Simon Schaffer นักประวัติศาสตร์วิทยาศาสตร์ผู้ทรงอิทธิพลแห่งมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์
ในโลกของวิชาการ Simon Schaffer เป็นที่รู้จักในฐานะผู้เชี่ยวชาญระดับโลกด้านประวัติศาสตร์และปรัชญาวิทยาศาสตร์ เขาไม่เพียงแต่ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ที่มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ แต่ยังเป็นผู้ขับเคลื่อนการทำความเข้าใจว่าความรู้ทางวิทยาศาสตร์ถูกสร้างขึ้นและส่งต่อผ่านกาลเวลาได้อย่างไร โดยเคยดำรงตำแหน่งบรรณาธิการของวารสารทรงคุณค่าอย่าง The British Journal for the History of Science ในช่วงปี 2004 ถึง 2009

เส้นทางชีวิตและการศึกษา
ไซมอน แชฟเฟอร์ เกิดเมื่อวันที่ 1 มกราคม 1955 ที่เมืองเซาแทมป์ตัน ประเทศอังกฤษ ในวัยเด็กเขาเคยย้ายไปพำนักที่เมืองบริสเบน ประเทศออสเตรเลีย ก่อนจะกลับมายังสหราชอาณาจักรในปี 1965 โดยเติบโตในครอบครัวที่มีพื้นฐานทางวิชาการและการเมืองที่เข้มแข็ง บิดาของเขาเป็นนักสังคมศาสตร์ระดับศาสตราจารย์ ส่วนมารดาเป็นบรรณารักษ์มหาวิทยาลัยและเคยดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีเมืองไบรตัน
ด้านการศึกษา แชฟเฟอร์เริ่มต้นที่โรงเรียน Varndean Grammar School for Boys ก่อนจะเข้าศึกษาต่อด้าน Natural Sciences (วิทยาศาสตร์ธรรมชาติ) ที่ Trinity College มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ซึ่งในปีสุดท้ายเขาได้หันมาเน้นด้านประวัติศาสตร์และปรัชญาวิทยาศาสตร์ นอกจากความโดดเด่นทางวิชาการ เขายังมีความสามารถรอบด้าน โดยเคยนำทีมวิทยาลัยคว้าชัยชนะในรายการ University Challenge ปี 1974
หลังจากปริญญาตรี เขาได้รับทุน Kennedy Scholar เพื่อศึกษาต่อด้านประวัติศาสตร์วิทยาศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดเป็นเวลาหนึ่งปี และกลับมาคว้าปริญญาเอก (PhD) จากเคมบริดจ์ในปี 1980 ด้วยวิทยานิพนธ์เรื่อง Newtonian cosmology and the steady state ซึ่งวิเคราะห์เกี่ยวกับจักรวาลวิทยาของนิวตันและทฤษฎีสภาวะคงที่
บทบาททางวิชาการและการเผยแพร่ความรู้
ตลอดอาชีพการทำงาน แชฟเฟอร์ได้ถ่ายทอดความรู้ในสถาบันชั้นนำหลายแห่ง ทั้งที่ Imperial College London, University of California, Los Angeles (UCLA) และเป็น Fellow ของ Darwin College มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ตั้งแต่ปี 1985 เป็นต้นมา
นอกเหนือจากงานเขียนทางวิชาการ เขายังเป็นผู้สื่อสารวิทยาศาสตร์สู่สาธารณะผ่านสื่อกระแสหลัก โดยเป็นผู้ดำเนินรายการชุด Light Fantastic ทางช่อง BBC Four และเป็นแขกรับเชิญประจำในรายการวิทยุชื่อดัง In Our Time ของ BBC ซึ่งครอบคลุมหัวข้อตั้งแต่เรื่องแคลคูลัสไปจนถึงการประดิษฐ์วิทยุ รวมถึงเป็นนักวิจารณ์ให้กับ London Review of Books อีกด้วย
