← กลับไปเลือกอ่านเรื่องอื่น
Stuart A. Umpleby ผู้เชี่ยวชาญด้านไซเบอร์เนติกส์และทฤษฎีระบบระดับโลก

ชีวิตและเรื่องราว · hmn.in.th

Stuart A. Umpleby ผู้เชี่ยวชาญด้านไซเบอร์เนติกส์และทฤษฎีระบบระดับโลก

Stuart A. Umpleby ผู้เชี่ยวชาญด้านไซเบอร์เนติกส์และทฤษฎีระบบระดับโลก Stuart A. Umpleby เป็นนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญด้าน ไซเบอร์เนติกส์ (Cybernetics) หรือศาสตร์ที่ว่าด้วย…

Stuart A. Umplebyไซเบอร์เนติกส์ทฤษฎีระบบGeorge Washington University

Stuart A. Umpleby ผู้เชี่ยวชาญด้านไซเบอร์เนติกส์และทฤษฎีระบบระดับโลก

Stuart A. Umpleby เป็นนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญด้าน ไซเบอร์เนติกส์ (Cybernetics) หรือศาสตร์ที่ว่าด้วยการควบคุมและการสื่อสารในสัตว์และเครื่องจักร รวมถึงเป็นศาสตราจารย์ประจำภาควิชาการจัดการ และผู้อำนวยการโครงการวิจัยด้านการเรียนรู้ทางสังคมและองค์กร ณ George Washington University ผลงานของเขามีอิทธิพลอย่างสูงในการเชื่อมโยงวิทยาศาสตร์ ระบบคอมพิวเตอร์ และการบริหารจัดการเข้าด้วยกัน

Content image

เส้นทางวิชาการและการบุกเบิกเทคโนโลยี

Umpleby เริ่มต้นการศึกษาที่ University of Illinois Urbana-Champaign โดยคว้าปริญญาด้านวิศวกรรมศาสตร์และรัฐศาสตร์ในปี 1967 และ 1969 ก่อนจะสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกด้านการสื่อสารในปี 1975 ในช่วงทศวรรษ 1960 เขาได้ทำงานในห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ชีวภาพและห้องปฏิบัติการวิจัยการศึกษาผ่านคอมพิวเตอร์ (ระบบ PLATO) ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาระบบการประชุมผ่านคอมพิวเตอร์และแอปพลิเคชันสำหรับคอมพิวเตอร์แบบแบ่งเวลา (Time-shared computers) ในช่วงปี 1967 ถึง 1975

การขับเคลื่อนทฤษฎีระบบและไซเบอร์เนติกส์

ในด้านวิชาการ Umpleby ได้ทุ่มเทให้กับการพัฒนา ไซเบอร์เนติกส์ลำดับที่สอง (Second-order Cybernetics) หรือไซเบอร์เนติกส์ทางชีวภาพ และมีส่วนสำคัญในการสร้าง ไซเบอร์เนติกส์ทางสังคม (Social Cybernetics) โดยเขาได้ทำงานร่วมกับปรมาจารย์อย่าง Heinz von Foerster และ Ross Ashby นอกจากนี้เขายังชี้ให้เห็นว่าทฤษฎี Reflexivity ของ George Soros มีความสอดคล้องกับหลักการของไซเบอร์เนติกส์อย่างมีนัยสำคัญ

การประยุกต์ใช้ในด้านปรัชญาและการจัดการ

Umpleby เสนอแนวคิดในการรวมปรัชญาสามสาย ได้แก่ สัจนิยม (Realism), คอนสตรัคติวิซึม (Constructivism) และปฏิบัตินิยม (Pragmatism) โดยการนำปัจจัยเรื่องโลก คำบรรยาย และผู้สังเกตมาบูรณาการเข้าด้วยกัน ในด้านการบริหาร เขาเชื่อว่า วิธีการ (Methods) มีประสิทธิภาพมากกว่า ทฤษฎี (Theories) เนื่องจากผู้บริหารเป็นส่วนหนึ่งของระบบที่ตนเองพยายามจะควบคุม

บทบาทในการเปลี่ยนแปลงสังคมและระดับโลก

นอกเหนือจากงานวิจัย Umpleby ยังมีบทบาทสำคัญในเหตุการณ์ระดับโลกหลายประการ ดังนี้:

