← กลับไปเลือกอ่านเรื่องอื่น
SK

ชีวิตและเรื่องราว · hmn.in.th

Stephen Krashen ปรมาจารย์ด้านภาษาศาสตร์และทฤษฎีการรับรู้ภาษาที่สอง

Stephen Krashen ปรมาจารย์ด้านภาษาศาสตร์และทฤษฎีการรับรู้ภาษาที่สอง ในโลกของการศึกษาด้านภาษา ชื่อของ Stephen Krashen (สตีเฟน คราเชน) เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในฐานะนักภา…

Stephen Krashenการเรียนรู้ภาษาที่สองInput Hypothesisภาษาศาสตร์

Stephen Krashen ปรมาจารย์ด้านภาษาศาสตร์และทฤษฎีการรับรู้ภาษาที่สอง

ในโลกของการศึกษาด้านภาษา ชื่อของ Stephen Krashen (สตีเฟน คราเชน) เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในฐานะนักภาษาศาสตร์ชาวอเมริกันผู้ทรงอิทธิพล เขาคือผู้บุกเบิกแนวคิดที่เปลี่ยนมุมมองการเรียนรู้ภาษาที่สอง โดยเน้นย้ำว่ามนุษย์เราไม่ได้ "เรียนรู้" ภาษาผ่านการท่องจำกฎเกณฑ์ แต่เรา "รับรู้" ภาษาผ่านการสื่อสารที่มีความหมาย

ประวัติและการทำงานทางวิชาการ

Stephen Krashen เกิดเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม ค.ศ. 1941 ณ เมืองชิคาโก รัฐอิลลินอยส์ สหรัฐอเมริกา เขาสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอก (Ph.D.) ด้านภาษาศาสตร์จาก University of California, Los Angeles (UCLA) ในปี 1972 ต่อมาเขาได้ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์เกียรติคุณด้านการศึกษาที่ University of Southern California (USC) โดยได้ย้ายจากภาควิชาภาษาศาสตร์เข้าสู่คณะครุศาสตร์ในปี 1994 เพื่อมุ่งเน้นการประยุกต์ใช้ความรู้ในห้องเรียน

ตลอดเส้นทางอาชีพ คราเชนได้สร้างสรรค์ผลงานทางวิชาการไว้อย่างมากมาย ทั้งหนังสือและบทความวิจัยที่ผ่านการตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญ (Peer-reviewed) รวมแล้วกว่า 486 ฉบับ ซึ่งครอบคลุมเนื้อหาตั้งแต่การรับรู้ภาษาที่สอง การศึกษาทวิภาษา (Bilingual Education) ไปจนถึงกลไกการอ่าน

สรุปข้อมูลสำคัญของ Stephen Krashen
หัวข้อ รายละเอียด
วันเกิด 14 พฤษภาคม 1941
การศึกษาสูงสุด Ph.D. ภาษาศาสตร์ (UCLA)
ตำแหน่งปัจจุบัน ศาสตราจารย์เกียรติคุณ (University of Southern California)
ผลงานตีพิมพ์ มากกว่า 486 ฉบับ
ความเชี่ยวชาญหลัก การรับรู้ภาษาที่สอง (Second-language acquisition)

ทฤษฎีการรับรู้ภาษาและสมมติฐานหลัก

หัวใจสำคัญของงานวิจัยของคราเชนคือกลุ่มสมมติฐาน 5 ประการที่อธิบายถึงกระบวนการรับรู้ภาษาที่สอง (Second-language acquisition) ซึ่งประกอบด้วย:

  • สมมติฐานการรับรู้และการเรียนรู้ (Acquisition-Learning Hypothesis): การแยกความแตกต่างระหว่างการ "รับรู้" ภาษาที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติ กับการ "เรียนรู้" ผ่านการสอนไวยากรณ์
  • สมมติฐานการนำเข้าข้อมูล (Input Hypothesis): แนวคิดที่ว่าเราจะพัฒนาภาษาได้เมื่อได้รับข้อมูลที่เข้าใจได้ (Comprehensible Input) ซึ่งยากกว่าระดับปัจจุบันของเราเพียงเล็กน้อย
  • สมมติฐานตัวตรวจสอบ (Monitor Hypothesis): การใช้ความรู้ทางไวยากรณ์เพื่อตรวจสอบและแก้ไขข้อผิดพลาดในการสื่อสาร
  • สมมติฐานตัวกรองทางอารมณ์ (Affective Filter): ปัจจัยด้านจิตใจ เช่น ความวิตกกังวล หรือความมั่นใจ ที่สามารถปิดกั้นการรับรู้ภาษาได้
  • สมมติฐานลำดับธรรมชาติ (Natural Order Hypothesis): ความเชื่อที่ว่าโครงสร้างทางภาษาจะถูกรับรู้ตามลำดับขั้นตอนที่กำหนดไว้ตามธรรมชาติ ไม่ว่าจะใช้วิธีการสอนแบบใด

