Sir Ivor Roberts นักการทูตผู้ทรงอิทธิพลและอดีตประธาน Trinity College แห่งมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด
Sir Ivor Anthony Roberts เป็นบุคคลสำคัญในแวดวงการทูตของสหราชอาณาจักรและแวดวงวิชาการระดับโลก เขาไม่เพียงแต่ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตในประเทศสำคัญหลายแห่ง แต่ยังเคยดำรงตำแหน่งประธานของ Trinity College ซึ่งเป็นวิทยาลัยเก่าแก่ในมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด ด้วยประสบการณ์ที่โชกโชนในการเจรจาระดับนานาชาติและการบริหารงานการทูต ทำให้เขาเป็นที่ยอมรับในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

เส้นทางการศึกษาและการเริ่มต้นอาชีพ
Sir Ivor เกิดเมื่อวันที่ 24 กันยายน ค.ศ. 1946 ที่เมืองลิเวอร์พูล ประเทศอังกฤษ เขาเริ่มต้นการศึกษาที่ St Mary's College ในเมือง Crosby ก่อนจะเข้าศึกษาต่อที่ Keble College มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด โดยสำเร็จการศึกษาด้านภาษาสมัยใหม่ในปี 1968 และได้รับปริญญาโท (MA) ในปี 1972 ซึ่งปัจจุบันเขาได้รับเกียรติให้เป็น Honorary Fellow ของวิทยาลัยแห่งนี้
เขาเริ่มต้นอาชีพในกระทรวงการต่างประเทศและการ Commonwealth (Foreign and Commonwealth Office หรือ FCO) ในตำแหน่งเลขาธิการที่สาม (Third Secretary) เมื่อปี 1968 โดยในช่วงแรกของอาชีพ เขาได้พัฒนาทักษะทางภาษาด้วยการศึกษาภาษาอาหรับที่ MECAS ในเลบานอน และได้ปฏิบัติหน้าที่ในหลายเมืองสำคัญ เช่น ปารีส ลักเซมเบิร์ก และแคนเบอร์รา ประเทศออสเตรเลีย นอกจากนี้เขายังเคยได้รับมอบหมายให้เป็นที่ปรึกษาทางการเมืองในประเทศวานูอาตูในช่วงที่เกิดเหตุการณ์กบฏอีกด้วย
บทบาทสำคัญในฐานะเอกอัครราชทูต
Sir Ivor Roberts ได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งทูตในพื้นที่ที่มีความขัดแย้งและมีความสำคัญทางยุทธศาสตร์สูง โดยมีผลงานที่โดดเด่นดังนี้:
- ยูโกสลาเวีย (1994–1997): เขาทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการเจรจาระหว่างทางการยูโกสลาเวียและชาวเซิร์บในบอสเนีย รวมถึงมีบทบาทสำคัญในการเจรจาเพื่อช่วยเหลือทหารอังกฤษที่ถูกจับเป็นตัวประกันในปี 1995
- ไอร์แลนด์ (1999–2003): ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตในช่วงเวลาสำคัญของการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ
- อิตาลี (2003–2006): ปิดท้ายอาชีพการทูตด้วยการเป็นเอกอัครราชทูตประจำประเทศอิตาลีจนกระทั่งเกษียณอายุราชการ
การเปลี่ยนผ่านสู่โลกวิชาการและบทบาทหลังเกษียณ
หลังจากเกษียณจากงานการทูตในปี 2006 Sir Ivor ได้ก้าวเข้าสู่บทบาทผู้บริหารการศึกษาระดับสูงในตำแหน่งประธานของ Trinity College มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด นอกจากนี้เขายังเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านตำราการทูต โดยเป็นบรรณาธิการหนังสือ Satow's Diplomatic Practice ซึ่งเป็นคู่มือมาตรฐานที่สถานทูตทั่วโลกใช้ในการปฏิบัติงาน รวมถึงเขียนหนังสือบันทึกความทรงจำชื่อ Conversations with Milosevic เกี่ยวกับประสบการณ์ในคาบสมุทรบอลข่าน
ในด้านส่วนตัว Sir Ivor ได้ตัดสินใจขอสัญชาติไอริชในปี 2017 ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องมาจากเหตุการณ์ Brexit (การที่สหราชอาณาจักรแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป) โดยเขาได้รับสิทธินี้ผ่านทางบิดาที่เกิดในเมืองเบลฟาสต์
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- ชื่อเต็ม: Sir Ivor Anthony Roberts KCMG FCIL
- ตำแหน่งสูงสุดทางการทูต: เอกอัครราชทูตอังกฤษประจำยูโกสลาเวีย, ไอร์แลนด์ และอิตาลี
- ตำแหน่งทางวิชาการ: อดีตประธาน Trinity College, Oxford
- ผลงานเขียน: บรรณาธิการ Satow's Diplomatic Practice และผู้เขียน Conversations with Milosevic
- สัญชาติ: ถือสัญชาติทั้งสหราชอาณาจักรและไอร์แลนด์
| ประเทศที่ประจำการ | ช่วงปีที่ดำรงตำแหน่ง | นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น |
|---|---|---|
| ยูโกสลาเวีย | 1994–1997 | John Major |
| ไอร์แลนด์ | 1999–2003 | Tony Blair |
| อิตาลี | 2003–2006 | Tony Blair |
คำถามที่พบบ่อย
Sir Ivor Roberts มีบทบาทอย่างไรในวิกฤตการณ์บอลข่าน?
เขาทำหน้าที่เป็นเอกอัครราชทูตประจำยูโกสลาเวีย โดยเป็นตัวแทนของผู้ไกล่เกลี่ยระดับนานาชาติในการเจรจากับรัฐบาลยูโกสลาเวียและชาวเซิร์บในบอสเนีย รวมถึงช่วยเจรจาปล่อยตัวทหารอังกฤษที่ถูกจับเป็นตัวประกัน
ทำไม Sir Ivor Roberts ถึงขอสัญชาติไอริช?
เขาตัดสินใจขอสัญชาติไอริชในปี 2017 หลังจากผลการลงประชามติ Brexit โดยใช้สิทธิผ่านทางบิดาซึ่งเกิดที่เมืองเบลฟาสต์
หนังสือ Satow's Diplomatic Practice คืออะไร?
เป็นตำรามาตรฐานด้านการปฏิบัติทางการทูตที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในสถานทูตทั่วโลก ซึ่ง Sir Ivor Roberts ได้รับหน้าที่เป็นบรรณาธิการในฉบับพิมพ์ครั้งที่ 6 และฉบับครบรอบ 700 ปี
หลังเกษียณจากงานการทูต เขาไปทำอะไรต่อ?
เขาดำรงตำแหน่งประธานของ Trinity College มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด และทำงานเป็นที่ปรึกษาในหลายองค์กร เช่น Counter Extremism Project และคณะกรรมการของ British School at Rome