← กลับไปเลือกอ่านเรื่องอื่น
SP

ชีวิตและเรื่องราว · hmn.in.th

Steven Pippin ศิลปินผู้ผสานวิศวกรรมเข้ากับศิลปะภาพถ่ายและประติมากรรมจลนศิลป์

Steven Pippin ศิลปินผู้ผสานวิศวกรรมเข้ากับศิลปะภาพถ่ายและประติมากรรมจลนศิลป์ Steven Pippin เป็นศิลปินชาวอังกฤษผู้มีชื่อเสียงในด้านการสร้างสรรค์งานศิลปะจัดวาง (Installatio…

Steven Pippinศิลปะจัดวางประติมากรรมจลนศิลป์กล้องรูเข็ม

Steven Pippin ศิลปินผู้ผสานวิศวกรรมเข้ากับศิลปะภาพถ่ายและประติมากรรมจลนศิลป์

Steven Pippin เป็นศิลปินชาวอังกฤษผู้มีชื่อเสียงในด้านการสร้างสรรค์งานศิลปะจัดวาง (Installation Art) และการถ่ายภาพที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เขาเกิดในปี 1960 ที่เมืองเรดฮิลล์ มณฑลเซอร์รีย์ โดยผลงานของเขามักเป็นการผสมผสานระหว่างอุปกรณ์ถ่ายภาพที่ดัดแปลงขึ้นเองกับ ประติมากรรมจลนศิลป์ (Kinetic Sculpture หรือประติมากรรมที่มีการเคลื่อนไหว) ซึ่งทำหน้าที่เป็นสัญลักษณ์สะท้อนถึงกลไกทางสังคมในรูปแบบต่างๆ

แรงบันดาลใจจากเครื่องจักรสู่เส้นทางศิลปะ

ความหลงใหลในกลไกทางวิศวกรรมของ Pippin เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่สมัยเด็ก จากความทรงจำที่เห็นคุณพ่อซ่อมแซมโทรทัศน์ท่ามกลางสายไฟและท่อระโยงระยาง แม้ในช่วงหนึ่งเขาจะพยายามปฏิเสธพื้นฐานทางเทคโนโลยีเพราะไม่อยากเดินตามรอยเท้าของพ่อและปู่ที่เป็นวิศวกร แต่ในที่สุดเขาก็กลับมาใช้ความรู้ด้านนี้ในการสร้างสรรค์งานศิลปะ

เส้นทางการศึกษาของเขามีความหลากหลายและครอบคลุมทั้งสายช่างและสายศิลป์ โดยเริ่มจากวิศวกรรมเครื่องกลที่ Charles Keen College, การออกแบบพื้นฐานที่ Loughborough College, และจบด้านประติมากรรมวิจิตรศิลป์จากทั้ง Brighton Polytechnic และ Chelsea School of Art ในลอนดอน นอกจากนี้เขายังได้รับทุนการศึกษา DAAD จากเยอรมนีในช่วงระหว่างการศึกษาอีกด้วย

นวัตกรรมการถ่ายภาพและการทดลองที่ท้าทาย

ในช่วงเริ่มต้นอาชีพ Pippin สนใจการสร้างภาพถ่ายที่เน้นบรรยากาศ โดยการเปลี่ยนสิ่งของในชีวิตประจำวันให้กลายเป็น กล้องรูเข็ม (Pinhole Camera หรือกล้องที่ไม่มีเลนส์แต่ใช้รูขนาดเล็กในการรับแสง) ซึ่งเขาเรียกแนวทางนี้ว่า "Sympathetic Photography" หรือการถ่ายภาพที่ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงความสวยงาม แต่ใช้เป็นเครื่องมือสื่อสารเรื่องความไม่ยุติธรรมและความทุกข์ทรมานของมนุษย์ ตามแนวคิดของ Allan Sekula

ความโดดเด่นของงานชุดนี้คือการวางแผนที่ซับซ้อนเพื่อดัดแปลงวัตถุให้ใช้งานได้จริง แม้ภาพที่ได้มักจะมีความบิดเบี้ยวหรือไม่สมบูรณ์ แต่ Pippin มองว่าความไม่สมบูรณ์นั้นคือเสน่ห์ที่เชื่อมโยงภาพถ่ายกลับไปยังวัตถุที่ใช้เป็นกล้อง โดยเขามักจะจัดแสดงภาพถ่ายคู่กับตัวอุปกรณ์ที่ใช้ถ่ายเสมอ

Point Blank: วินาทีสุดท้ายของกล้อง

หนึ่งในผลงานที่สร้างชื่อเสียงที่สุดคือชุด Point Blank ซึ่งจัดแสดงในนิทรรศการ A Non Event (Horizon) ปี 2011 โดย Pippin ใช้กล้องอนาล็อกขนาดเล็กและกลางถูกยิงด้วยกระสุนปืน ภาพที่ได้คือภาพขณะที่กระสุนกำลังพุ่งเข้าหาเลนส์ ทำให้ภาพสุดท้ายของกล้องตัวนั้นคือสาเหตุของการทำลายล้างตัวมันเอง ผลลัพธ์ที่ได้คือภาพที่แตกสลายและบิดเบี้ยวคล้ายกับปฏิกิริยาทางเคมีของฟิล์ม และในบางภาพสามารถเห็นวิถีกระสุนที่เบลอเนื่องจากความเร็วสูง

การปะทะกันระหว่างโลกอนาล็อกและดิจิทัล

Pippin ยังได้สร้างผลงานที่สะท้อนถึงความขัดแย้งในช่วงเปลี่ยนผ่านของเทคโนโลยีการถ่ายภาพ โดยการถ่ายภาพเหตุการณ์เดียวกันด้วยกล้องดิจิทัลและกล้องอนาล็อกพร้อมกัน แล้วนำภาพทั้งสองมาจัดวางคู่กันในเฟรมเดียว โดยฝั่งอนาล็อกจะใช้การพิมพ์แบบ C print ด้วยมือ ส่วนฝั่งดิจิทัลจะใช้การพิมพ์แบบ Inkjet เพื่อเปรียบเทียบความแตกต่างของสองยุคสมัย

ปรัชญาผ่านเครื่องจักรและความสมดุล

ผลงานบางชิ้นของเขาเข้าขั้นเป็นงานเชิงปรัชญา เช่น การนำกล้อง CANON มาดัดแปลงโดยลบตัวอักษรสองตัวแรกออก และติดตั้งระบบท่อกับกระจกที่หมุนวนเพื่อให้กล้อง "โฟกัสที่ตัวเอง" ซึ่งเป็นงานที่ไร้ฟังก์ชันการใช้งานจริง แต่สื่อถึงการสะท้อนตัวตนและความไร้สาระ (Absurdity)

นอกจากนี้ เขายังใช้เวลาถึง 10 ปีในการสร้างประติมากรรมที่จำลองทฤษฎีทางดาราศาสตร์ฟิสิกส์เรื่องความสมดุลของจักรวาล โดยใช้ดินสอ 2B ตั้งตรงบนปลายแหลมเพียงจุดเดียว ซึ่งอาศัยเซนเซอร์ตรวจจับเงาของดินสอและปรับตำแหน่งแผ่นโลหะรองรับทุกๆ 20 มิลลิวินาที เพื่อไม่ให้ดินสอล้มลง สร้างความรู้สึกของเวลาที่ถูกหยุดนิ่งและความตึงเครียดของการรักษาความสมดุล

Laundromat-Locomotion: การคารวะต่อบิดาแห่งภาพเคลื่อนไหว

ในงานชุด Laundromat-Locomotion (1997) Pippin ได้สร้างผลงานเพื่อระลึกถึง Eadweard Muybridge ผู้บุกเบิกการถ่ายภาพเคลื่อนไหว โดยเขาติดตั้งกระดาษอัดรูปไว้ที่ด้านหลังเครื่องซักผ้า 12 เครื่องในนิวเจอร์ซีย์ และใช้เชือกดึงเพื่อบันทึกภาพขณะที่เขาเดินผ่าน ความเร็วในการหมุนของเครื่องซักผ้าที่ 500 รอบต่อนาที ทำให้ภาพที่ได้มีความดิบและมีรอยขีดข่วน ซึ่งช่วยสร้างความรู้สึกเก่าแก่และสมจริงคล้ายกับงานต้นฉบับของ Muybridge เมื่อร้อยปีก่อน

