Steven W. Squyres ผู้บุกเบิกการสำรวจดาวอังคารและนักวิทยาศาสตร์ดาวเคราะห์ระดับโลก
ในโลกของการสำรวจอวกาศ ชื่อของ Steven W. Squyres เป็นที่รู้จักในฐานะฟันเฟืองสำคัญที่ทำให้มนุษยชาติเข้าใจดาวอังคารได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น เขาคือนักธรณีวิทยาและนักวิทยาศาสตร์ดาวเคราะห์ชาวอเมริกัน ผู้ทุ่มเทชีวิตให้กับการศึกษาวัตถุแข็งขนาดใหญ่ในระบบสุริยะ โดยเฉพาะดาวเคราะห์หินและดวงจันทร์ของดาวพฤหัสบดี
ผลงานที่สร้างชื่อเสียงให้เขามากที่สุดคือการดำรงตำแหน่งหัวหน้าโครงการ (Principal Investigator) ของภารกิจ Mars Exploration Rover (MER) ซึ่งเป็นการส่งหุ่นยนต์สำรวจคู่แฝดอย่าง Spirit และ Opportunity ไปปฏิบัติหน้าที่บนดาวแดง ซึ่งหุ่นยนต์ทั้งสองตัวนี้สามารถทำงานได้ยาวนานกว่าที่คาดการณ์ไว้ถึง 13 เท่า โดยทำงานได้ถึง 1,174 วัน จากเป้าหมายเดิมเพียง 90 วันเท่านั้น

เส้นทางสู่ความสำเร็จและการศึกษา
Steven Squyres เติบโตที่เมือง Wenonah รัฐนิวเจอร์ซีย์ และเริ่มต้นเส้นทางวิชาการที่ มหาวิทยาลัยคอร์เนล (Cornell University) โดยเขาสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านวิทยาศาสตร์ธรณีวิทยาในปี 1978 และคว้าปริญญาเอกด้านการศึกษาดาวเคราะห์ในปี 1981 ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าวเขาได้ทำงานอย่างใกล้ชิดกับ Carl Sagan นักดาราศาสตร์ชื่อดังระดับโลก
หลังจากจบการศึกษา เขาได้สั่งสมประสบการณ์ในฐานะนักวิจัยหลังปริญญาเอกที่ศูนย์วิจัย Ames ของ NASA เป็นเวลา 5 ปี ก่อนจะกลับมาเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยคอร์เนลในตำแหน่งศาสตราจารย์ James A. Weeks ด้านวิทยาศาสตร์กายภาพ

บทบาทสำคัญในภารกิจของ NASA และการสำรวจใต้สมุทร
ตลอดอาชีพการทำงาน Squyres มีส่วนร่วมในภารกิจสำคัญของ NASA มากมาย เริ่มตั้งแต่การวิเคราะห์ข้อมูลภาพจากยาน Voyager ที่เดินทางไปยังดาวพฤหัสบดีและดาวเสาร์, การใช้เรดาร์สำรวจดาวศุกร์ในภารกิจ Magellan, ไปจนถึงการร่วมทีมสำรวจดาวเคราะห์น้อยใกล้โลก (Near Earth Asteroid Rendezvous)
นอกจากนี้ เขายังมีบทบาทในภารกิจ Mars Express, Mars Reconnaissance Orbiter, Mars Odyssey และยาน Cassini ที่เดินทางไปดาวเสาร์ รวมถึงการมีส่วนร่วมพัฒนาเครื่องมือ DAN บนหุ่นยนต์สำรวจ Curiosity อีกด้วย
ความหลงใหลในการสำรวจของเขาไม่ได้จำกัดอยู่เพียงในอวกาศ แต่ยังรวมถึงโลกใต้ทะเล โดย Squyres ได้เข้าร่วมภารกิจ NEEMO (NASA Extreme Environment Mission Operations) ซึ่งเป็นการจำลองการใช้ชีวิตในสภาพแวดล้อมสุดขั้วในห้องปฏิบัติการใต้น้ำ Aquarius โดยเขาได้ปฏิบัติหน้าที่เป็นนักดำน้ำสำรวจ (Aquanaut) ในภารกิจ NEEMO 15 และ NEEMO 16

