Sir Patrick Stewart ตำนานนักแสดงผู้พลิกบทบาทจากเวทีเชกสเปียร์สู่จักรวาลไซไฟ
หากพูดถึงนักแสดงที่มีน้ำเสียงทรงพลังและบุคลิกที่น่าเกรงขาม Sir Patrick Stewart คือชื่อแรกๆ ที่ผู้คนทั่วโลกนึกถึง ด้วยประสบการณ์ในวงการบันเทิงที่ยาวนานกว่า 60 ปี เขาไม่ได้เป็นเพียงดาราภาพยนตร์ระดับโลก แต่ยังเป็นศิลปินละครเวทีผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับความเคารพอย่างสูงในระดับสากล

จุดเริ่มต้นและชีวิตวัยเยาว์ที่หล่อหลอมตัวตน
Patrick Stewart เกิดเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 1940 ที่เมือง Mirfield ประเทศอังกฤษ ในครอบครัวที่ไม่ได้ร่ำรวย โดยมีบิดาเป็นจ่าสิบเอกในกองทัพบกอังกฤษช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ซึ่งส่งผลให้บิดาของเขามีอาการ PTSD (Post-Traumatic Stress Disorder) หรือสภาวะป่วยทางจิตหลังเผชิญเหตุการณ์รุนแรง นำไปสู่ความรุนแรงภายในครอบครัวที่ Stewart ต้องเผชิญในวัยเด็ก
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อเขาได้พบกับ Cecil Dormand ครูสอนภาษาอังกฤษที่มอบบทประพันธ์ของเชกสเปียร์ให้เขาได้ลองฝึกแสดง ซึ่งเป็นประกายไฟดวงแรกที่ทำให้เขาหลงรักการแสดง หลังจากจบการศึกษาในระดับมัธยม เขาได้ทำงานหลากหลายตั้งแต่นักข่าวท้องถิ่นไปจนถึงพนักงานขายเฟอร์นิเจอร์ ซึ่งเขาใช้ทักษะการแสดงในการโน้มน้าวใจลูกค้า จนกระทั่งได้รับทุนการศึกษาเข้าเรียนที่ Bristol Old Vic Theatre School โรงเรียนสอนการแสดงที่มีชื่อเสียง

เส้นทางสู่ความสำเร็จบนเวทีละครและโทรทัศน์ยุคแรก
Stewart เริ่มต้นอาชีพนักแสดงอาชีพในปี 1959 และได้ก้าวเข้าสู่ Royal Shakespeare Company (RSC) ในปี 1966 ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการเป็นนักแสดงสายคลาสสิกผู้โดดเด่น เขาได้รับรางวัล Olivier Award (รางวัลสูงสุดของวงการละครเวทีอังกฤษ) จากบทบาทในเรื่อง Antony and Cleopatra และต่อมายังได้รับรางวัลนี้อีกครั้งจากบท King Claudius ในเรื่อง Hamlet
ในช่วงแรกของการทำงานโทรทัศน์ เขาปรากฏตัวในซีรีส์อย่าง Coronation Street และมีบทบาทสำคัญในโปรดักชันคุณภาพ เช่น Fall of Eagles และ I, Claudius แม้จะมีความสามารถสูง แต่ในขณะนั้นเขายังไม่ใช่ชื่อที่คุ้นหูของคนทั่วไป จนกระทั่งโอกาสครั้งใหญ่ในฮอลลีวูดมาถึง
การก้าวสู่ระดับโลกกับบทบาทกัปตัน Picard และศาสตราจารย์ Xavier
ในปี 1987 ชีวิตของ Stewart เปลี่ยนไปตลอดกาลเมื่อเขารับบทเป็น Captain Jean-Luc Picard ในซีรีส์ Star Trek: The Next Generation แม้ในช่วงแรกเขาจะกังวลว่าบทบาทไซไฟจะทำลายชื่อเสียงในสายละครเวที และไม่คุ้นเคยกับศัพท์เทคนิคทางวิทยาศาสตร์ (Technobabble) แต่ความทุ่มเทและระเบียบวินัยในการทำงานทำให้เขากลายเป็นขวัญใจแฟนๆ ทั่วโลก และนำไปสู่การรับบทเดิมในภาพยนตร์และซีรีส์ Star Trek: Picard ในเวลาต่อมา

