Stefan Schumacher เส้นทางชีวิตนักปั่นชาวเยอรมันจากจุดสูงสุดสู่บทเรียนเรื่องสารกระตุ้น
ในโลกของการแข่งขันจักรยานทางไกลระดับอาชีพ ชื่อของ Stefan Schumacher เป็นที่รู้จักทั้งในฐานะนักปั่นผู้มีความสามารถรอบด้าน และในฐานะบุคคลที่เป็นศูนย์กลางของข้อพิพาทเรื่องการใช้สารกระตุ้นที่สั่นสะเทือนวงการกีฬา Schumacher คืออดีตนักปั่นชาวเยอรมันที่เคยสัมผัสความสำเร็จสูงสุดในรายการระดับโลก แต่เส้นทางอาชีพของเขากลับเต็มไปด้วยจุดพลิกผันที่น่าสนใจ
Schumacher เริ่มต้นเส้นทางอาชีพกับทีม Team Telekom ในปี 2002 แม้จะถูกปล่อยตัวในปีถัดมา แต่เขาก็ไม่ลดละความพยายามจนสามารถสร้างผลงานที่โดดเด่นในรายการ UCI Europe Tour ซึ่งส่งให้เขาได้ก้าวเข้าสู่ระดับ UCI ProTour กับทีม Gerolsteiner ในปี 2006 ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของช่วงเวลาที่รุ่งโรจน์ที่สุดในชีวิตการแข่งขัน

ความสำเร็จและชัยชนะที่โดดเด่น
ในช่วงปี 2006-2008 Schumacher แสดงให้เห็นถึงทักษะการเป็น All-rounder (นักปั่นที่ทำได้ดีในหลายรูปแบบ) และ Time-trialist (ผู้เชี่ยวชาญการปั่นจับเวลา) ได้อย่างยอดเยี่ยม โดยมีผลงานชิ้นโบแดงคือการคว้าชัยชนะใน 2 สเตจของรายการ Giro d'Italia ปี 2006 และการคว้าเหรียญทองแดงจากการแข่งขันชิงแชมป์โลก (UCI Road World Championships) ปี 2007 ที่เมืองสตุตการ์ต บ้านเกิดของเขาเอง
จุดสูงสุดเกิดขึ้นในรายการ Tour de France ปี 2008 เมื่อเขาสามารถเอาชนะ Fabian Cancellara ในการปั่นจับเวลาได้ถึง 2 ครั้ง และได้ครอบครองเสื้อเหลือง (Yellow Jersey) ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของผู้นำการแข่งขันชั่วคราว ทำให้เขากลายเป็นหนึ่งในนักปั่นที่ถูกจับตามองมากที่สุดในขณะนั้น
| ประเภทรายการ | รายการที่ชนะ / รางวัลที่ได้รับ | ปีที่ประสบความสำเร็จ |
|---|---|---|
| Grand Tours | Giro d'Italia (2 สเตจ) | 2006 |
| Grand Tours | Tour de France (2 สเตจ) | 2008 |
| Stage Races | Eneco Tour, Tour de Pologne | 2006 |
| One-day Races | Amstel Gold Race | 2007 |
| World Championships | เหรียญทองแดง (Road Race) | 2007 |
มรสุมชีวิตและข้อพิพาทเรื่องสารกระตุ้น
ท่ามกลางความสำเร็จ Schumacher ต้องเผชิญกับคดีความเรื่องการใช้สารกระตุ้นหลายครั้ง ครั้งแรกเกิดขึ้นในปี 2005 เมื่อเขาตรวจพบสารแอมเฟตามีน ซึ่งเขาอ้างว่าเป็นผลมาจากยาแก้หอบหืดที่มารดาซึ่งเป็นแพทย์จัดให้ โดยระบุว่าไม่ได้ตรวจสอบรายชื่อสารต้องห้ามของ WADA (World Anti-Doping Agency หรือ องค์กรต่อต้านการใช้สารกระตุ้นโลก) ให้ถี่ถ้วน ซึ่งในครั้งนั้นสมาคมจักรยานเยอรมันได้ตัดสินให้เขาพ้นผิด
อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้นหลังการแข่งขัน Tour de France และโอลิมปิกปี 2008 เมื่อผลตรวจเลือดพบสาร CERA (Continuous Erythropoietin Receptor Activator) ซึ่งเป็นสารกระตุ้นในกลุ่ม EPO รุ่นใหม่ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการขนส่งออกซิเจนในเลือด ส่งผลให้เขาถูกสั่งพักการแข่งขันเป็นเวลา 2 ปีโดย UCI (Union Cycliste Internationale) แม้ในช่วงแรกเขาจะปฏิเสธข้อกล่าวหา แต่ในที่สุดเขาก็ยอมรับสารภาพผ่านนิตยสาร Der Spiegel ในปี 2013 ว่าเริ่มใช้สารกระตุ้นตั้งแต่อายุ 20 ปีกลางๆ ทั้ง EPO, ฮอร์โมนการเจริญเติบโต และคอร์ติโคสเตียรอยด์

นอกจากนี้ เขายังเปิดเผยข้อมูลที่น่าตกใจว่าทีม Gerolsteiner ในสมัยนั้นมีการยอมรับการใช้สารกระตุ้นจนกลายเป็นเรื่องปกติ เหมือนกับการรับประทานพาสต้าหลังการฝึกซ้อม
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- ชื่อเต็ม: Stefan Schumacher เกิดวันที่ 21 กรกฎาคม 1981 ที่ประเทศเยอรมนีตะวันตก
- ความเชี่ยวชาญ: เป็นนักปั่นประเภท All-rounder และ Time-trialist
- จุดสูงสุด: เคยครองเสื้อเหลืองใน Tour de France ปี 2008 และได้เหรียญทองแดงชิงแชมป์โลกปี 2007
- บทลงโทษ: ถูกแบน 2 ปีจากกรณีตรวจพบสาร CERA ในปี 2008 (ลดหย่อนเหลือไม่กี่เดือนโดย CAS)
- การเกษียณ: กลับมาแข่งขันอีกครั้งหลังพ้นโทษแบนและประกาศแขวนรถอย่างเป็นทางการในปี 2017
คำถามที่พบบ่อย
Stefan Schumacher คือใคร?
เขาคืออดีตนักปั่นจักรยานทางไกลอาชีพชาวเยอรมันที่มีผลงานโดดเด่นในรายการระดับโลกอย่าง Tour de France และ Giro d'Italia แต่มีชื่อเสียงในด้านลบจากการใช้สารกระตุ้น
สาร CERA ที่เขาใช้คืออะไรและส่งผลอย่างไร?
CERA คือสารกระตุ้นในกลุ่ม EPO รุ่นใหม่ที่ช่วยเพิ่มจำนวนเม็ดเลือดแดง ทำให้ร่างกายขนส่งออกซิเจนไปยังกล้ามเนื้อได้มากขึ้น ส่งผลให้ความทนทานและสมรรถภาพในการปั่นจักรยานเพิ่มสูงขึ้นอย่างผิดธรรมชาติ
เขาถูกลงโทษอย่างไรจากการใช้สารกระตุ้น?
เขาถูกสหพันธ์จักรยานนานาชาติ (UCI) สั่งพักการแข่งขันเป็นเวลา 2 ปี หลังจากตรวจพบสารต้องห้ามในการแข่งขัน Tour de France และโอลิมปิกปี 2008
หลังจากถูกแบนเขากลับมาแข่งขันอีกหรือไม่?
ใช่ เขากลับมาแข่งขันอาชีพอีกครั้งในปี 2010 โดยร่วมทีม Miche และทีมอื่นๆ เช่น Christina Watches–Onfone ก่อนจะเกษียณอายุในปี 2017
เขามีความเห็นอย่างไรต่อทีมเก่า (Gerolsteiner)?
เขายอมรับว่าในสมัยที่เขาอยู่กับทีม Gerolsteiner การใช้สารกระตุ้นเป็นเรื่องที่ได้รับการยอมรับและแพร่หลายภายในทีมจนกลายเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวันของนักกีฬา