Simon Collins ศิลปินผู้สร้างตัวตนบนเส้นทางดนตรีภายใต้เงาของ Phil Collins
ในโลกของดนตรี การเป็นลูกชายของตำนานระดับโลกอย่าง Phil Collins อาจเป็นทั้งโอกาสและแรงกดดันมหาศาล สำหรับ Simon Collins (ไซมอน คอลลินส์) นักดนตรีชาวอังกฤษ-แคนาดา เขาไม่ได้เพียงแค่เดินตามรอยเท้าของผู้เป็นพ่อในฐานะมือกลอง แต่ยังมุ่งมั่นที่จะสร้างเอกลักษณ์ของตัวเองผ่านการเป็นนักร้องและนักแต่งเพลง โดยผสมผสานแนวดนตรีที่หลากหลายตั้งแต่ป๊อปไปจนถึงโปรเกรสซีฟร็อก (Progressive Rock - ดนตรีร็อกที่มีโครงสร้างซับซ้อนและเน้นการทดลองทางเสียง)
จุดเริ่มต้นและแรงบันดาลใจในวัยเยาว์
ไซมอนเกิดเมื่อวันที่ 14 กันยายน 1976 ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เขาเริ่มสัมผัสเครื่องดนตรีครั้งแรกตอนอายุ 5 ขวบ เมื่อได้รับชุดกลอง Tama เป็นของขวัญจากพ่อ ความหลงใหลในจังหวะทำให้เขาฝึกฝนโดยการเล่นตามอัลบั้มเพลงต่างๆ และมีโอกาสพิเศษในการติดตามพ่อไปทัวร์คอนเสิร์ตกับวง Genesis ซึ่งทำให้เขาได้รับการชี้แนะจากทั้ง Phil Collins และ Chester Thompson มือกลองทัวร์ของวง
แม้จะได้รับการฝึกสอนด้านดนตรีแจ๊สอย่างเป็นทางการตอนอายุ 10 ขวบ แต่ไซมอนกลับหลงใหลในสไตล์การตีกลองของศิลปินอย่าง Stewart Copeland, Gavin Harrison และ Keith Moon มากกว่า และเมื่ออายุได้ 12 ปี เขาได้ก้าวขึ้นสู่เวทีครั้งแรกเพื่อตีกลองในเพลง "Easy Lover" ร่วมกับพ่อของเขา รวมถึงได้ร่วมแสดงในเวิลด์ทัวร์ Seriously, Live! อีกด้วย
การแสวงหาตัวตนและการก้าวสู่เส้นทางศิลปินเดี่ยว
เมื่อเข้าสู่ช่วงวัยรุ่น ไซมอนเริ่มขยายทักษะไปยังการเล่นเปียโน การแต่งเพลง และการร้องเพลง แม้เขาจะร่วมวงฮาร์ดร็อกหลายวงตั้งแต่อายุ 14 ปี แต่เขากลับมีความปรารถนาที่จะสร้างสรรค์ผลงานที่หลากหลายกว่านั้น เช่น แนวป๊อป, พังก์, กรันจ์ และอิเล็กทรอนิกา (Electronica) เพราะเขาไม่ต้องการใช้ชีวิตเป็นเพียงมือกลองที่เล่นตามเพลงของคนอื่น
นอกจากดนตรีแล้ว ไซมอนยังมีความสนใจในเรื่องดาราศาสตร์และประเด็นทางสังคม ซึ่งกลายเป็นธีมหลักที่เขามักนำมาสอดแทรกในเนื้อเพลงของเขาเสมอ ในช่วงวัยรุ่นตอนปลาย เขายังเคยทำงานเป็นดีเจในแวดวงเรฟ (Rave - วัฒนธรรมปาร์ตี้ดนตรีอิเล็กทรอนิกส์) ในเมืองแวนคูเวอร์ ซึ่งประสบการณ์นี้ได้กลายเป็นแรงบันดาลใจให้เขาร่วมกับ Joely Collins พี่สาวของเขา สร้างโปรเจกต์สารคดีชื่อ Summer Love
ความสำเร็จในอาชีพและโปรเจกต์ Sound of Contact
เส้นทางอาชีพเดี่ยวของไซมอนเริ่มต้นอย่างจริงจังเมื่อเขาได้เซ็นสัญญากับ Warner Music Group ในปี 2000 และย้ายไปอยู่ที่เมืองแฟรงก์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี เพื่อปล่อยอัลบั้มเปิดตัว All of Who You Are ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างมากในเยอรมนี โดยมียอดขายถึง 100,000 ก๊อปปี้ โดยเฉพาะซิงเกิล "Pride" ที่ได้รับความนิยมสูง
ต่อมาในปี 2003 ไซมอนตัดสินใจแยกทางกับค่ายใหญ่และกลับมาที่แวนคูเวอร์เพื่อก่อตั้งค่ายเพลงของตัวเองในชื่อ Lightyears Music และออกอัลบั้ม Time for Truth ในปี 2005 ตามด้วย U-Catastrophe ในปี 2008 ซึ่งซิงเกิล "Unconditional" สามารถขึ้นถึงอันดับ 12 บนชาร์ต Billboard Hot Adult Contemporary Tracks ในสหรัฐอเมริกา
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี 2009 เมื่อไซมอนร่วมกับ Dave Kerzner, Matt Dorsey และ Kelly Nordstrom ก่อตั้งวง Sound of Contact โดยไซมอนรับหน้าที่ทั้งร้องนำและตีกลอง วงได้ปล่อยอัลบั้ม Dimensionaut ในปี 2013 ซึ่งได้รับคำชื่นชมอย่างมากในสายโปรเกรสซีฟร็อก ก่อนที่ไซมอนจะตัดสินใจออกจากวงในปี 2018

ข้อเท็จจริงสำคัญ
- สายเลือดดนตรี: เป็นบุตรชายของ Phil Collins และ Andrea Bertorelli มีพี่สาวคือ Joely Collins และน้องสาวต่างมารดาคือ Lily และ Nic Collins
- ความสามารถรอบด้าน: เชี่ยวชาญทั้งการตีกลอง, ร้องเพลง, เล่นเปียโน และการแต่งเพลง
- ผลงานเด่น: อัลบั้ม All of Who You Are ประสบความสำเร็จสูงในตลาดเยอรมนี และซิงเกิล "Unconditional" ติดชาร์ต Billboard ในสหรัฐฯ
- แนวเพลง: มีความหลากหลายตั้งแต่ Pop, Electronic ไปจนถึง Progressive Rock
- อัตลักษณ์ส่วนตัว: เปิดเผยตนเองว่าเป็นไบเซ็กชวล (Bisexual)
| ปีที่ออก | ชื่อผลงาน | ประเภท | ความสำเร็จ/หมายเหตุ |
|---|---|---|---|
| 1999 | All of Who You Are | อัลบั้มเดี่ยว | ยอดขาย 100,000 ชุดในเยอรมนี |
| 2005 | Time for Truth | อัลบั้มเดี่ยว | ออกภายใต้ค่าย Lightyears Music |
| 2008 | U-Catastrophe | อัลบั้มเดี่ยว | ซิงเกิล "Unconditional" ติดอันดับ 12 US AC |
| 2013 | Dimensionaut | อัลบั้มวง (Sound of Contact) | ผลงานแนว Progressive Rock |
| 2020 | Becoming Human | อัลบั้มเดี่ยว | ผลงานล่าสุดในฐานะศิลปินเดี่ยว |
คำถามที่พบบ่อย
Simon Collins มีความสัมพันธ์อย่างไรกับ Phil Collins?
เขาเป็นบุตรชายคนโตของ Phil Collins มือกลองและนักร้องชื่อดังชาวอังกฤษ กับภรรยาคนแรก Andrea Bertorelli
แนวเพลงของ Simon Collins แตกต่างจากพ่อของเขาอย่างไร?
แม้จะมีน้ำเสียงที่คล้ายคลึงกับพ่อ แต่ไซมอนเน้นการผสมผสานดนตรีอิเล็กทรอนิกส์, พังก์ และโปรเกรสซีฟร็อก ซึ่งมีความแตกต่างจากสไตล์ป๊อปและร็อกกระแสหลักของ Phil Collins
วง Sound of Contact คืออะไร?
เป็นวงดนตรีแนวโปรเกรสซีฟร็อกที่ไซมอนร่วมก่อตั้งในปี 2009 โดยเขารับหน้าที่เป็นทั้งนักร้องนำและมือกลอง มีผลงานอัลบั้มที่โดดเด่นคือ Dimensionaut
Simon Collins เริ่มเล่นดนตรีตั้งแต่เมื่อไหร่?
เขาเริ่มเล่นกลองตั้งแต่อายุ 5 ขวบ โดยได้รับชุดกลองเป็นของขวัญจากพ่อ และเริ่มแสดงบนเวทีครั้งแรกตอนอายุ 12 ปี
เขามีผลงานเพลงที่ประสบความสำเร็จในสหรัฐอเมริกาหรือไม่?
มี โดยซิงเกิล "Unconditional" จากอัลบั้ม U-Catastrophe สามารถขึ้นถึงอันดับ 12 บนชาร์ต Billboard Hot Adult Contemporary Tracks ในปี 2008