← กลับไปเลือกอ่านเรื่องอื่น
Sonia Johnson นักเคลื่อนไหวเฟมินิสต์ผู้ท้าทายอำนาจรัฐและศาสนจักร

ชีวิตและเรื่องราว · hmn.in.th

Sonia Johnson นักเคลื่อนไหวเฟมินิสต์ผู้ท้าทายอำนาจรัฐและศาสนจักร

Sonia Johnson นักเคลื่อนไหวเฟมินิสต์ผู้ท้าทายอำนาจรัฐและศาสนจักร Sonia Johnson เป็นนักเขียนและนักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิสตรีชาวอเมริกันผู้มีบทบาทโดดเด่นในการผลักดัน Equal Ri…

Sonia Johnsonเฟมินิสต์Equal Rights AmendmentERA

Sonia Johnson นักเคลื่อนไหวเฟมินิสต์ผู้ท้าทายอำนาจรัฐและศาสนจักร

Sonia Johnson เป็นนักเขียนและนักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิสตรีชาวอเมริกันผู้มีบทบาทโดดเด่นในการผลักดัน Equal Rights Amendment (ERA) หรือการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อรับรองความเท่าเทียมทางเพศ เธอเป็นที่รู้จักจากการกล้าวิพากษ์วิจารณ์โครงสร้างอำนาจชายเป็นใหญ่ ทั้งในระดับสถาบันทางศาสนาและระดับรัฐ จนนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในชีวิตและการเดินทางทางความคิดที่ก้าวไปสู่จุดสุดโต่งของแนวคิดเฟมินิสต์

Content image

เส้นทางชีวิตและการศึกษา

โซเนียเกิดเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1936 ที่เมืองมาลัด รัฐไอดาโฮ โดยเธอเติบโตมาในครอบครัวที่เป็นสมาชิกของศาสนจักรของพระเยซูคริสต์แห่งวิสุทธิชนยุคสุดท้าย (LDS Church) มาถึง 5 รุ่น ด้านการศึกษาเธอสำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัย Utah State และต่อยอดความรู้จนได้รับปริญญาโทและปริญญาเอกด้านการศึกษา (Doctor of Education) จาก Rutgers College

ในช่วงแรกของชีวิตการทำงาน โซเนียทำหน้าที่เป็นอาจารย์สอนภาษาอังกฤษแบบพาร์ทไทม์ในมหาวิทยาลัยทั้งในสหรัฐฯ และต่างประเทศ โดยย้ายที่อยู่ตามการทำงานของสามีคือ Rick Johnson และมีบุตรด้วยกัน 4 คน ก่อนจะย้ายกลับมายังสหรัฐอเมริกาในปี ค.ศ. 1976

การต่อสู้เพื่อความเท่าเทียมและการถูกขับออกจากศาสนจักร

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1977 เมื่อโซเนียเริ่มเคลื่อนไหวสนับสนุน ERA อย่างจริงจัง และร่วมก่อตั้งกลุ่ม Mormons for ERA เพื่อรวบรวมสมาชิกศาสนจักรที่เห็นด้วยกับความเท่าเทียมทางเพศ เธอได้สร้างแรงสั่นสะเทือนในระดับประเทศจากการให้การต่อหน้าคณะอนุกรรมการตุลาการของวุฒิสภาสหรัฐฯ ในปี ค.ศ. 1978 เพื่อโต้แย้งการคัดค้าน ERA ของศาสนจักร LDS

ความขัดแย้งรุนแรงขึ้นในเดือนกันยายน ค.ศ. 1979 เมื่อเธอขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ชื่อ "Patriarchal Panic: Sexual Politics in the Mormon Church" ในงานประชุมของสมาคมจิตวิทยาอเมริกัน (APA) โดยเธอวิจารณ์ว่าการที่ศาสนจักรล็อบบี้เพื่อขัดขวาง ERA นั้นเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายและไร้ศีลธรรม ส่งผลให้เธอถูกกระบวนการขับออกจากศาสนา (Excommunication) ในเดือนธันวาคมปีเดียวกัน ด้วยข้อหาขัดขวางงานเผยแผ่ศาสนาและสอนหลักคำสอนที่ผิด

ในช่วงเวลาที่เผชิญมรสุมนี้ เธอต้องเผชิญกับการหย่าร้างกับสามีในเดือนตุลาคม ค.ศ. 1979 ซึ่งเธอเชื่อว่าเกิดจากวิกฤตวัยกลางคนของเขา อย่างไรก็ตาม โซเนียไม่ได้หยุดการเคลื่อนไหว เธอยังคงเดินหน้าประท้วงในสถานที่สำคัญ เช่น สำนักงานใหญ่พรรครีพับลิกัน และเคยถูกจำคุกช่วงสั้นๆ จากการล่ามโซ่ตัวเองกับประตูวิหารในเมืองเบลลวิว รัฐวอชิงตัน

การอดอาหารประท้วงและการก้าวสู่การเมือง

ในปี ค.ศ. 1982 โซเนียได้นำกลุ่มผู้หญิง 8 คนทำการอดอาหารประท้วง (Hunger Strike) เป็นเวลา 37 วันที่รัฐอิลลินอยส์ ซึ่งเป็นรัฐอุตสาหกรรมทางเหนือเพียงแห่งเดียวที่ยังไม่ให้สัตยาบัน ERA ในขณะนั้น แม้ว่าการประท้วงครั้งนี้จะไม่สามารถเปลี่ยนมติของสภาผู้แทนราษฎรรัฐอิลลินอยส์ได้ แต่เธอก็ได้รับรางวัล Humanist Heroine Award จาก American Humanist Association ในปีเดียวกัน

