← กลับไปเลือกอ่านเรื่องอื่น
เซอร์ แอนดรูว์ ไวล์ส ผู้พิชิตทฤษฎีบทสุดท้ายของแฟร์มา

ชีวิตและเรื่องราว · hmn.in.th

เซอร์ แอนดรูว์ ไวล์ส ผู้พิชิตทฤษฎีบทสุดท้ายของแฟร์มา

เซอร์ แอนดรูว์ ไวล์ส ผู้พิชิตทฤษฎีบทสุดท้ายของแฟร์มา ในโลกของคณิตศาสตร์ มีโจทย์ปัญหาหนึ่งที่ท้าทายเหล่านักปราชญ์มานานกว่าสามศตวรรษ นั่นคือ ทฤษฎีบทสุดท้ายของแฟร์มา (Fermat…

เซอร์ แอนดรูว์ ไวล์สทฤษฎีบทสุดท้ายของแฟร์มาAndrew WilesFermat's Last Theorem

เซอร์ แอนดรูว์ ไวล์ส ผู้พิชิตทฤษฎีบทสุดท้ายของแฟร์มา

ในโลกของคณิตศาสตร์ มีโจทย์ปัญหาหนึ่งที่ท้าทายเหล่านักปราชญ์มานานกว่าสามศตวรรษ นั่นคือ ทฤษฎีบทสุดท้ายของแฟร์มา (Fermat's Last Theorem) ซึ่งดูเหมือนจะเป็นเพียงสมการง่ายๆ แต่กลับไม่มีใครสามารถพิสูจน์ได้จนกระทั่งการปรากฏตัวของ เซอร์ แอนดรูว์ ไวล์ส (Sir Andrew Wiles) นักคณิตศาสตร์ชาวอังกฤษผู้มีความมุ่งมั่นอันแรงกล้าในการไขปริศนานี้

เซอร์ แอนดรูว์ ไวล์ส ไม่เพียงแต่สร้างชื่อจากการพิสูจน์ทฤษฎีบทที่โด่งดังที่สุดในประวัติศาสตร์ แต่เขายังเป็นศาสตราจารย์วิจัยของ Royal Society ณ มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด และเป็นผู้เชี่ยวชาญด้าน ทฤษฎีจำนวน (Number Theory) ซึ่งเป็นสาขาที่ศึกษาคุณสมบัติของจำนวนเต็ม ผลงานของเขาทำให้เขาได้รับรางวัลอันทรงเกียรติมากมาย รวมถึงรางวัลอาเบล (Abel Prize) ในปี 2016 และเหรียญคอปเลย์ (Copley Medal) ในปี 2017

Content image

เส้นทางสู่ความสำเร็จ: จากความฝันวัยเด็กสู่ความจริงทางคณิตศาสตร์

ความหลงใหลในคณิตศาสตร์ของไวล์สเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่อายุ 10 ขวบ เมื่อเขาได้พบหนังสือชื่อ "The Last Problem" ของ Eric Temple Bell ในห้องสมุดท้องถิ่น ซึ่งกล่าวถึงทฤษฎีบทของแฟร์มา ความเรียบง่ายของโจทย์ที่ว่า ไม่มีจำนวนเต็มบวก a, b และ c ใดๆ ที่สอดคล้องกับสมการ an + bn = cn เมื่อ n มีค่ามากกว่า 2 ทำให้เขารู้สึกทึ่งและตั้งเป้าหมายว่าจะเป็นคนแรกที่พิสูจน์มันให้ได้

แม้จะเคยละทิ้งความฝันนี้ไปชั่วขณะเนื่องจากข้อจำกัดด้านความรู้ในวัยเด็ก แต่เมื่อเขาอายุ 33 ปี งานวิจัยของ Ken Ribet เกี่ยวกับ epsilon conjecture ได้จุดประกายให้เขากลับมาเผชิญหน้ากับโจทย์นี้อีกครั้ง โดยไวล์สใช้เวลาศึกษาและทำงานอย่างลับๆ นานกว่า 6 ปี โดยบอกเพียงภรรยาเท่านั้น เพื่อหลีกเลี่ยงความกดดันจากสังคมวิชาการ

Content image

การพิสูจน์ที่พลิกโฉมวงการคณิตศาสตร์

กลยุทธ์ของไวล์สคือการพิสูจน์ สมมติฐานทาเนียมา-ชิมูระ (Taniyama–Shimura conjecture) สำหรับ เส้นโค้งเอลลิปติกแบบกึ่งเสถียร (Semistable Elliptic Curves) ซึ่งเป็นวัตถุทางคณิตศาสตร์ที่มีลักษณะคล้ายพื้นผิวของรูปโดนัท (Torus) โดยเขาพิสูจน์ว่าหากทฤษฎีบทของแฟร์มาเป็นเท็จ จะเกิดเส้นโค้งที่ผิดปกติซึ่งขัดแย้งกับสมมติฐานดังกล่าว ดังนั้นการพิสูจน์ว่าสมมติฐานทาเนียมา-ชิมูระเป็นจริง จึงเป็นการยืนยันว่าทฤษฎีบทสุดท้ายของแฟร์มาต้องเป็นจริงด้วย

อย่างไรก็ตาม เส้นทางนี้ไม่ได้ราบรื่น เมื่อเขาประกาศผลงานในปี 1993 กลับมีการตรวจพบข้อผิดพลาดในส่วนของ กลุ่มเซลเมอร์ (Selmer group) และการใช้ ระบบออยเลอร์ (Euler system) ไวล์สใช้เวลาเกือบปีในการแก้ไข จนกระทั่งวันที่ 19 กันยายน 1994 เขาเกิดความเข้าใจอย่างถ่องแท้ (Insight) และร่วมกับ Richard Taylor ลูกศิษย์ของเขา แก้ไขข้อผิดพลาดได้สำเร็จ และตีพิมพ์ผลงานฉบับสมบูรณ์ในปี 1995

Content image

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • ความสำเร็จสูงสุด: พิสูจน์ทฤษฎีบทสุดท้ายของแฟร์มาโดยใช้การเชื่อมโยงระหว่างเส้นโค้งเอลลิปติกและรูปแบบมอดูลาร์ (Modular Forms)
  • ตำแหน่งปัจจุบัน: ศาสตราจารย์ Regius สาขาคณิตศาสตร์คนแรกของมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด
  • ผลกระทบทางวิชาการ: ผลงานของเขานำไปสู่การพิสูจน์ Modularity Theorem ฉบับสมบูรณ์ในปี 2000 และส่งเสริมโครงการ Langlands ซึ่งมุ่งเน้นการรวมสาขาต่างๆ ของคณิตศาสตร์เข้าด้วยกัน
  • การศึกษา: ปริญญาตรีจาก Merton College (Oxford) และปริญญาเอกจาก Clare College (Cambridge)
สรุปข้อมูลและรางวัลสำคัญของเซอร์ แอนดรูว์ ไวล์ส
หัวข้อ รายละเอียด
วันเกิด 11 เมษายน 1953 (เคมบริดจ์, อังกฤษ)
ความเชี่ยวชาญ ทฤษฎีจำนวน (Number Theory)
รางวัลระดับโลก Abel Prize (2016), Copley Medal (2017), Wolf Prize (1995)
เกียรติยศ Knight Commander of the Order of the British Empire (KBE)
สถาบันที่เคยร่วมงาน University of Oxford, Princeton University
FAQ

คำถามที่พบบ่อย

ทฤษฎีบทสุดท้ายของแฟร์มาคืออะไร?

คือข้อความทางคณิตศาสตร์ที่ระบุว่า ไม่มีจำนวนเต็มบวก a, b และ c ใดๆ ที่ทำให้สมการ an + bn = cn เป็นจริงได้ หากค่า n เป็นจำนวนเต็มที่มากกว่า 2

เซอร์ แอนดรูว์ ไวล์ส ใช้เวลานานเท่าใดในการพิสูจน์?

เขาใช้เวลาทำงานวิจัยอย่างจริงจังและเป็นความลับนานกว่า 6 ปี ก่อนจะประกาศผลครั้งแรกในปี 1993 และแก้ไขข้อผิดพลาดจนสมบูรณ์ในปี 1995

ทำไมการพิสูจน์นี้ถึงมีความสำคัญมาก?

นอกจากจะเป็นการปิดตำนานโจทย์ที่ไม่มีใครแก้ได้มา 300 กว่าปีแล้ว วิธีการที่ไวล์สใช้ยังสร้างเครื่องมือใหม่ๆ ที่ช่วยให้นักคณิตศาสตร์สามารถเชื่อมโยงทฤษฎีที่แตกต่างกันเข้าด้วยกัน ซึ่งส่งผลดีต่อการพัฒนาคณิตศาสตร์สมัยใหม่

รางวัลอาเบล (Abel Prize) คืออะไร?

เป็นหนึ่งในรางวัลสูงสุดทางคณิตศาสตร์ ซึ่งไวล์สได้รับในปี 2016 เพื่อเป็นเกียรติแก่ความสำเร็จในการพิสูจน์ทฤษฎีบทสุดท้ายของแฟร์มา