Shumin Zhai ผู้พลิกโฉมการปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์และคอมพิวเตอร์
ในโลกของเทคโนโลยีที่เราใช้งานกันอยู่ทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นการลากนิ้วพิมพ์ข้อความบนสมาร์ทโฟนหรือการบีบตัวเครื่องเพื่อเรียกใช้งานผู้ช่วยอัจฉริยะ เบื้องหลังนวัตกรรมเหล่านี้มีชื่อของ Shumin Zhai นักวิทยาศาสตร์ด้านการวิจัยและนักประดิษฐ์ผู้เชี่ยวชาญด้าน Human-Computer Interaction (HCI) หรือการปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์และคอมพิวเตอร์ ซึ่งเป็นศาสตร์ที่ศึกษาเกี่ยวกับการออกแบบเทคโนโลยีให้สอดคล้องกับพฤติกรรมและการทำงานของมนุษย์เพื่อให้ใช้งานได้ง่ายและมีประสิทธิภาพสูงสุด
เส้นทางชีวิตและการศึกษา
ดร. Zhai เกิดเมื่อวันที่ 1 เมษายน ค.ศ. 1961 ที่เมืองฮาร์บิน ประเทศจีน เขาเริ่มต้นเส้นทางสายวิชาการด้วยปริญญาตรีด้านวิศวกรรมไฟฟ้า (ค.ศ. 1982) และปริญญาโทด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์ (ค.ศ. 1984) จากมหาวิทยาลัย Xidian ก่อนจะผันตัวมาเป็นอาจารย์และนักวิจัยด้านระบบควบคุมคอมพิวเตอร์ จนกระทั่งในปี ค.ศ. 1995 เขาได้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกด้านวิศวกรรมปัจจัยมนุษย์ (Human Factors Engineering) จากมหาวิทยาลัยโตรอนโต ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้เขาหันมาสนใจเรื่องการเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งานอุปกรณ์เทคโนโลยี
นวัตกรรมเปลี่ยนโลก: จาก ShapeWriter สู่ Google Pixel
ผลงานที่สร้างชื่อเสียงให้ ดร. Zhai มากที่สุดคือการบุกเบิกวิธีการป้อนข้อมูลแบบ Word-gesture keyboard หรือคีย์บอร์ดที่ใช้การลากนิ้วเป็นรูปทรงเพื่อพิมพ์คำ ในช่วงที่ทำงานกับ IBM Almaden Research Center เขาได้พัฒนาโครงการ SHARK และ ShapeWriter ซึ่งเป็นต้นแบบสำคัญของคีย์บอร์ดแบบ Swype ที่เราใช้กันในปัจจุบัน โดยเปลี่ยนจากการจิ้มทีละตัวอักษร (Visual-guidance) มาเป็นการใช้ความจำในการลากเส้น (Memory-recall) ซึ่งช่วยให้การพิมพ์บนหน้าจอสัมผัสรวดเร็วขึ้นอย่างมหาศาล
ปัจจุบัน ดร. Zhai ดำรงตำแหน่ง Principal Scientist ที่ Google โดยรับหน้าที่นำทีมวิจัยและพัฒนาวิธีการป้อนข้อมูลและระบบ Haptics (เทคโนโลยีการสัมผัสที่สร้างการตอบสนองด้วยแรงสั่นสะเทือน) หนึ่งในผลงานชิ้นเอกคือ Active Edge ใน Google Pixel 2 ที่ช่วยให้ผู้ใช้เข้าถึง Google Assistant ได้อย่างรวดเร็วเพียงแค่การบีบตัวเครื่อง แทนการสัมผัสหน้าจอแบบเดิม
| ช่วงเวลา/หน่วยงาน | ผลงานเด่น / บทบาท | ผลกระทบต่อผู้ใช้งาน |
|---|---|---|
| IBM Almaden Research Center | ShapeWriter / ScrollPoint Mouse | บุกเบิกการพิมพ์แบบลากนิ้วและเมาส์ประสิทธิภาพสูง |
| Active Edge / Pixel Haptics | สร้างการโต้ตอบกับอุปกรณ์ผ่านการบีบและการสั่น | |
| วิชาการ (ACM) | บรรณาธิการ TOCHI (2009-2015) | ขับเคลื่อนมาตรฐานงานวิจัยด้าน HCI ระดับโลก |
การสร้างแบบจำลองพฤติกรรมมนุษย์ (Laws of Action)
