← กลับไปเลือกอ่านเรื่องอื่น
Sisa Koyamaibole ยอดนักรักบี้จอมพลังจากฟิจิ ผู้สร้างตำนานในเวทีโลก

ชีวิตและเรื่องราว · hmn.in.th

Sisa Koyamaibole ยอดนักรักบี้จอมพลังจากฟิจิ ผู้สร้างตำนานในเวทีโลก

Sisa Koyamaibole ยอดนักรักบี้จอมพลังจากฟิจิ ผู้สร้างตำนานในเวทีโลก หากพูดถึงนักรักบี้ที่มีพละกำลังมหาศาลและมีความคล่องตัวสูง Sisa Koyamaibole (ซิซา โคยามัยโบเล่) คือหนึ่ง…

Sisa Koyamaiboleรักบี้ฟิจิRugby World CupNumber eight

Sisa Koyamaibole ยอดนักรักบี้จอมพลังจากฟิจิ ผู้สร้างตำนานในเวทีโลก

หากพูดถึงนักรักบี้ที่มีพละกำลังมหาศาลและมีความคล่องตัวสูง Sisa Koyamaibole (ซิซา โคยามัยโบเล่) คือหนึ่งในชื่อที่แฟนกีฬารักบี้ทั่วโลกจดจำได้ดี เขาคือนักรักบี้ชาวฟิจิผู้สร้างชื่อเสียงในตำแหน่ง Number eight (ตำแหน่งหมายเลข 8 ซึ่งเป็นผู้เล่นแถวหลังสุดของกลุ่มกองหน้า มีหน้าที่ทั้งการแย่งบอลและขับเคลื่อนเกม) และ Flanker (ผู้เล่นปีกของกลุ่มกองหน้าที่มีหน้าที่กดดันคู่ต่อสู้) โดยฝากผลงานอันโดดเด่นไว้ทั้งในระดับสโมสรชั้นนำของยุโรปและทีมชาติฟิจิ

Content image

เส้นทางสู่ระดับโลกและการต่อสู้ในนามทีมชาติ

Koyamaibole เริ่มต้นเส้นทางในระดับนานาชาติเมื่อปี 2001 โดยลงสนามนัดแรกในเกมที่พบกับตองกา ความสามารถที่โดดเด่นทำให้เขาเป็นหนึ่งในผู้เล่นจากสโมสรท้องถิ่นเพียงไม่กี่คนที่ได้รับเลือกให้ติดทีมชาติฟิจิเพื่อลุยศึก Rugby World Cup (การแข่งขันรักบี้ชิงแชมป์โลก) ในปี 2003

ในช่วงปี 2004 เขาได้ขยับมาเล่นในตำแหน่ง Number eight อย่างเต็มตัว และได้รับโอกาสร่วมทีม Pacific Islanders (ทีมรวมดาราจากกลุ่มประเทศหมู่เกาะแปซิฟิก) ซึ่งฟอร์มการเล่นที่ยอดเยี่ยมในตอนนั้นส่งผลให้เขาได้รับสัญญาจากสโมสร Counties Manukau ในนิวซีแลนด์ แม้ว่าในช่วงปี 2005-2007 เขาจะมีปัญหาเรื่องอาการบาดเจ็บ การถูกสั่งพักการแข่งขัน และความขัดแย้งกับ Wayne Pivac ซึ่งเป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติฟิจิในขณะนั้น จนทำให้เขาหายหน้าไปจากทีมชาติชั่วคราว

จุดสูงสุดในฟุตบอลโลก 2007

Koyamaibole กลับมาผงาดอีกครั้งในศึก Rugby World Cup 2007 ในฐานะผู้เล่นที่มีประสบการณ์สูงที่สุดคนหนึ่งของทีม โดยเขามีส่วนสำคัญในเกมประวัติศาสตร์ที่ฟิจิสามารถเอาชนะเวลส์ไปได้ 38–34 ส่งผลให้ฟิจิผ่านเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศได้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1987 แม้สุดท้ายจะพ่ายให้กับแอฟริกาใต้ 37–20 แต่การเล่นของเขาก็ได้รับเสียงชื่นชมอย่างล้นหลามจากผู้ชมในสนาม