การเปลี่ยนผ่านสู่ภาคเอกชนและผลงานเขียน
หลังจากทุ่มเทให้กับการสอนและการวิจัยที่มหาวิทยาลัยคอร์เนลมาอย่างยาวนาน Squyres ได้ประกาศเกษียณอายุการทำงานในวันที่ 22 กันยายน 2019 เพื่อก้าวเข้าสู่บทบาทใหม่ในฐานะ Chief Scientist ของ Blue Origin บริษัทผู้ผลิตยานอวกาศชั้นนำ
นอกเหนือจากงานวิจัย เขายังถ่ายทอดประสบการณ์ผ่านหนังสือ Roving Mars: Spirit, Opportunity, and the Exploration of the Red Planet ซึ่งต่อมาถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์สารคดีในรูปแบบ IMAX ของ Disney เพื่อเผยแพร่ความรู้ด้านดาราศาสตร์ให้แก่สาธารณชน
ข้อเท็จจริงสำคัญ
- ความเชี่ยวชาญ: ธรณีวิทยาและวิทยาศาสตร์ดาวเคราะห์ โดยเน้นดาวเคราะห์หินและดวงจันทร์ของดาวพฤหัสบดี
- ผลงานเด่น: หัวหน้าโครงการหุ่นยนต์สำรวจ Spirit และ Opportunity บนดาวอังคาร
- รางวัลเกียรติยศ: ได้รับรางวัล Carl Sagan Memorial Award (2004), Harold C. Urey Prize (1987) และ Benjamin Franklin Medal (2007)
- ตำแหน่งปัจจุบัน: Chief Scientist ที่ Blue Origin (เริ่มงานปี 2019)
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| การศึกษา | B.A. และ Ph.D. จาก Cornell University |
| ภารกิจหลัก | Mars Exploration Rover (MER) |
| หุ่นยนต์ที่ดูแล | Spirit และ Opportunity |
| ประสบการณ์พิเศษ | Aquanaut ในภารกิจ NEEMO 15 และ 16 |
| ผลงานเขียน | หนังสือ Roving Mars |
คำถามที่พบบ่อย
Steven W. Squyres มีบทบาทอย่างไรในภารกิจดาวอังคาร?
เขาเป็นหัวหน้าโครงการ (Principal Investigator) ของภารกิจ Mars Exploration Rover ซึ่งดูแลการสร้างและควบคุมการทำงานของหุ่นยนต์ Spirit และ Opportunity ในการสำรวจพื้นผิวดาวอังคาร
ทำไมเขาถึงไม่เป็นหัวหน้าโครงการ Mars Science Laboratory?
เขาให้สัมภาษณ์ว่าต้องการใช้เวลากับครอบครัวมากขึ้น เนื่องจากในภารกิจ MER เขาต้องห่างจากครอบครัวเป็นเวลานาน
ภารกิจ NEEMO ที่เขาเข้าร่วมคืออะไร?
NEEMO คือภารกิจจำลองการสำรวจในสภาพแวดล้อมสุดขั้วใต้น้ำ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการสำรวจอวกาศ โดยเขาได้ปฏิบัติหน้าที่เป็นนักดำน้ำสำรวจในห้องปฏิบัติการ Aquarius
ปัจจุบัน Steven W. Squyres ทำงานที่ไหน?
หลังจากเกษียณจากมหาวิทยาลัยคอร์เนลในปี 2019 เขาได้ย้ายไปดำรงตำแหน่ง Chief Scientist ที่บริษัท Blue Origin
เขาได้รับรางวัลอะไรที่โดดเด่นบ้าง?
เขาได้รับรางวัลสำคัญหลายรางวัล เช่น รางวัล Carl Sagan Memorial Award สำหรับความเป็นเลิศในการสื่อสารด้านวิทยาศาสตร์ดาวเคราะห์ และรางวัล Benjamin Franklin Medal ในสาขาวิทยาศาสตร์โลกและสิ่งแวดล้อม