ความมุ่งมั่นของเธอนำไปสู่การลงสมัครรับเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในปี ค.ศ. 1984 ในนามพรรค Citizens Party และพรรคอื่นๆ โดยเธอได้รับคะแนนเสียง 72,161 คะแนน (0.08%) จบในอันดับที่ 5 ของการเลือกตั้ง

วิวัฒนาการทางความคิดและงานเขียน

หลังปี ค.ศ. 1987 แนวคิดของโซเนียเริ่มมีความสุดโต่งมากขึ้น โดยเธอเริ่มมองว่าอำนาจรัฐคือรูปแบบหนึ่งของความรุนแรงที่ผู้ชายใช้ควบคุมผู้หญิง เธอเปรียบเทียบความสัมพันธ์ระหว่างผู้หญิงกับรัฐว่าเหมือนกับ "กลุ่มอาการสตอกโฮล์ม" (Stockholm syndrome) ที่เหยื่อเกิดความผูกพันกับผู้ที่ทำร้ายตนเอง

เธอได้ก่อตั้ง Wildfire ซึ่งเป็นชุมชนแยกตัวสำหรับผู้หญิง (Separatist commune) และเขียนหนังสือหลายเล่มเพื่อถ่ายทอดแนวคิด เช่น From Housewife to Heretic และ Wildfire: Igniting the She/Volution ในงานเขียนยุคหลัง เธอถึงขั้นปฏิเสธ ERA และคำตัดสิน Roe v. Wade โดยมองว่าการเรียกร้องสิทธิผ่านรัฐบาลเป็นเพียงการถูกกลืนกินโดยระบบชายเป็นใหญ่

ในด้านชีวิตส่วนตัว โซเนียเคยประกาศตัวว่าเป็นเลสเบี้ยนและมีความสัมพันธ์กับผู้หญิง แต่ภายหลังในปี ค.ศ. 1992 เธอเลิกใช้คำนิยามนี้ และชี้แจงในปี ค.ศ. 2019 ว่าเธอไม่เคยมีความรู้สึกทางเพศกับผู้หญิง แต่เลือกที่จะทุ่มเทความสนใจให้ผู้หญิงเพราะมองว่าผู้ชายนั้น "น่าเบื่อ" และ "คาดเดาได้ง่าย"

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • บทบาทหลัก: นักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิสตรี (Feminist) และผู้สนับสนุน ERA
  • จุดพลิกผัน: ถูกขับออกจากศาสนจักร LDS เนื่องจากการวิพากษ์วิจารณ์การต่อต้าน ERA ของศาสนจักร
  • ผลงานการเมือง: ลงสมัครประธานาธิบดีสหรัฐฯ ปี 1984 ในนามพรรค Citizens Party
  • แนวคิดปลายทาง: เชื่อว่าความสงบสุขและยุติธรรมจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อไม่มีผู้ชายอยู่บนโลก
  • ปัจจุบัน: พำนักอยู่ที่เมืองทูซอน รัฐแอริโซนา ร่วมกับคู่ชีวิต Jade DeForest
สรุปข้อมูลสำคัญของ Sonia Johnson
หัวข้อ รายละเอียด
การศึกษา ปริญญาเอกด้านการศึกษา (Ed.D.) จาก Rutgers College
องค์กรที่ก่อตั้ง Mormons for ERA, ชุมชน Wildfire
รางวัลที่ได้รับ Humanist Heroine Award (1982)
ผลงานเขียนเด่น From Housewife to Heretic, Wildfire: Igniting the She/Volution
FAQ

คำถามที่พบบ่อย

Sonia Johnson ถูกขับออกจากศาสนจักร LDS เพราะเหตุใด?

เธอถูกขับออกเนื่องจากวิพากษ์วิจารณ์ศาสนจักรอย่างรุนแรงในสุนทรพจน์ "Patriarchal Panic" โดยกล่าวหาว่าการที่ศาสนจักรคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อความเท่าเทียมทางเพศ (ERA) เป็นเรื่องที่ผิดศีลธรรมและผิดกฎหมาย

การลงสมัครประธานาธิบดีในปี 1984 ของเธอประสบความสำเร็จหรือไม่?

ในเชิงตัวเลขเธอไม่ได้รับเลือก โดยได้รับคะแนนเสียงประมาณ 0.08% และจบในอันดับที่ 5 แต่การลงสมัครครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการแสดงออกทางการเมืองและแนวคิดเฟมินิสต์ของเธอ

แนวคิดเรื่อง "รัฐ」" ของ Sonia Johnson คืออะไร?

เธอมองว่าอำนาจรัฐคือตัวแทนของความรุนแรงโดยผู้ชาย และเปรียบเทียบว่าผู้หญิงที่พึ่งพารัฐเหมือนกับภรรยาที่ถูกทำร้ายแต่ยังคงยอมทนอยู่กับสามีเพราะเชื่อว่าไม่มีทางเลือกที่ดีกว่า

ปัจจุบัน Sonia Johnson มีมุมมองต่อผู้ชายอย่างไร?

เธอระบุว่าเธอรู้สึก "ผิดหวัง" ในตัวผู้ชาย และมองว่าผู้ชายมีความน่าเบื่อและคาดเดาได้ง่ายกว่าผู้หญิง จึงเลือกที่จะใช้ชีวิตและทุ่มเทความสนใจให้กับผู้หญิงแทน