Steve Hackett มือกีตาร์ระดับตำนานผู้บุกเบิกเทคนิคการเล่นและจิตวิญญาณแห่ง Progressive Rock
หากพูดถึงมือกีตาร์ที่มีอิทธิพลต่อวงการดนตรีร็อก โดยเฉพาะในแนว Progressive Rock (ดนตรีร็อกที่มีโครงสร้างซับซ้อนและผสมผสานศิลปะหลายแขนง) ชื่อของ Steve Hackett จะต้องปรากฏอยู่ในลำดับต้นๆ เสมอ เขาไม่ได้เป็นเพียงอดีตสมาชิกคนสำคัญของวง Genesis แต่ยังเป็นผู้สร้างนวัตกรรมการเล่นกีตาร์ที่ส่งต่อแรงบันดาลใจให้กับศิลปินระดับโลกมากมาย

จุดเริ่มต้นและแรงบันดาลใจทางดนตรี
Stephen Richard Hackett เกิดเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1950 ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เขาเติบโตมาในครอบครัวที่คลุกคลีกับเครื่องดนตรีหลากหลายชนิด แม้ในช่วงแรกจะเริ่มจากฮาร์โมนิกาและรีคอร์เดอร์ แต่ความหลงใหลในกีตาร์เริ่มก่อตัวขึ้นเมื่ออายุ 12 ปี โดยเขาฝึกฝนด้วยตนเองโดยไม่มีการเรียนอย่างเป็นทางการ
รากฐานทางดนตรีของ Hackett มีความหลากหลายอย่างน่าทึ่ง เขาได้รับอิทธิพลอย่างสูงจากดนตรีคลาสสิกของ Johann Sebastian Bach และโอเปร่าของ Mario Lanza ซึ่งกลายเป็นลายเซ็นในงานประพันธ์เพลงของเขาในเวลาต่อมา นอกจากนี้เขายังได้รับแรงบันดาลใจจากศิลปินบลูส์ชาวอังกฤษ เช่น Peter Green และ Jimi Hendrix รวมถึงวงดนตรีระดับตำนานอย่าง The Beatles และ King Crimson
เส้นทางสู่ความสำเร็จกับวง Genesis
Hackett ก้าวเข้าสู่จุดสูงสุดของอาชีพในช่วงปี 1971 ถึง 1977 ในฐานะมือกีตาร์นำของวง Genesis หลังจากที่เขาลงประกาศหาเพื่อนร่วมวงที่มีวิสัยทัศน์ก้าวไกลในนิตยสาร Melody Maker ซึ่งดึงดูดความสนใจของ Peter Gabriel จนนำไปสู่การออดิชันและเข้าร่วมวงในที่สุด
ในช่วงเวลาที่อยู่กับ Genesis เขาได้สร้างผลงานอัลบั้มสตูดิโอ 6 ชุด และมีส่วนสำคัญในการสร้างสรรค์เพลงระดับขึ้นหิ้ง โดยเฉพาะการนำเทคนิค Two-handed Tapping (การใช้นิ้วมือทั้งสองข้างกดสายกีตาร์บนฟิงเกอร์บอร์ดเพื่อสร้างเสียงโน้ตที่รวดเร็ว) และ Sweep Picking (การกวาดปิ๊กผ่านสายกีตาร์หลายสายในจังหวะเดียว) มาใช้ ซึ่งเทคนิคเหล่านี้ได้รับการยอมรับว่าล้ำสมัยมากในยุคนั้น และส่งอิทธิพลโดยตรงต่อมือกีตาร์ชื่อดังอย่าง Eddie Van Halen และ Brian May

แม้ว่าเขาจะเป็นสมาชิกเพียงคนเดียวในวงช่วงนั้นที่ไม่ได้ทำหน้าที่ร้องนำเนื่องจากความเขินอาย แต่บทบาทในการเรียบเรียงดนตรีของเขากลับโดดเด่นอย่างยิ่ง จนกระทั่งในปี 1977 เขาตัดสินใจแยกทางกับวงเพื่อแสวงหาอิสระในการสร้างสรรค์ผลงานส่วนตัว และต่อมาในปี 2010 เขาได้รับการจารึกชื่อเข้าสู่ Rock and Roll Hall of Fame ในฐานะสมาชิกของ Genesis
การเดินทางในฐานะศิลปินเดี่ยวและโปรเจกต์พิเศษ
เส้นทางศิลปินเดี่ยวของ Hackett เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ปี 1975 ด้วยอัลบั้ม Voyage of the Acolyte ซึ่งปล่อยออกมาในขณะที่เขายังเป็นสมาชิก Genesis อยู่ หลังจากแยกตัวออกมาอย่างเต็มตัว เขาได้ทดลองดนตรีหลากหลายแนวทาง ตั้งแต่ป๊อปร็อก, บลูส์, ดนตรีคลาสสิก ไปจนถึง World Music
ในปี 1986 เขาได้ร่วมก่อตั้งซูเปอร์กรุ๊ปชื่อ GTR ร่วมกับ Steve Howe ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างสูงในสหรัฐอเมริกา โดยมีซิงเกิล "When the Heart Rules the Mind" ติดอันดับ Top 20 ของ Billboard อย่างไรก็ตาม ความขัดแย้งด้านการจัดการทำให้วงต้องยุติลงในเวลาต่อมา และส่งให้ Hackett กลับมามุ่งเน้นงานเดี่ยวอีกครั้ง

ผลงานเดี่ยวของเขามีความหลากหลาย ตั้งแต่การทำอัลบั้มกีตาร์คลาสสิกอย่าง Bay of Kings ไปจนถึงการนำเพลงของ Genesis มาเรียบเรียงใหม่ใน Genesis Revisited รวมถึงการร่วมงานกับวงออร์เคสตราชั้นนำอย่าง Royal Philharmonic Orchestra ในโปรเจกต์ A Midsummer Night's Dream

นอกจากงานเพลง เขายังมีส่วนร่วมในงานการกุศล เช่น ซิงเกิล "Sailing" ภายใต้ชื่อ Rock Against Repatriation เพื่อช่วยเหลือกลุ่มผู้ลี้ภัยชาวเอเชีย และการประพันธ์เพลงประกอบสารคดี Outwitting Hitler ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสามารถที่ครอบคลุมทุกมิติของดนตรี

ข้อเท็จจริงสำคัญ
- ผู้บุกเบิกเทคนิค: เป็นผู้ริเริ่มการใช้ Tapping และ Sweep Picking ก่อนที่จะกลายเป็นที่นิยมในวงการร็อก
- ความสำเร็จกับ Genesis: ร่วมสร้างสรรค์อัลบั้มสำคัญและได้รับเกียรติเข้าสู่ Rock and Roll Hall of Fame ปี 2010
- ความหลากหลายทางดนตรี: ผลงานครอบคลุมทั้ง Progressive Rock, Classical, Blues และ Worldbeat
- ความสัมพันธ์ในครอบครัว: ทำงานร่วมกับ John Hackett น้องชาย (นักฟลูต) ในหลายโปรเจกต์ รวมถึงอัลบั้ม Sketches of Satie
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| ชื่อเต็ม | Stephen Richard Hackett |
| วันเกิด | 12 กุมภาพันธ์ 1950 |
| เครื่องดนตรีหลัก | กีตาร์, ร้องนำ (ในงานเดี่ยว) |
| วงดนตรีที่เคยสังกัด | Genesis, GTR, Quiet World, Canterbury Glass |
| แนวเพลง | Progressive Rock, Classical, Blues, Worldbeat, Pop Rock |
คำถามที่พบบ่อย
Steve Hackett มีอิทธิพลต่อมือกีตาร์คนอื่นอย่างไร?
เขาเป็นผู้บุกเบิกเทคนิคการเล่นกีตาร์แบบ Tapping และ Sweep Picking ซึ่งส่งอิทธิพลอย่างมากต่อมือกีตาร์ระดับโลกอย่าง Eddie Van Halen, Brian May, Alex Lifeson และ Steve Rothery
ทำไม Steve Hackett ถึงออกจากวง Genesis?
เขาต้องการอิสระในการสร้างสรรค์ผลงาน (Autonomy) และรู้สึกว่าพื้นที่ในการนำเสนอไอเดียทางดนตรีของตนเองภายในวงเริ่มมีจำกัด
ความสัมพันธ์ระหว่าง Steve Hackett และ Peter Gabriel เป็นอย่างไร?
ทั้งคู่มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน โดย Gabriel เป็นผู้ตอบรับประกาศหาเพื่อนร่วมวงของ Hackett และเป็นผู้แนะนำให้เขาฟังอัลบั้ม Trespass ก่อนการออดิชันเข้าวง Genesis
นอกจากดนตรีร็อกแล้ว Steve Hackett ทำเพลงแนวไหนอีกบ้าง?
เขามีความเชี่ยวชาญในดนตรีคลาสสิก โดยมีผลงานอัลบั้มกีตาร์คลาสสิกและงานร่วมกับวงออร์เคสตรา รวมถึงการทดลองดนตรีแนว World Music ที่ผสมผสานเครื่องดนตรีจากทั่วโลก