  • การเปลี่ยนผ่านของประเทศหลังคอมมิวนิสต์: เขาโต้แย้งว่ามีทฤษฎีที่สามารถนำทางสังคมสังคมนิยมไปสู่ทุนนิยมได้ โดยการจัดประชุมวิชาการในวอชิงตัน ดี.ซี. และเวียนนา เพื่อหารือเกี่ยวกับพัฒนาการทางเศรษฐกิจและการเมือง
  • โลกาภิวัตน์ทางวิชาการ (Academic Globalization): เขาผลักดันการใช้เครือข่ายอินเทอร์เน็ตเพื่อให้เหล่านักวิชาการทั่วโลกสามารถร่วมมือกันด้านการศึกษาและการวิจัยได้อย่างไร้พรมแดน
  • วิกฤตคอมพิวเตอร์ Y2K: ในช่วงปี 1997-2000 เขาใช้ปัญหา Y2K เป็นกรณีศึกษาเพื่อทดสอบทฤษฎีทางสังคมศาสตร์ผ่านการวิจัยแบบเปรียบเทียบก่อนและหลังเกิดเหตุการณ์

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • ตำแหน่งปัจจุบัน: ศาสตราจารย์และผู้อำนวยการโครงการวิจัยด้านการเรียนรู้ทางสังคมและองค์กรที่ George Washington University
  • รางวัลเกียรติยศ: ได้รับเหรียญทอง Wiener Gold Medal จาก American Society for Cybernetics ในปี 2007
  • สมาชิกภาพ: ได้รับเลือกเป็นสมาชิกของ International Academy for Systems and Cybernetic Sciences ในปี 2010
  • ผลงานเด่น: บรรณาธิการหนังสือ A Science of Goal Formulation (1991) และ New Horizons for Second-Order Cybernetics (2018)
สรุปประวัติและผลงานของ Stuart A. Umpleby
หัวข้อ รายละเอียด
การศึกษา วิศวกรรมศาสตร์, รัฐศาสตร์ และปริญญาเอกด้านการสื่อสาร (University of Illinois)
ความเชี่ยวชาญหลัก ไซเบอร์เนติกส์, ทฤษฎีระบบ, ปรัชญาวิทยาศาสตร์ และการจัดการ
ผลงานด้านสังคม ส่งเสริมการวางแผนเชิงกลยุทธ์แบบมีส่วนร่วม (Participatory Strategic Planning)
ความสำเร็จทางวิชาการ อดีตประธาน American Society for Cybernetics (ASC)
FAQ

คำถามที่พบบ่อย

Stuart A. Umpleby เชี่ยวชาญด้านใดเป็นพิเศษ?

เขาเป็นผู้เชี่ยวชาญระดับสูงในด้านไซเบอร์เนติกส์ (Cybernetics) และทฤษฎีระบบ (Systems Theory) โดยเน้นการประยุกต์ใช้ในด้านการจัดการองค์กรและปรัชญาวิทยาศาสตร์

ไซเบอร์เนติกส์ลำดับที่สอง (Second-order Cybernetics) คืออะไรในมุมมองของเขา?

คือการพัฒนาไซเบอร์เนติกส์ที่ไม่ได้มองแค่ระบบที่ถูกสังเกต แต่รวมเอาตัวผู้สังเกตเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของระบบด้วย ซึ่ง Umpleby ได้ร่วมผลักดันให้เป็นไซเบอร์เนติกส์ทางชีวภาพและสังคม

เขามีส่วนช่วยในการเปลี่ยนผ่านของประเทศหลังคอมมิวนิสต์อย่างไร?

เขาได้จัดประชุมวิชาการเพื่อนำเสนอทฤษฎีการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคม เพื่อเป็นแนวทางให้ประเทศที่เคยเป็นสังคมนิยมสามารถเปลี่ยนผ่านสู่ระบบทุนนิยมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

แนวคิดเรื่องโลกาภิวัตน์ทางวิชาการของเขาคืออะไร?

คือการใช้เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตเป็นเครื่องมือให้นักวิชาการจากต่างประเทศสามารถทำงานร่วมกัน ทำวิจัย และแลกเปลี่ยนความรู้ด้านการศึกษาร่วมกันได้โดยไม่มีข้อจำกัดด้านสถานที่

ทำไมเขาถึงเชื่อว่า 'วิธีการ' สำคัญกว่า 'ทฤษฎี' ในการจัดการ?

เพราะผู้บริหารไม่ได้เป็นเพียงผู้สังเกตการณ์จากภายนอก แต่เป็นส่วนหนึ่งของระบบที่ตนเองกำลังบริหารจัดการ ดังนั้นการใช้แนวทางปฏิบัติหรือวิธีการที่ปรับเปลี่ยนได้จึงมีประสิทธิภาพมากกว่าการยึดติดกับทฤษฎีที่ตายตัว