← กลับไปเลือกอ่านเรื่องอื่น
SA

ชีวิตและเรื่องราว · hmn.in.th

Steve Archibald ตำนานกองหน้าชาวสกอตแลนด์ผู้สร้างชื่อในลีกยุโรป

Steve Archibald ตำนานกองหน้าชาวสกอตแลนด์ผู้สร้างชื่อในลีกยุโรป หากพูดถึงกองหน้าชาวสกอตแลนด์ที่มีผลงานโดดเด่นทั้งในอังกฤษและสเปน ชื่อของ Steve Archibald (สตีฟ อาร์ชิบัลด์)…

Steve Archibaldสตีฟ อาร์ชิบัลด์นักฟุตบอลสกอตแลนด์Tottenham Hotspur

Steve Archibald ตำนานกองหน้าชาวสกอตแลนด์ผู้สร้างชื่อในลีกยุโรป

หากพูดถึงกองหน้าชาวสกอตแลนด์ที่มีผลงานโดดเด่นทั้งในอังกฤษและสเปน ชื่อของ Steve Archibald (สตีฟ อาร์ชิบัลด์) จะต้องถูกกล่าวถึงอย่างแน่นอน เขาคือนักเตะผู้ประสบความสำเร็จอย่างสูงกับสโมสรยักษ์ใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นการคว้าแชมป์ลีกกับ Aberdeen, การเป็นดาวซัลโวและคว้าแชมป์เอฟเอคัพกับ Tottenham Hotspur ไปจนถึงการสัมผัสความสำเร็จในลาลีกากับ Barcelona

เส้นทางเริ่มต้นจากช่างเครื่องสู่ดาวเด่นแห่งวงการลูกหนัง

Archibald เกิดเมื่อวันที่ 27 กันยายน 1956 ที่เมืองกลาสโกว์ ประเทศสกอตแลนด์ ในช่วงแรกเขาไม่ได้มุ่งเน้นเพียงแค่ฟุตบอล แต่ยังฝึกฝนอาชีพเป็นช่างซ่อมรถยนต์ควบคู่ไปกับการเล่นฟุตบอลกับทีมท้องถิ่นอย่าง Croftfoot United และ Fernhill Athletic จนกระทั่งในปี 1974 เขาถูกแมวมองจากสโมสร Clyde สังเกตเห็นแววและดึงตัวเข้าสู่ทีม

ในช่วงแรกกับ Clyde เขาเริ่มต้นในตำแหน่งกองกลาง แต่จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในเดือนมกราคม 1978 เมื่อ Billy McNeill ผู้จัดการทีม Aberdeen ยอมจ่ายเงิน 20,000 ปอนด์ เพื่อดึงตัวเขามาร่วมทีม และได้ปรับบทบาทให้เขาเล่นเป็น Striker (กองหน้า) ซึ่งทำให้เขากลายเป็นเครื่องจักรสังหารประตูร่วมกับ Joe Harper และพาทีมคว้าแชมป์ลีกสูงสุดของสกอตแลนด์ได้ในปี 1980

ความรุ่งโรจน์ในลอนดอนและก้าวสำคัญสู่บาร์เซโลนา

หลังจากประสบความสำเร็จในสกอตแลนด์ Archibald ย้ายไปร่วมทีม Tottenham Hotspur ด้วยค่าตัว 800,000 ปอนด์ ในฤดูกาลแรกเขาสร้างผลงานได้อย่างน่าทึ่งด้วยการเป็นดาวซัลโวสูงสุดของดิวิชัน 1 และพาทีมคว้าแชมป์ FA Cup นอกจากนี้เขายังมีส่วนสำคัญในการคว้าแชมป์ UEFA Cup ในปี 1984 โดยเป็นผู้สังหารจุดโทษในรอบชิงชนะเลิศที่เอาชนะ Anderlecht ไปได้

ในปี 1984 เส้นทางอาชีพของเขาก้าวสู่ระดับโลกเมื่อย้ายไปร่วมทีม Barcelona ด้วยค่าตัว 1,150,000 ปอนด์ เขาช่วยให้ทีมยักษ์ใหญ่แห่งกาตาลันคว้าแชมป์ La Liga (ลีกสูงสุดของสเปน) ได้เป็นครั้งแรกในรอบ 11 ปี และพาทีมเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศ European Cup ในปี 1986 แม้ว่าภายหลังเขาจะต้องออกจากทีมเนื่องจากกฎระเบียบการจำกัดจำนวนผู้เล่นต่างชาติ ซึ่งเปิดทางให้ Gary Lineker และ Mark Hughes เข้ามาแทนที่

