← กลับไปเลือกอ่านเรื่องอื่น
Sir Richard Lake Olver เส้นทางความสำเร็จจากวิศวกรสู่ผู้นำองค์กรระดับโลก

ชีวิตและเรื่องราว · hmn.in.th

Sir Richard Lake Olver เส้นทางความสำเร็จจากวิศวกรสู่ผู้นำองค์กรระดับโลก

Sir Richard Lake Olver เส้นทางความสำเร็จจากวิศวกรสู่ผู้นำองค์กรระดับโลก หากจะกล่าวถึงบุคคลที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนทั้งอุตสาหกรรมพลังงานและอุตสาหกรรมป้องกันประเทศระด…

Sir Richard Lake OlverBAE SystemsBPวิศวกรรมโยธา

Sir Richard Lake Olver เส้นทางความสำเร็จจากวิศวกรสู่ผู้นำองค์กรระดับโลก

หากจะกล่าวถึงบุคคลที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนทั้งอุตสาหกรรมพลังงานและอุตสาหกรรมป้องกันประเทศระดับโลก Sir Richard Lake Olver คือหนึ่งในชื่อที่โดดเด่นที่สุด ด้วยประสบการณ์การบริหารที่ครอบคลุมตั้งแต่การวางรากฐานทางวิศวกรรมไปจนถึงการกุมบังเหียนบริษัทมหาชนขนาดใหญ่ ทำให้เขากลายเป็นต้นแบบของผู้นำที่ผสมผสานความเชี่ยวชาญทางเทคนิคเข้ากับวิสัยทัศน์ทางธุรกิจได้อย่างลงตัว

Content image

จุดเริ่มต้นและรากฐานทางวิศวกรรม

Sir Richard เกิดเมื่อวันที่ 2 มกราคม ค.ศ. 1947 โดยเริ่มต้นเส้นทางสายอาชีพด้วยการศึกษาด้าน วิศวกรรมโยธา (Civil Engineering) จาก City University London ซึ่งเขาสามารถคว้าเกียรตินิยมอันดับหนึ่งมาครองได้สำเร็จ รากฐานทางวิชาการที่แข็งแกร่งนี้เองที่เป็นกุญแจสำคัญในการก้าวเข้าสู่โลกของการทำงานในระดับสากล

ความสำเร็จอันยาวนานที่ BP: จากวิศวกรสู่รองประธานบริหาร

ในปี ค.ศ. 1973 Sir Richard ได้เริ่มต้นทำงานกับบริษัท BP ซึ่งเขาใช้เวลากว่า 30 ปีในการไต่เต้าตำแหน่งผ่านโครงการน้ำมัน ก๊าซ และการกลั่นในหลายภูมิภาคทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นสหราชอาณาจักร แคนาดา สกอตแลนด์ นอร์เวย์ และตะวันออกกลาง

ในช่วงปี ค.ศ. 1979 ถึง 1988 เขาได้รับมอบหมายให้ดูแลบทบาทสำคัญหลายด้าน เช่น การเป็นรองประธานของ BP Pipelines Inc ในอเมริกาเหนือ และการบริหารจัดการเทคโนโลยีใหม่ๆ สำหรับการขุดเจาะนอกชายฝั่งและพื้นที่อาร์กติก นอกจากนี้ เขายังเป็นผู้นำทีมยุทธศาสตร์ในการเข้าซื้อกิจการ Standard Oil ในสหรัฐอเมริกา ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการขยายอาณาจักรของ BP

จุดสูงสุดของการทำงานที่ BP คือการดำรงตำแหน่ง CEO ของฝ่ายสำรวจและผลิต (Exploration and Production) ในปี ค.ศ. 1998 โดยเขาสามารถผลักดันให้ธุรกิจเติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด จากกำลังการผลิต 1.5 ล้านบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน (mboepd) เพิ่มขึ้นเป็น 3.6 ล้านบาร์เรล ผ่านการควบรวมกิจการกับ Amoco และการเข้าซื้อ ARCO ซึ่งสร้างกระแสเงินสดจากการดำเนินงานได้สูงถึง 2 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อปี ก่อนที่เขาจะดำรงตำแหน่งรองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (Deputy CEO) ในปี ค.ศ. 2003

การนำทัพ BAE Systems และบทบาทที่ปรึกษาระดับประเทศ

หลังจากอำลา BP ในปี ค.ศ. 2004 Sir Richard ได้ก้าวเข้าสู่บทบาทประธานกรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร (Non-executive Chairman) ของ BAE Systems ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทรับเหมาด้านการป้องกันประเทศที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยเข้ามารับตำแหน่งต่อจาก Sir Richard Evans

นอกเหนือจากบทบาทในภาคธุรกิจ เขายังได้รับความไว้วางใจให้เป็นที่ปรึกษาและกรรมการในองค์กรชั้นนำมากมาย เช่น Reuters, Thomson Reuters รวมถึงการเป็นสมาชิกในคณะที่ปรึกษาทางธุรกิจของนายกรัฐมนตรีทั้งในสมัยของ Gordon Brown และ David Cameron อีกทั้งยังดำรงตำแหน่งทูตทางธุรกิจของสหราชอาณาจักร (UK Business Ambassador) และที่ปรึกษาให้กับ HSBC และ Clayton, Dubilier & Rice