นอกจากนี้ ในระยะหลังคราเชนได้ผลักดันเรื่อง Free Voluntary Reading (FVR) หรือการอ่านตามความสมัครใจโดยไม่มีการบังคับ ซึ่งเขามองว่าเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังที่สุดในการพัฒนาทักษะทางภาษาทั้งภาษาแม่และภาษาที่สอง

การขับเคลื่อนนโยบายการศึกษา

นอกเหนือจากงานวิจัย คราเชนยังเป็นนักกิจกรรมที่ต่อสู้เพื่อการศึกษาทวิภาษา โดยเฉพาะในรัฐแคลิฟอร์เนียบ้านเกิดของเขา เมื่อมีการผลักดันกฎหมาย Proposition 227 ในปี 1998 ซึ่งมีแนวโน้มต่อต้านการสอนแบบสองภาษา คราเชนได้ใช้ความรู้ทางวิชาการเข้าต่อสู้ผ่านการบรรยายสาธารณะ การให้สัมภาษณ์สื่อ และการเขียนจดหมายถึงบรรณาธิการหนังสือพิมพ์มากกว่า 1,000 ฉบับเพื่อแก้ไขความเข้าใจผิดของสาธารณชน

เขาเชื่อว่านักวิจัยต้องมีบทบาทเชิงรุกในการปกป้องการศึกษาทวิภาษา และไม่ควรปล่อยให้ข้อมูลที่ผิดพลาดครอบงำความคิดของผู้คน เพราะหากขาดการรณรงค์อย่างเป็นระบบ การศึกษาที่มีคุณภาพสำหรับผู้เรียนสองภาษาอาจสูญหายไป

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • ได้รับรางวัล Mildenberger Award ในปี 1982 จากหนังสือ Second Language Acquisition and Second Language Learning
  • ได้รับรางวัล Pimsleur Award ร่วมในปี 1985 สำหรับบทความวิจัยยอดเยี่ยม
  • ได้รับการจารึกชื่อใน Reading Hall of Fame ของ International Reading Association ในปี 2005
  • ได้รับเลือกให้เป็นคณะกรรมการบริหารของ National Association for Bilingual Education ในปี 2005
  • เน้นย้ำว่าการอ่านตามความสมัครใจคือเครื่องมือพัฒนาภาษาที่มีประสิทธิภาพสูงสุด
FAQ

คำถามที่พบบ่อย

Stephen Krashen คือใคร?

เขาเป็นนักภาษาศาสตร์ชาวอเมริกันและศาสตราจารย์เกียรติคุณจาก University of Southern California ผู้เชี่ยวชาญด้านการรับรู้ภาษาที่สองและเป็นเจ้าของทฤษฎี Input Hypothesis

Input Hypothesis คืออะไร?

คือสมมติฐานที่ระบุว่ามนุษย์จะพัฒนาทักษะทางภาษาได้ก็ต่อเมื่อได้รับข้อมูล (Input) ที่มีความหมายและสามารถเข้าใจได้ ซึ่งระดับของข้อมูลนั้นควรจะสูงกว่าระดับความสามารถปัจจุบันของผู้เรียนเพียงเล็กน้อย (i+1)

การอ่านแบบสมัครใจ (Free Voluntary Reading) ช่วยพัฒนาภาษาได้อย่างไร?

คราเชนเสนอว่าการอ่านสิ่งที่ตนเองสนใจโดยไม่มีการบังคับหรือการทดสอบ จะทำให้ผู้เรียนได้รับข้อมูลภาษาที่เข้าใจได้ในปริมาณมาก ซึ่งส่งผลให้เกิดการพัฒนาคำศัพท์และไวยากรณ์อย่างเป็นธรรมชาติ

ทัศนคติของคราเชนต่อการศึกษาทวิภาษาเป็นอย่างไร?

เขาสนับสนุนการศึกษาทวิภาษาอย่างเต็มที่ และพยายามต่อสู้กับนโยบายที่จำกัดการใช้ภาษาแม่ในโรงเรียน โดยเชื่อว่าการส่งเสริมความหลากหลายทางภาษามีประโยชน์ต่อผู้เรียนมากกว่า

ความแตกต่างระหว่าง Acquisition และ Learning ในมุมมองของคราเชนคืออะไร?

Acquisition (การรับรู้) คือกระบวนการซึมซับภาษาโดยไม่รู้ตัวคล้ายกับที่เด็กเรียนรู้ภาษาแม่ ส่วน Learning (การเรียนรู้) คือการศึกษาภาษาอย่างเป็นทางการ เช่น การท่องจำกฎไวยากรณ์ ซึ่งคราเชนเชื่อว่าการรับรู้มีประสิทธิภาพมากกว่าในการสื่อสารจริง