ผลงานเขียนและรางวัลเกียรติยศ
หนึ่งในผลงานที่สร้างชื่อเสียงให้เขามากที่สุดคือหนังสือ Leviathan and the Air-Pump ที่เขียนร่วมกับ Steven Shapin ซึ่งวิเคราะห์ความขัดแย้งทางความคิดระหว่าง Thomas Hobbes และ Robert Boyle เกี่ยวกับการทดลองและชีวิตทางวิทยาศาสตร์ ผลงานเล่มนี้ส่งผลให้เขาได้รับรางวัล Erasmus Prize ในปี 2005
ความสำเร็จของเขายังได้รับการยอมรับผ่านรางวัลระดับสูงอื่นๆ เช่น George Sarton Medal ในปี 2013 ซึ่งเป็นรางวัลสูงสุดจาก History of Science Society เพื่อยกย่องการอุทิศตนให้แก่ประวัติศาสตร์วิทยาศาสตร์ในฐานะแรงบันดาลใจทางปัญญา และรางวัล Dan David Prize ในปี 2018 นอกจากนี้เขายังได้รับเลือกให้เป็น Fellow ของ British Academy ในปี 2012
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| วันเกิด | 1 มกราคม 1955 |
| การศึกษาสูงสุด | PhD จาก University of Cambridge (1980) |
| ผลงานเด่น | Leviathan and the Air-Pump |
| รางวัลสำคัญ | Erasmus Prize, Sarton Medal, Dan David Prize |
| สถาบันที่สังกัด | University of Cambridge, Darwin College |
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- เป็นผู้เชี่ยวชาญด้าน ประวัติศาสตร์และปรัชญาวิทยาศาสตร์ ที่มีบทบาททั้งในมหาวิทยาลัยและสื่อสาธารณะ
- มีผลงานเขียนที่ทรงอิทธิพลเกี่ยวกับการทดลองทางวิทยาศาสตร์และการวัดค่าที่แม่นยำ
- ได้รับรางวัล George Sarton Medal ซึ่งเป็นเกียรติยศสูงสุดในสายวิชาประวัติศาสตร์วิทยาศาสตร์
- มีส่วนร่วมในการเผยแพร่ความรู้ผ่าน BBC ในหลากหลายรายการวิทยุและโทรทัศน์
คำถามที่พบบ่อย
Simon Schaffer มีความเชี่ยวชาญด้านใดเป็นพิเศษ?
เขามีความเชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์และปรัชญาวิทยาศาสตร์ โดยเน้นศึกษาว่าวิธีการทางวิทยาศาสตร์และการทดลองถูกพัฒนาขึ้นอย่างไรในบริบททางสังคมและประวัติศาสตร์
หนังสือ Leviathan and the Air-Pump มีเนื้อหาเกี่ยวกับอะไร?
เป็นหนังสือที่เขียนร่วมกับ Steven Shapin โดยวิเคราะห์การปะทะกันทางความคิดระหว่าง Thomas Hobbes และ Robert Boyle เพื่อสำรวจความหมายของการทดลองและบทบาทของวิทยาศาสตร์ในยุคนั้น
รางวัล George Sarton Medal คืออะไร?
เป็นรางวัลที่มีเกียรติสูงสุดซึ่งมอบโดย History of Science Society เพื่อยกย่องผู้ที่สร้างคุณูปการโดดเด่นให้แก่สาขาวิชาประวัติศาสตร์วิทยาศาสตร์
Simon Schaffer เคยทำงานที่สถาบันใดบ้าง?
เขาเคยสอนและทำงานที่ University of Cambridge, Imperial College London และ University of California, Los Angeles (UCLA)
เขามีบทบาทในสื่อสาธารณะอย่างไร?
เขาเป็นผู้ดำเนินรายการโทรทัศน์ของ BBC (เช่น รายการ Light Fantastic) และเป็นวิทยากรในรายการวิทยุ In Our Time รวมถึงเขียนบทความวิจารณ์ใน London Review of Books