การอุทิศตนเพื่อการศึกษาและวิศวกรรมศาสตร์

Sir Richard ให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากรทางวิศวกรรมอย่างมาก โดยเขาเคยดำรงตำแหน่งประธานกลุ่มนโยบาย Education for Engineering (E4E) ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการผลักดันนโยบายการศึกษาของรัฐบาล และเป็นประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาด้านการพัฒนาของ The Royal Academy of Engineering เพื่อส่งเสริมให้สังคมตระหนักถึงคุณค่าของวิศวกรที่มีต่อเศรษฐกิจและสุขภาพของสังคมอังกฤษ

ด้วยคุณูปการเหล่านี้ เขาจึงได้รับเกียรติสูงสุดมากมาย ทั้งการได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ด้านวิทยาศาสตร์จาก City University London และ Cranfield University รวมถึงการได้รับเหรียญประธาน (President's Medal) ในปี ค.ศ. 2015 จากการบริการที่มีต่อ The Royal Academy of Engineering และประเทศชาติ

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • การศึกษา: เกียรตินิยมอันดับหนึ่งด้านวิศวกรรมโยธา จาก City University London
  • ผลงานเด่นที่ BP: เพิ่มกำลังการผลิตจาก 1.5 เป็น 3.6 mboepd และสร้างรายได้มหาศาลจากการควบรวมกิจการ
  • ตำแหน่งสูงสุด: ประธานกรรมการ BAE Systems และรอง CEO ของ BP
  • รางวัลเกียรติยศ: ได้รับการแต่งตั้งเป็นอัศวิน (Knighted) ในปี ค.ศ. 2013 สำหรับผลงานด้านธุรกิจและการกำกับดูแลกิจการของสหราชอาณาจักร
  • ความเชี่ยวชาญ: การบริหารกลยุทธ์องค์กร, วิศวกรรมพลังงาน และการกำกับดูแลกิจการ (Corporate Governance)
สรุปเส้นทางอาชีพและเกียรติประวัติของ Sir Richard Lake Olver
ช่วงเวลา / ปี บทบาทและองค์กร ความสำเร็จสำคัญ
1973 - 2004 BP ก้าวสู่ตำแหน่ง Deputy CEO และขยายธุรกิจ Upstream E&P
2004 - เป็นต้นไป BAE Systems ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการ (Chairman)
1997 - 2008 Reuters / Thomson Reuters กรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร (Non-executive Director)
2013 รัฐบาลสหราชอาณาจักร ได้รับแต่งตั้งเป็นอัศวิน (Knighted)
2015 Royal Academy of Engineering ได้รับรางวัล President's Medal
FAQ

คำถามที่พบบ่อย

Sir Richard Lake Olver มีความเชี่ยวชาญด้านใดเป็นพิเศษ?

เขามีความเชี่ยวชาญที่ผสมผสานระหว่างวิศวกรรมโยธา การบริหารจัดการโครงการพลังงานขนาดใหญ่ (น้ำมันและก๊าซ) และการวางกลยุทธ์องค์กรในระดับสากล รวมถึงการกำกับดูแลกิจการในบริษัทมหาชน

ผลงานที่โดดเด่นที่สุดในช่วงที่ทำงานกับ BP คืออะไร?

คือการนำธุรกิจ Upstream E&P ให้เติบโตขึ้นกว่าสองเท่า โดยเพิ่มกำลังการผลิตจาก 1.5 ล้านบาร์เรลเป็น 3.6 ล้านบาร์เรลต่อวัน ผ่านการควบรวมกิจการกับ Amoco และ ARCO ซึ่งสร้างกระแสเงินสดได้ถึง 2 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อปี

บทบาทของเขาใน BAE Systems คืออะไร?

เขาดำรงตำแหน่งเป็นประธานกรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร (Non-executive Chairman) โดยเข้ามารับหน้าที่ต่อจาก Sir Richard Evans เพื่อนำพาบริษัทซึ่งเป็นหนึ่งในผู้รับเหมาด้านการป้องกันประเทศรายใหญ่ที่สุดของโลก

Sir Richard มีส่วนช่วยในด้านการศึกษาอย่างไร?

เขาเป็นประธานกลุ่มนโยบาย Education for Engineering (E4E) และคณะกรรมการที่ปรึกษาของ The Royal Academy of Engineering โดยมุ่งเน้นการผลักดันนโยบายรัฐบาลเพื่อพัฒนาการศึกษาด้านวิศวกรรมและสร้างการยอมรับในวิชาชีพวิศวกร

เขาได้รับรางวัล Knighted จากผลงานด้านใด?

เขาได้รับแต่งตั้งเป็นอัศวินในปี ค.ศ. 2013 เพื่อเป็นเกียรติแก่การอุทิศตนเพื่อภาคธุรกิจ และการมีส่วนร่วมในการพัฒนาระบบการกำกับดูแลกิจการ (Corporate Governance) ของสหราชอาณาจักร