← กลับไปเลือกอ่านเรื่องอื่น
SR

ชีวิตและเรื่องราว · hmn.in.th

Sir Rupert Smith นายพลผู้พลิกแนวคิดการสงครามสมัยใหม่

Sir Rupert Smith นายพลผู้พลิกแนวคิดการสงครามสมัยใหม่ ในโลกของการทหาร ชื่อของ Sir Rupert Smith ไม่ได้เป็นเพียงชื่อของนายพลระดับสูงผู้ผ่านสมรภูมิมาอย่างโชกโชน แต่เขายังเป็น…

Sir Rupert SmithThe Utility of Forceกองทัพบกอังกฤษสงครามอ่าว

Sir Rupert Smith นายพลผู้พลิกแนวคิดการสงครามสมัยใหม่

ในโลกของการทหาร ชื่อของ Sir Rupert Smith ไม่ได้เป็นเพียงชื่อของนายพลระดับสูงผู้ผ่านสมรภูมิมาอย่างโชกโชน แต่เขายังเป็นนักคิดผู้ทรงอิทธิพลที่กล้าตั้งคำถามกับรูปแบบการทำสงครามแบบดั้งเดิม จากการรับราชการในกองทัพบกอังกฤษยาวนานถึง 4 ทศวรรษ เขาได้สั่งสมประสบการณ์จากการนำทัพในวิกฤตการณ์ระดับโลก จนกลายเป็นรากฐานสำคัญในการเขียนหนังสือที่สร้างแรงสั่นสะเทือนให้วงการยุทธศาสตร์อย่าง The Utility of Force

เส้นทางสู่จุดสูงสุดของอาชีพทหาร

Sir Rupert Smith เกิดเมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 1943 ณ เมืองเชลมสฟอร์ด ประเทศอังกฤษ เขาเติบโตมาในครอบครัวที่มีสายเลือดทหาร โดยมีบิดาเป็นนักบินขับไล่ฝีมือฉายในยุทธการ Battle of Britain ของนิวซีแลนด์ ซึ่งต่อมาได้ดำรงตำแหน่ง Group Captain ในกองทัพอากาศอังกฤษ (RAF)

ด้านการศึกษา Smith จบการศึกษาจาก Haileybury and Imperial Service College ก่อนจะเข้าศึกษาต่อที่ Royal Military Academy Sandhurst ซึ่งเป็นสถาบันผลิตนายทหารชั้นนำของอังกฤษ เขาเริ่มต้นชีวิตการทำงานในฐานะร้อยตรีของกรมทหารพลร่ม (Parachute Regiment) ในปี 1964 และได้ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่หลากหลายทั่วโลก ทั้งในแอฟริกาตะวันออกและใต้, อาระเบีย, แคริบเบียน, ไอร์แลนด์เหนือ, ยุโรป และมาเลเซีย

การไต่เต้าและเกียรติยศในช่วงแรก

ตลอดระยะเวลาการรับราชการ Smith ได้รับการเลื่อนยศอย่างต่อเนื่อง โดยขึ้นเป็นพันโทในปี 1980 และพันเอกในปี 1985 ความกล้าหาญของเขาเป็นที่ประจักษ์ โดยเฉพาะในช่วงที่ปฏิบัติหน้าที่ในไอร์แลนด์เหนือ ซึ่งทำให้เขาได้รับเหรียญ Queen's Gallantry Medal ในปี 1978

บทบาทผู้นำในสมรภูมิระดับโลก

จุดเปลี่ยนสำคัญในอาชีพของเขาเกิดขึ้นเมื่อได้รับการแต่งตั้งเป็นพลตรีและผู้บัญชาการกองพลยานเกราะที่ 1 (1st Armoured Division) ในปี 1990 เพื่อนำทัพใน สงครามอ่าว (Gulf War) ภายใต้ปฏิบัติการ Granby

ในภารกิจนี้ Smith ต้องบริหารจัดการกำลังพลกว่า 35,000 นาย ซึ่งส่วนใหญ่ไม่เคยทำงานร่วมกันมาก่อน ภายในระยะเวลาเตรียมการเพียง 6 สัปดาห์ เขาสามารถสร้างกองพลที่มีประสิทธิภาพสูงและประสานงานกับกองทัพสหรัฐฯ ได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเขานำทัพบุกทะลวงสนามทุ่นระเบิดและทำลายกองพลของอิรักได้อย่างเด็ดขาด แม้ต้องเผชิญกับความเสี่ยงจากอาวุธเคมีและการยิงต่อต้านรถถัง ซึ่งความสำเร็จนี้ทำให้เขาได้รับเครื่องอิสริยาภรณ์ Companion of the Distinguished Service Order (DSO) และรางวัลเกียรติยศจากทั้งสหรัฐอเมริกาและซาอุดีอาระเบีย

หลังจากนั้น Smith ยังได้รับมอบหมายภารกิจสำคัญใน สงครามบอสเนีย (Bosnian War) โดยดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการกองกำลัง UNPROFOR ในซาราเยโว ซึ่งความทุ่มเทในครั้งนี้ทำให้เขาได้รับเครื่องหมาย Bar เพิ่มเติมบนเหรียญ DSO ของเขา