ช่วงปลายอาชีพและการผันตัวสู่บทบาทผู้จัดการทีม

หลังจากถูกยืมตัวไปเล่นกับ Blackburn Rovers Archibald ได้กลับมาค้าแข้งในสกอตแลนด์กับ Hibernian โดยสร้างผลงานน่าจดจำด้วยการทำประตูชัยในเกมดาร์บี้แมตช์กับ Hearts ซึ่งเป็นการชนะนอกบ้านครั้งแรกในรอบกว่า 10 ปีของสโมสร หลังจากนั้นเขาได้ย้ายไปเล่นกับหลายสโมสรทั้งในสเปน (Espanyol) และสกอตแลนด์ (St Mirren, East Fife) ก่อนจะแขวนสตั๊ด

ในด้านการบริหาร Archibald เคยคุมทีม East Fife จนพาทีมเลื่อนชั้นสู่ดิวิชัน 1 และที่น่าสนใจที่สุดคือ "การทดลองที่ Airdrieonians" ในปี 2000 ซึ่งเขาพยายามเข้าซื้อกิจการสโมสรและนำเข้านักเตะชาวสเปนจำนวนมากมาเสริมทัพ จนสามารถคว้าแชมป์ Scottish Challenge Cup ได้สำเร็จ แม้ว่าในท้ายที่สุดเขาจะไม่สามารถปิดดีลการซื้อสโมสรได้และต้องแยกทางกับทีมไปในเวลาต่อมา

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • ตำแหน่งการเล่น: กองหน้า (Striker)
  • ความสำเร็จสูงสุด: แชมป์ลีกสกอตแลนด์ (Aberdeen), แชมป์ FA Cup 2 สมัย และ UEFA Cup (Tottenham), แชมป์ลาลีกา (Barcelona)
  • เกียรติยศส่วนตัว: ได้รับการบรรจุเข้าสู่ Scottish Football Hall of Fame ในปี 2009
  • ผลงานทีมชาติ: ลงเล่นให้ทีมชาติสกอตแลนด์ 27 นัด และติดทีมชุดฟุตบอลโลกปี 1982 และ 1986
สรุปสถิติการลงเล่นและประตูในระดับสโมสร (รายการหลัก)
สโมสร จำนวนนัดที่ลงเล่น จำนวนประตู
Clyde 65 7
Aberdeen 76 29
Tottenham Hotspur 131 58
Barcelona 55 24
Hibernian 44 15
อื่นๆ (รวม) 112 23
รวมทั้งหมด 483 156
FAQ

คำถามที่พบบ่อย

Steve Archibald ประสบความสำเร็จสูงสุดกับสโมสรใด?

เขามีความสำเร็จที่หลากหลาย โดยที่ Tottenham Hotspur เขาคว้าทั้ง FA Cup และ UEFA Cup พร้อมเป็นดาวซัลโวลีก ส่วนที่ Barcelona เขาได้แชมป์ลาลีกา และที่ Aberdeen เขาได้แชมป์ลีกสกอตแลนด์

เขาเคยเล่นในตำแหน่งอื่นนอกจากกองหน้าหรือไม่?

ใช่ ในช่วงเริ่มต้นอาชีพกับสโมสร Clyde เขาเล่นในตำแหน่งกองกลาง ก่อนที่จะถูกปรับมาเล่นเป็นกองหน้าเมื่อย้ายไปร่วมทีม Aberdeen

ผลงานในระดับทีมชาติของเขาเป็นอย่างไร?

เขาลงเล่นให้ทีมชาติสกอตแลนด์ทั้งหมด 27 นัด ทำได้ 4 ประตู และได้รับเลือกให้เป็นส่วนหนึ่งของทีมชุดลุยศึกฟุตบอลโลกถึง 2 สมัย คือในปี 1982 และ 1986

การบริหารทีม Airdrieonians ของเขามีความพิเศษอย่างไร?

ความพิเศษคือเขาใช้เครือข่ายความสัมพันธ์ในยุโรปดึงตัวนักเตะชาวสเปนและผู้เล่นต่างชาติเข้ามาในทีมจำนวนมาก ซึ่งช่วยให้ทีมคว้าแชมป์ Scottish Challenge Cup ในฤดูกาล 2000–01

เขาได้รับรางวัลเกียรติยศใดในภายหลัง?

ในปี 2009 Steve Archibald ได้รับการยกย่องให้เข้าสู่หอเกียรติยศฟุตบอลสกอตแลนด์ (Scottish Football Hall of Fame) เพื่อเป็นเกียรติแก่ผลงานอันโดดเด่นตลอดอาชีพการค้าแข้ง