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • แนวทางศิลปะ: ผสมผสานวิศวกรรมเครื่องกลเข้ากับศิลปะภาพถ่ายและประติมากรรมจลนศิลป์
  • เทคนิคเด่น: การดัดแปลงสิ่งของทั่วไปให้เป็นกล้องรูเข็ม และการใช้เซนเซอร์ควบคุมสมดุลวัตถุ
  • ผลงานชิ้นเอก: Point Blank (กล้องถูกยิง), Laundromat-Locomotion (การเคลื่อนไหวในร้านซักผ้า) และงานประติมากรรมดินสอสมดุล
  • การศึกษา: จบด้านวิศวกรรมเครื่องกลและประติมากรรมวิจิตรศิลป์จากหลายสถาบันชั้นนำในอังกฤษ
สรุปข้อมูลและผลงานสำคัญของ Steven Pippin
หัวข้อ รายละเอียด
สไตล์งาน ศิลปะจัดวาง, ภาพถ่ายทดลอง, ประติมากรรมจลนศิลป์
แนวคิดหลัก การใช้เครื่องจักรเป็นอุปลักษณ์ (Metaphor) แทนกลไกทางสังคมและปรัชญา
เทคนิคภาพถ่าย กล้องรูเข็มดัดแปลง, การถ่ายภาพแบบ Sympathetic, การเปรียบเทียบ Analog vs Digital
กลุ่มศิลปิน Young British Artists (YBA)
FAQ

คำถามที่พบบ่อย

Steven Pippin คือใคร?

เขาเป็นศิลปินและช่างภาพชาวอังกฤษที่โดดเด่นในการนำความรู้ด้านวิศวกรรมเครื่องกลมาสร้างสรรค์งานศิลปะจัดวางและประติมากรรมที่เคลื่อนไหวได้

งานชุด Point Blank มีความพิเศษอย่างไร?

เป็นงานที่ใช้กล้องถ่ายภาพในขณะที่ถูกยิงด้วยกระสุนปืน เพื่อบันทึกภาพวินาทีสุดท้ายก่อนที่กล้องจะถูกทำลาย ทำให้ได้ภาพที่มีความบิดเบี้ยวและมีพลังในเชิงสัญลักษณ์

กล้องรูเข็ม (Pinhole Camera) ในงานของเขาคืออะไร?

คือการนำสิ่งของในชีวิตประจำวันมาดัดแปลงให้ทำหน้าที่เป็นกล้องถ่ายภาพโดยไม่ต้องใช้เลนส์ แต่ใช้รูขนาดเล็กในการรับแสง เพื่อสร้างภาพที่มีบรรยากาศเฉพาะตัวและสื่อความหมายทางสังคม

ผลงาน Laundromat-Locomotion ได้แรงบันดาลใจมาจากไหน?

ได้รับแรงบันดาลใจจากงาน Animal Locomotion ของ Eadweard Muybridge ที่ศึกษาการเคลื่อนไหวของม้า โดย Pippin นำมาประยุกต์ใช้กับเครื่องซักผ้าเพื่อบันทึกการเคลื่อนไหวของมนุษย์

ประติมากรรมดินสอของ Steven Pippin สื่อถึงอะไร?

สื่อถึงสภาวะสมดุลที่เปราะบางของจักรวาล ตามทฤษฎีทางดาราศาสตร์ฟิสิกส์ โดยใช้เทคโนโลยีเซนเซอร์ช่วยให้ดินสอตั้งตรงบนปลายแหลมได้อย่างน่าอัศจรรย์