← กลับไปเลือกอ่านเรื่องอื่น
SD

ชีวิตและเรื่องราว · hmn.in.th

Steve David ตำนานกองหน้าผู้สร้างประวัติศาสตร์ในลีก NASL

Steve David ตำนานกองหน้าผู้สร้างประวัติศาสตร์ในลีก NASL หากพูดถึงนักเตะที่สร้างผลงานโดดเด่นในยุคบุกเบิกของฟุตบอลอาชีพในอเมริกาเหนือ ชื่อของ Steve David คือหนึ่งในชื่อที่แ…

Steve DavidNASLฟุตบอลTrinidad and Tobago

Steve David ตำนานกองหน้าผู้สร้างประวัติศาสตร์ในลีก NASL

หากพูดถึงนักเตะที่สร้างผลงานโดดเด่นในยุคบุกเบิกของฟุตบอลอาชีพในอเมริกาเหนือ ชื่อของ Steve David คือหนึ่งในชื่อที่แฟนบอลต้องจดจำ เขาคือกองหน้าชาวตรินิแดดและโตเบโกผู้เปี่ยมไปด้วยทักษะการทำประตู และเป็นเจ้าของสถิติที่น่าทึ่งในลีก NASL (North American Soccer League) ซึ่งเป็นลีกฟุตบอลระดับสูงสุดของสหรัฐอเมริกาและแคนาดาในสมัยนั้น

เส้นทางอาชีพและการผจญภัยในลีก NASL

Steve David เริ่มต้นเส้นทางลูกหนังอาชีพกับทีม Police ในบ้านเกิดที่ตรินิแดดและโตเบโก ก่อนจะก้าวกระโดดครั้งสำคัญในปี 1974 เมื่อเขาเซ็นสัญญาร่วมทีม Miami Toros ในลีก NASL ซึ่งในปีแรกเขามีส่วนช่วยให้ทีมเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศ แม้จะพ่ายให้กับลอสแอนเจลิสไปด้วยสกอร์ 3-4 ก็ตาม

จุดสูงสุดในอาชีพของเขาเกิดขึ้นในปี 1975 เมื่อ David ระเบิดฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมจนคว้ารางวัล MVP (Most Valuable Player) หรือผู้เล่นทรงคุณค่าประจำฤดูกาลของ NASL มาครองได้สำเร็จ พร้อมพาทีม Miami Toros เข้าสู่รอบรองชนะเลิศของลีกคัพ

หลังจากช่วงเวลาที่ฟอร์มตกลงในปี 1976 เขาถูกย้ายตัวไปยัง Los Angeles Aztecs ซึ่งที่นี่เขากลับมาท็อปฟอร์มอีกครั้งด้วยการซัดไปถึง 26 ประตูจากการลงสนามเพียง 24 นัด อย่างไรก็ตาม ความไม่ลงตัวกับสโมสรทำให้เขาถูกเทรดไปยัง Detroit Express ในปี 1978 โดยแลกกับสิทธิ์การดราฟต์ตัวผู้เล่นรอบแรกของปี 1979 และเงินจำนวนหนึ่ง

ความน่าสนใจในอาชีพของ David คือการเป็นนักเตะเพียงคนเดียวในประวัติศาสตร์ NASL ที่เคยลงเล่นให้กับทีมในรัฐแคลิฟอร์เนียถึง 4 ทีม ได้แก่ Los Angeles Aztecs, California Surf, San Diego Sockers และ San Jose Earthquakes โดยเขาปิดฉากอาชีพในลีกนี้ด้วยสถิติการทำแต้มรวม 228 คะแนนจาก 175 นัด (รั้งอันดับ 8 ตลอดกาลของลีก) และทำประตูได้ทั้งหมด 100 ประตู (รั้งอันดับ 7 ตลอดกาล)

การเปลี่ยนผ่านสู่ฟุตบอลในร่ม (Indoor Soccer)