การผจญภัยในลีกอาชีพยุโรป

ความแข็งแกร่งของ Koyamaibole ดึงดูดความสนใจจากสโมสรในยุโรป โดยในปี 2008 เขาได้ย้ายไปร่วมทีม RC Toulonnais ในลีก Top 14 ของฝรั่งเศส ซึ่งเป็นลีกระดับสูงสุดของประเทศ ก่อนจะย้ายไปร่วมทีม Sale Sharks ในลีก Guinness Premiership ของอังกฤษในปี 2009

ที่ Sale Sharks เขาได้รับคำชมจาก Kingsley Jones ผู้อำนวยการรักบี้ว่าเป็นนักกีฬาที่มีพรสวรรค์และมีความคล่องตัวสูง โดย Koyamaibole ได้ปรับปรุงเรื่องสมรรถภาพร่างกายและลดน้ำหนักตามคำแนะนำของทีม เพื่อให้มีความฟิตสูงสุดในการลงเล่นระดับอาชีพ ซึ่งเขาสามารถโชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นตั้งแต่นัดเปิดสนามที่เอาชนะ Leicester Tigers ไปได้ 15–12

หลังจากนั้น เขาได้ย้ายไปร่วมทีมอื่นๆ เช่น Lyon OU, Bordeaux Bègles และปิดท้ายอาชีพการค้าแข้งที่สโมสร Brive ในช่วงปี 2013–2018 ซึ่งเป็นช่วงที่เขาลงสนามมากที่สุดถึง 106 นัด

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • ชื่อเต็ม: Sisaro Dautu Koyamaibole เกิดเมื่อ 6 มีนาคม 1980 ที่เมืองซูวา ประเทศฟิจิ
  • สรีระ: ส่วนสูง 192 เซนติเมตร น้ำหนัก 120 กิโลกรัม
  • เกียรติประวัติทีมชาติ: ลงเล่นให้ทีมชาติฟิจิ 48 นัด และทีม Pacific Islanders 5 นัด
  • ประสบการณ์ World Cup: เข้าร่วมการแข่งขันรักบี้ชิงแชมป์โลก 3 สมัย (2003, 2007, 2011)
  • สโมสรที่เคยสังกัด: ผ่านการเล่นในลีกระดับสูงทั้งในนิวซีแลนด์, อิตาลี, ฝรั่งเศส และอังกฤษ
สรุปสถิติการลงเล่นในระดับสโมสรที่สำคัญ
ปีที่สังกัด สโมสร จำนวนนัดที่ลงเล่น คะแนนที่ทำได้
2006–2008 Petrarca Padova 37 80
2009–2011 Sale Sharks 49 50
2013–2018 Brive 106 55
FAQ

คำถามที่พบบ่อย

Sisa Koyamaibole เล่นตำแหน่งอะไรในทีมรักบี้?

เขาเล่นในตำแหน่ง Number eight (หมายเลข 8) เป็นหลัก และสามารถเล่นตำแหน่ง Flanker ได้ด้วย

Koyamaibole เคยเข้าร่วม Rugby World Cup กี่ครั้ง?

เขาเข้าร่วมการแข่งขันรักบี้ชิงแชมป์โลกทั้งหมด 3 ครั้ง ได้แก่ ปี 2003, 2007 และ 2011

ผลงานที่โดดเด่นที่สุดของเขาในนามทีมชาติคืออะไร?

การเป็นกำลังสำคัญในศึก World Cup 2007 ที่ช่วยให้ฟิจิเอาชนะเวลส์ และพาทีมเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศได้สำเร็จ

เขาเคยเล่นให้กับสโมสรในประเทศใดบ้าง?

เขาเคยค้าแข้งในหลายประเทศ ได้แก่ นิวซีแลนด์ (Counties Manukau, Taranaki), อิตาลี (Petrarca Padova), ฝรั่งเศส (Toulon, Lyon, Bordeaux-Bègles, Brive) และอังกฤษ (Sale Sharks)

ทำไมเขาถึงหายไปจากทีมชาติฟิจิในช่วงปี 2005-2007?

มีรายงานว่าเกิดจากปัญหาความขัดแย้งกับ Wayne Pivac ซึ่งเป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนของทีมชาติฟิจิในขณะนั้น รวมถึงมีปัญหาเรื่องอาการบาดเจ็บและการถูกสั่งพักการแข่งขัน