่างไรในด้านเศรษฐกิจ?

เขามุ่งเน้นการปกป้องแรงงานอเมริกัน โดยวิพากษ์วิจารณ์การค้าเสรีและผลักดันนโยบายที่สนับสนุนการผลิตภายในประเทศ เช่น ข้อกำหนด Buy America เพื่อให้เงินภาษีของประชาชนกลับคืนสู่ผู้ผลิตในสหรัฐฯ

เขามีจุดยืนอย่างไรเรื่องการควบคุมอาวุธปืน?

Brown วิพากษ์วิจารณ์อิทธิพลทางการเมืองของผู้ผลิตอาวุธปืน และสนับสนุนมาตรการควบคุมที่เข้มงวดขึ้น เช่น การแบนอุปกรณ์ Bump Stocks เพื่อลดความรุนแรงของการกราดยิง

ผลงานเขียนของ Sherrod Brown มีอะไรบ้าง?

เขาเขียนหนังสือ 3 เล่ม โดยเล่มที่โดดเด่นคือ Myths of Free Trade ที่วิเคราะห์ความล้มเหลวของนโยบายการค้า และ Desk 88 ที่เล่าเรื่องราวของวุฒิสมาชิกสายก้าวหน้า 8 ท่านที่เปลี่ยนแปลงอเมริกา

เขามีความสัมพันธ์อย่างไรกับประเด็นการเมืองระหว่างประเทศ?

เขามีบทบาทใน Senate Taiwan Caucus และเคยวิพากษ์วิจารณ์สงครามในอิหร่านปี 2026 โดยระบุว่าส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น