หลังจากอำลาลีก NASL ในปี 1981 Steve David ได้หันไปหาความท้าทายใหม่ใน Major Indoor Soccer League (MISL) ซึ่งเป็นฟุตบอลที่เล่นในร่มบนสนามขนาดเล็ก โดยเขาเซ็นสัญญากับทีม Phoenix Inferno และทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม โดยในปี 1981-82 เขารั้งอันดับ 4 ของผู้ทำแต้มสูงสุดด้วย 81 คะแนน และยังคงรักษามาตรฐานได้ดีในปีถัดมาด้วยการทำได้อีก 81 คะแนน รั้งอันดับ 9 ของลีก ก่อนจะย้ายไปร่วมทีม Phoenix Pride ในเวลาต่อมา

เกียรติประวัติในนามทีมชาติ

ในระดับนานาชาติ Steve David เป็นกำลังสำคัญของทีมชาติ ตรินิแดดและโตเบโก ระหว่างปี 1972 ถึง 1976 โดยเขาสามารถทำประตูได้ถึง 16 ประตูในการแข่งขันรอบคัดเลือกฟุตบอลโลก ซึ่งเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความเฉียบคมในฐานะกองหน้าชั้นนำของภูมิภาค ด้วยผลงานอันโดดเด่นนี้ทำให้เขาได้รับการจารึกชื่อเข้าสู่ Trinidad and Tobago Football Hall of Fame หรือหอเกียรติยศฟุตบอลของประเทศในปี 2008

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • ตำแหน่ง: กองหน้า (Forward)
  • ความสำเร็จสูงสุด: รางวัล MVP ของลีก NASL ปี 1975
  • สถิติ NASL: ทำได้ 100 ประตู และเป็นผู้เล่นคนเดียวที่เล่นให้ทีมในแคลิฟอร์เนียถึง 4 สโมสร
  • ผลงานทีมชาติ: ยิง 16 ประตูในรอบคัดเลือกฟุตบอลโลก
  • เกียรติยศ: ได้รับการบรรจุในหอเกียรติยศฟุตบอลตรินิแดดและโตเบโก ปี 2008
สรุปสถิติการลงเล่นและทำประตูของ Steve David ในระดับสโมสรและทีมชาติ
ช่วงปี ทีม ลงสนาม (นัด) ประตู (ลูก)
1974–1976 Miami Toros 53 37
1977–1978 Los Angeles Aztecs 27 26
1978 Detroit Express 11 2
1978–1979 California Surf 40 16
1980 San Diego Sockers 6 2
1980–1981 San Jose Earthquakes 38 17
1981–1983 Phoenix Inferno (Indoor) 91 119
1983–1984 Phoenix Pride (Indoor) 22 15
1972–1976 ทีมชาติตรินิแดดและโตเบโก 16 16
FAQ

คำถามที่พบบ่อย

Steve David มีความโดดเด่นอย่างไรในลีก NASL?

เขาเป็นหนึ่งในผู้ทำประตูสูงสุดตลอดกาลของลีก โดยทำได้ 100 ประตู และเคยคว้ารางวัลผู้เล่นทรงคุณค่า (MVP) ในปี 1975 นอกจากนี้เขายังเป็นนักเตะคนเดียวที่เคยเล่นให้กับทีมในรัฐแคลิฟอร์เนียถึง 4 ทีม

เขาย้ายทีมบ่อยเพราะอะไร?

การย้ายทีมของเขามีหลายสาเหตุ ทั้งเรื่องของฟอร์มการเล่นที่ขึ้นลง และความไม่พึงพอใจส่วนตัวในบางสโมสร เช่น กรณีการย้ายจาก Los Angeles Aztecs ไปยัง Detroit Express

ผลงานในนามทีมชาติของเขาเป็นอย่างไร?

เขามีสถิติที่ยอดเยี่ยมมาก โดยยิงได้ถึง 16 ประตูจากการลงเล่น 16 นัดในรอบคัดเลือกฟุตบอลโลก ซึ่งส่งผลให้เขาได้รับเลือกเข้าสู่หอเกียรติยศฟุตบอลของประเทศในปี 2008

หลังจากเลิกเล่นฟุตบอลสนามใหญ่ เขาไปทำอะไรต่อ?

เขาเปลี่ยนไปเล่นฟุตบอลในร่ม (Indoor Soccer) กับทีม Phoenix Inferno และ Phoenix Pride ในลีก MISL ซึ่งเขายังคงรักษามาตรฐานการทำประตูได้อย่างยอดเยี่ยม