ความสำเร็จจาก Star Trek ทำให้เขากลายเป็นภาพจำของ "ชายอังกฤษผู้สง่างามและศีรษะล้าน" ซึ่งนำไปสู่บทบาทสำคัญอีกหนึ่งบทคือ Professor Charles Xavier ในภาพยนตร์ชุด X-Men ตั้งแต่ปี 2000 ถึง 2017 และยังได้กลับมารับบทนี้อีกครั้งในจักรวาล MCU ผ่านภาพยนตร์ Doctor Strange in the Multiverse of Madness และ Avengers: Doomsday

ความหลากหลายในงานศิลปะและการพากย์เสียง
นอกเหนือจากบทนำที่โด่งดัง Stewart ยังพิสูจน์ความสามารถในบทบาทที่หลากหลาย ทั้งบทตลกในซีรีส์ Frasier และ Extras หรือบทดราม่าเข้มข้นใน Moby Dick และ A Christmas Carol นอกจากนี้เขายังเป็นนักพากย์เสียงมืออาชีพในภาพยนตร์แอนิเมชันหลายเรื่อง เช่น The Prince of Egypt และเป็นเสียงพากย์ประจำของตัวละคร Avery Bullock ในซีรีส์ American Dad!
ในด้านละครเวที เขายังคงไม่ทิ้งรากเหง้า โดยการสร้างสรรค์โชว์เดี่ยว (One-man show) จากเรื่อง A Christmas Carol ซึ่งเขาแสดงเป็นตัวละครกว่า 40 ตัวเพียงคนเดียว และการร่วมงานกับเพื่อนสนิทอย่าง Ian McKellen ในบทบาทคลาสสิกอย่าง Waiting for Godot

ข้อเท็จจริงสำคัญ
- เกียรติยศสูงสุด: ได้รับการแต่งตั้งเป็นอัศวิน (Knighted) โดยสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ในปี 2010 จากผลงานด้านการละคร
- รางวัลการันตี: เจ้าของรางวัล Olivier Awards 2 รางวัล และ Grammy Award 1 รางวัล
- ความผูกพันกับ RSC: ร่วมแสดงในโปรดักชันของ Royal Shakespeare Company มากกว่า 60 เรื่อง
- บทบาทไอคอนิก: เป็นที่รู้จักทั่วโลกจากบท กัปตัน Picard (Star Trek) และ ศาสตราจารย์ Xavier (X-Men)
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| วันเกิด | 13 กรกฎาคม 1940 |
| การศึกษา | Bristol Old Vic Theatre School |
| บทบาทสร้างชื่อ (TV) | Captain Jean-Luc Picard ใน Star Trek: TNG |
| บทบาทสร้างชื่อ (Film) | Professor Charles Xavier ใน X-Men |
| รางวัลสำคัญ | Olivier Awards, Grammy Award, และบรรดาศักดิ์อัศวิน (Sir) |
คำถามที่พบบ่อย
Sir Patrick Stewart เริ่มเข้าสู่วงการแสดงได้อย่างไร?
เขาได้รับแรงบันดาลใจจากครูสอนภาษาอังกฤษในวัยเด็กที่สนับสนุนให้เขาอ่านและแสดงบทประพันธ์ของเชกสเปียร์ ก่อนจะเข้าเรียนที่ Bristol Old Vic Theatre School และเริ่มงานอาชีพกับบริษัทละครในบริสตอล
ทำไมเขาถึงได้รับฉายาว่านักแสดงเชกสเปียร์ระดับแถวหน้า?
เพราะเขาใช้เวลาหลายสิบปีในการทำงานกับ Royal Shakespeare Company (RSC) และรับบทนำในบทละครคลาสสิกมากมาย รวมถึงการได้รับรางวัล Olivier Award ซึ่งเป็นรางวัลสูงสุดของวงการละครเวทีอังกฤษ
ความรู้สึกของเขาต่อบทบาทกัปตัน Picard ในช่วงแรกเป็นอย่างไร?
ในช่วงแรกเขามีความลังเลและกังวลว่าการรับงานในฮอลลีวูดจะทำให้เขาเสียโอกาสในสายละครเวที รวมถึงไม่คุ้นเคยกับวัฒนธรรมการทำงานของโทรทัศน์และศัพท์เทคนิคในเรื่อง แต่สุดท้ายบทบาทนี้กลับกลายเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้เขาโด่งดังระดับโลก
เขามีความสัมพันธ์อย่างไรกับ Ian McKellen?
ทั้งคู่เป็นเพื่อนสนิทกันอย่างมาก โดยได้ร่วมงานกันทั้งในภาพยนตร์ X-Men (ในบท Xavier และ Magneto) และในละครเวทีเรื่อง Waiting for Godot ซึ่งเป็นการเติมเต็มความฝันในการทำงานร่วมกันมาอย่างยาวนาน