Steven Hawley นักดาราศาสตร์และนักบินอวกาศผู้สร้างประวัติศาสตร์กับกล้องฮับเบิล
ในโลกของการสำรวจอวกาศ ชื่อของ Steven Alan Hawley เป็นที่รู้จักในฐานะผู้เชี่ยวชาญที่ผสานความรู้ทางวิชาการด้านดาราศาสตร์เข้ากับการปฏิบัติงานจริงบนห้วงอวกาศ เขาไม่เพียงแต่เป็นนักบินอวกาศของ NASA ที่ผ่านภารกิจบนกระสวยอวกาศถึง 5 ครั้ง แต่ยังเป็นศาสตราจารย์กิตติคุณด้านฟิสิกส์และดาราศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยแคนซัส ผู้ทุ่มเทชีวิตให้กับการศึกษาจักรวาล
เส้นทางสู่ดวงดาว: การศึกษาและพื้นฐานทางวิชาการ
Steven Hawley เกิดเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม ค.ศ. 1951 ที่เมืองออตตาวา รัฐแคนซัส โดยมีพื้นฐานครอบครัวที่ส่งเสริมด้านวิชาการอย่างเข้มข้น (พี่ชายของเขา John F. Hawley ก็เป็นนักฟิสิกส์ดาราศาสตร์ทฤษฎีชื่อดังผู้ได้รับรางวัล Shaw Prize) สำหรับเส้นทางการศึกษาของ Hawley นั้นเริ่มต้นด้วยความโดดเด่น โดยเขาจบปริญญาตรีด้านฟิสิกส์และดาราศาสตร์ด้วยเกียรตินิยมอันดับหนึ่งจากมหาวิทยาลัยแคนซัสในปี 1973
ก่อนจะก้าวเข้าสู่ NASA เขาได้สั่งสมประสบการณ์การวิจัยในสถาบันชั้นนำ เช่น หอดูดาวกองทัพเรือสหรัฐฯ และหอดูดาววิทยุแห่งชาติ รวมถึงคว้าปริญญาเอกด้านดาราศาสตร์และฟิสิกส์ดาราศาสตร์จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ซานตาครูซ ในปี 1977 นอกจากนี้เขายังเคยทำงานวิจัยหลังปริญญาเอกที่หอดูดาว Cerro Tololo ในประเทศชิลี โดยมุ่งเน้นเรื่อง Spectrophotometry (การวัดสเปกตรัมของแสงเพื่อวิเคราะห์องค์ประกอบทางเคมี) ของเนบิวลาและกาแล็กซี

ประสบการณ์การบินอวกาศและภารกิจสำคัญ
Hawley ได้รับการคัดเลือกเข้าสู่โครงการนักบินอวกาศของ NASA ในปี 1978 (กลุ่มที่ 8) และได้ปฏิบัติหน้าที่รวมระยะเวลา 32 วัน 2 ชั่วโมง 41 นาที ผ่านภารกิจกระสวยอวกาศ 5 เที่ยวบิน ซึ่งมีความโดดเด่นอย่างมากในด้านการติดตั้งและซ่อมบำรุงอุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์
บทบาทสำคัญกับกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิล (HST)
หนึ่งในความสำเร็จที่น่าจดจำที่สุดของเขาคือการเป็นนักบินอวกาศเพียงคนเดียวที่ได้ทำหน้าที่ทั้ง ส่งกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิล (Hubble Space Telescope) ขึ้นสู่อวกาศ ในภารกิจ STS-31 และกลับมาปฏิบัติหน้าที่ใน ภารกิจซ่อมบำรุง กล้องตัวเดิมในภารกิจ STS-82 ซึ่งเขาต้องใช้แขนกลของกระสวยอวกาศที่มีความยาว 50 ฟุต ในการเคลื่อนย้ายและติดตั้งอุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์ใหม่ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้แก่กล้องฮับเบิล
สรุปภารกิจการบินทั้ง 5 ครั้ง
- STS-41-D (1984): ภารกิจแรกกับยาน Discovery เน้นการปล่อยดาวเทียมและการทดลองด้านเซลล์แสงอาทิตย์
- STS-61-C (1986): ปฏิบัติงานกับยาน Columbia เพื่อปล่อยดาวเทียม SATCOM K1 และทดลองด้านวัสดุศาสตร์
- STS-31 (1990): ภารกิจประวัติศาสตร์ในการส่งกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิลขึ้นสู่วงโคจร
- STS-82 (1997): ภารกิจซ่อมบำรุงกล้องฮับเบิลครั้งที่ 2 โดยใช้แขนกลในการปรับปรุงอุปกรณ์
- STS-93 (1999): ทำหน้าที่วิศวกรการบินเพื่อส่งหอดูดาวรังสีเอ็กซ์แชนดรา (Chandra X-ray Observatory)

ตารางสรุปข้อมูลประวัติและผลงาน
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| การศึกษา | ปริญญาตรี (University of Kansas), ปริญญาโทและเอก (UC Santa Cruz) |
| จำนวนภารกิจอวกาศ | 5 เที่ยวบิน (STS-41-D, 61-C, 31, 82, 93) |
| เวลารวมในอวกาศ | 32 วัน 2 ชั่วโมง 41 นาที |
| ผลงานเด่น | ติดตั้งและซ่อมบำรุงกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิล |
| ตำแหน่งทางวิชาการ | ศาสตราจารย์กิตติคุณด้านฟิสิกส์และดาราศาสตร์ มหาวิทยาลัยแคนซัส |
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- เป็นสมาชิกคนสุดท้ายของนักบินอวกาศ NASA กลุ่มที่ 8 ที่ได้เดินทางสู่อวกาศ
- มีความเชี่ยวชาญพิเศษในการควบคุมแขนกลของกระสวยอวกาศเพื่อปฏิบัติงานที่ซับซ้อน
- ได้รับเหรียญ Distinguished Service Medal จาก NASA ซึ่งเป็นรางวัลระดับสูง
- ได้รับการบรรจุชื่อเข้าสู่หอเกียรติยศนักบินอวกาศ (Astronaut Hall of Fame) ในปี 2007
คำถามที่พบบ่อย
Steven Hawley มีความสำคัญอย่างไรต่อกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิล?
เขาเป็นนักบินอวกาศเพียงคนเดียวที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ทั้งในขั้นตอนการส่งกล้องฮับเบิลขึ้นสู่อวกาศ (STS-31) และกลับมาช่วยซ่อมบำรุงปรับปรุงอุปกรณ์ของกล้องตัวเดิมในเวลาต่อมา (STS-82)
นอกจากการเป็นนักบินอวกาศแล้ว เขามีบทบาทอื่นอีกหรือไม่?
เขามีบทบาทโดดเด่นในด้านวิชาการ โดยดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์กิตติคุณด้านฟิสิกส์และดาราศาสตร์ รวมถึงเคยเป็นผู้อำนวยการด้านวิศวกรรมฟิสิกส์ที่มหาวิทยาลัยแคนซัส
ภารกิจสุดท้ายของเขาคืออะไร?
ภารกิจสุดท้ายคือ STS-93 ในปี 1999 ซึ่งเขาทำหน้าที่เป็นวิศวกรการบินเพื่อส่งหอดูดาวรังสีเอ็กซ์แชนดรา (Chandra X-ray Observatory) ขึ้นสู่อวกาศ
เขาเคยแต่งงานกับนักบินอวกาศด้วยกันหรือไม่?
ใช่ เขาเคยแต่งงานกับ Sally Ride ซึ่งเป็นนักบินอวกาศหญิงคนแรกของสหรัฐอเมริกา ในปี 1982 และหย่าร้างกันในปี 1987