ตำแหน่งสูงสุดและการเกษียณอายุ

ก่อนจะเกษียณอายุราชการในปี 2002 Sir Rupert Smith ได้ดำรงตำแหน่งสำคัญหลายตำแหน่ง เช่น ผู้บัญชาการทหารระดับสูงในไอร์แลนด์เหนือ และตำแหน่งสุดท้ายคือ รองผู้บัญชาการทหารสูงสุดของ NATO ในยุโรป (Deputy Supreme Allied Commander Europe) ซึ่งเขามีบทบาทสำคัญในปฏิบัติการ Allied Force ระหว่างสงครามโคโซโว

แนวคิด "War Amongst the People" และงานเขียน

หลังเกษียณ Smith ได้ถ่ายทอดประสบการณ์ผ่านหนังสือ The Utility of Force ซึ่งเป็นตำราว่าด้วยการสงครามสมัยใหม่ เขาได้นำเสนอแนวคิดที่ว่า โลกได้เปลี่ยนผ่านจาก "สงครามเชิงอุตสาหกรรม" (Industrial Warfare) ไปสู่สิ่งที่เขาเรียกว่า "War amongst the people" หรือสงครามท่ามกลางประชาชน

เขาอธิบายว่าในสงครามยุคใหม่ ชัยชนะไม่สามารถตัดสินได้ด้วยกำลังทหารเพียงอย่างเดียว แต่ต้องมองว่าเป็นการต่อสู้ผ่านชุดของการเผชิญหน้า (Confrontations) ที่เชื่อมโยงกัน ซึ่งผลลัพธ์สุดท้ายไม่ได้ขึ้นอยู่กับการทำลายล้างศัตรู แต่ขึ้นอยู่กับการบรรลุวัตถุประสงค์ทางการเมืองและสังคม

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • ชื่อเต็ม: General Sir Rupert Anthony Smith
  • ตำแหน่งสูงสุด: รองผู้บัญชาการทหารสูงสุดของ NATO ในยุโรป
  • ผลงานเด่น: ผู้เขียนหนังสือ The Utility of Force
  • สมรภูมิหลัก: สงครามอ่าว, สงครามบอสเนีย, สงครามโคโซโว และเหตุการณ์ในไอร์แลนด์เหนือ
  • ความเชี่ยวชาญ: การปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์การทหารให้เข้ากับบริบทสังคมสมัยใหม่
สรุปประวัติและเกียรติยศของ Sir Rupert Smith
หัวข้อ รายละเอียด
ปีเกิด 13 ธันวาคม 1943
ระยะเวลาการรับราชการ ค.ศ. 1962 – 2002
ยศสุดท้าย General (พลเอก)
เครื่องอิสริยาภรณ์สำคัญ KCB, DSO & Bar, OBE, QGM
หน่วยทหารเริ่มต้น Parachute Regiment (กรมทหารพลร่ม)
FAQ

คำถามที่พบบ่อย

Sir Rupert Smith มีบทบาทอย่างไรในสงครามอ่าว?

เขาเป็นผู้บัญชาการกองพลยานเกราะที่ 1 ของอังกฤษ นำกำลังพล 35,000 นาย บุกทะลวงแนวป้องกันของอิรักและสนับสนุนกองทัพสหรัฐฯ จนบรรลุเป้าหมายทางยุทธศาสตร์

แนวคิด "War amongst the people" คืออะไร?

คือแนวคิดที่ว่าสงครามสมัยใหม่ไม่ได้สู้กันในสมรภูมิที่แยกขาดจากพลเรือน แต่เป็นการสู้รบที่เกิดขึ้นท่ามกลางประชาชน ซึ่งไม่สามารถใช้เพียงกำลังทหารตัดสินผลแพ้ชนะได้ แต่ต้องใช้ยุทธศาสตร์ที่สอดคล้องกับบริบททางสังคม

หนังสือ The Utility of Force กล่าวถึงเรื่องใดเป็นหลัก?

หนังสือเล่มนี้วิเคราะห์ว่าเหตุใดกองทัพที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกจึงมักชนะในการรบ (Battles) แต่กลับพ่ายแพ้ในสงคราม (Wars) โดยชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นในการเปลี่ยนกระบวนทัศน์จากการรบแบบอุตสาหกรรมมาเป็นการจัดการความขัดแย้งในโลกสมัยใหม่

Sir Rupert Smith ได้รับรางวัลอะไรบ้างที่โดดเด่น?

เขาได้รับรางวัลระดับสูงมากมาย เช่น Knight Commander of the Order of the Bath (KCB), Distinguished Service Order (DSO) พร้อมเครื่องหมาย Bar และ Queen's Gallantry Medal รวมถึงรางวัลจากสหรัฐฯ และซาอุดีอาระเบีย

Sir Rupert Smith นายพลผู้พลิกแนวคิดการสงครามสมัยใหม่ | hmn.in.th