นอกจากการสร้างอุปกรณ์ ดร. Zhai ยังมุ่งเน้นการสร้างทฤษฎีเพื่อทำนายพฤติกรรมมนุษย์ โดยต่อยอดจาก Fitts' Law (กฎที่ใช้อธิบายเวลาที่ใช้ในการเคลื่อนที่ไปยังเป้าหมาย) เขาได้นำเสนอ "กฎแห่งการกระทำ" (Laws of Action) ในรูปแบบต่างๆ เพื่อใช้ในการออกแบบ UI ให้แม่นยำขึ้น ได้แก่:
- Law of Pointing: การปรับปรุงโมเดลการชี้เป้าหมายแบบสองมิติ
- Law of Steering: การศึกษาประสิทธิภาพการบังคับทิศทางในโลกเสมือน (VR)
- Law of Crossing: การออกแบบอินเทอร์เฟซที่ใช้การลากเส้นตัดกัน
- FFitts' Law: การประยุกต์ใช้กฎของ Fitts กับการสัมผัสด้วยนิ้วมือ
การวิจัยด้าน Eye-tracking และระบบนำทางอัจฉริยะ
ดร. Zhai ยังได้ทดลองนำเทคโนโลยี Eye-tracking (การติดตามการเคลื่อนไหวของดวงตา) มาใช้เพื่อลดภาระของผู้ใช้ เช่น ระบบ MAGIC pointing ที่ผสานการมองและการขยับมือเข้าด้วยกันเพื่อให้การสั่งการคอมพิวเตอร์เป็นธรรมชาติและรวดเร็วยิ่งขึ้น รวมถึงโครงการ RealTourist ที่ใช้การแสดงตำแหน่งการมองเห็นบนแผนที่เพื่อช่วยในการสื่อสารระหว่างที่ปรึกษาการท่องเที่ยวและลูกค้า
นอกจากนี้ เขายังพัฒนา FonePal ระบบที่เปลี่ยนเมนูเสียงที่น่าเบื่อของ Call Center (IVR) ให้กลายเป็นเมนูภาพบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ผ่านระบบ Instant Messaging ช่วยให้ผู้ใช้งานเลือกหัวข้อที่ต้องการได้ทันทีโดยไม่ต้องรอฟังเสียงจนจบ ลดความผิดพลาดและเพิ่มความพึงพอใจในการรับบริการ
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- ผู้บุกเบิก: เป็นผู้คิดค้นวิธีการพิมพ์แบบลากเส้น (Word-gesture) ซึ่งเป็นรากฐานของคีย์บอร์ดสมาร์ทโฟนสมัยใหม่
- ความสำเร็จทางวิชาการ: ตีพิมพ์งานวิจัยมากกว่า 200 ฉบับ และถือครองสิทธิบัตรถึง 30 ฉบับ
- รางวัลการันตี: ได้รับเกียรติเป็น ACM Fellow และได้รับรางวัล ACM UIST Lasting Impact Award
- บทบาทปัจจุบัน: ผู้นำด้านการวิจัยระบบการป้อนข้อมูลและ Haptics ที่ Google
คำถามที่พบบ่อย
Shumin Zhai มีบทบาทอย่างไรต่อคีย์บอร์ดสมาร์ทโฟนในปัจจุบัน?
เขาเป็นผู้คิดค้น ShapeWriter และแนวคิดการพิมพ์แบบลากนิ้วเป็นรูปทรง (Word-gesture) ซึ่งเปลี่ยนวิธีการพิมพ์จากการกดทีละตัวอักษรมาเป็นการลากเส้นต่อเนื่อง ทำให้การพิมพ์บนหน้าจอสัมผัสทำได้รวดเร็วขึ้น
Active Edge ใน Google Pixel คืออะไร?
คือฟีเจอร์ที่ ดร. Zhai ออกแบบเพื่อให้ผู้ใช้สามารถเรียกใช้งาน Google Assistant ได้ด้วยการบีบตัวเครื่องเบาๆ แทนการกดปุ่มหรือสัมผัสหน้าจอ ช่วยให้การเข้าถึงคำสั่งเสียงทำได้สะดวกและเป็นธรรมชาติมากขึ้น
กฎแห่งการกระทำ (Laws of Action) มีประโยชน์อย่างไรในการออกแบบ UI?
ช่วยให้นักออกแบบสามารถคำนวณและทำนายได้ว่า ผู้ใช้จะใช้เวลาเท่าใดหรือมีความผิดพลาดมากน้อยเพียงใดในการสั่งการรูปแบบต่างๆ เช่น การชี้ การลากเส้น หรือการบังคับทิศทาง ทำให้สามารถสร้างอินเทอร์เฟซที่ใช้งานง่ายและลดความเหนื่อยล้าของผู้ใช้
ระบบ FonePal แก้ปัญหาอะไรใน Call Center?
แก้ปัญหา "Touchtone Hell" หรือความน่ารำคาญในการฟังเมนูเสียงที่ยาวเหยียด โดยการส่งเมนูแบบภาพไปที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้ ทำให้สามารถเลือกหัวข้อที่ต้องการได้ทันทีและรวดเร็วกว่าการฟังเสียง