← กลับไปเลือกอ่านเรื่องอื่น
Stuart Bingham เส้นทางชีวิตและความสำเร็จของแชมป์โลกสนุ๊กเกอร์ผู้ไม่ยอมแพ้

ชีวิตและเรื่องราว · hmn.in.th

Stuart Bingham เส้นทางชีวิตและความสำเร็จของแชมป์โลกสนุ๊กเกอร์ผู้ไม่ยอมแพ้

Stuart Bingham เส้นทางชีวิตและความสำเร็จของแชมป์โลกสนุ๊กเกอร์ผู้ไม่ยอมแพ้ ในโลกของกีฬาสนุ๊กเกอร์ ชื่อของ Stuart Bingham คือสัญลักษณ์ของความอดทนและการต่อสู้ เขาคือนักสนุ๊ก…

Stuart Binghamสนุ๊กเกอร์แชมป์โลกสนุ๊กเกอร์World Snooker Championship

Stuart Bingham เส้นทางชีวิตและความสำเร็จของแชมป์โลกสนุ๊กเกอร์ผู้ไม่ยอมแพ้

ในโลกของกีฬาสนุ๊กเกอร์ ชื่อของ Stuart Bingham คือสัญลักษณ์ของความอดทนและการต่อสู้ เขาคือนักสนุ๊กเกอร์อาชีพชาวอังกฤษที่พิสูจน์ให้เห็นว่าความสำเร็จไม่ได้มาเพียงแค่พรสวรรค์ แต่มาจากการสั่งสมประสบการณ์อย่างยาวนาน จนสามารถก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดด้วยการคว้าแชมป์โลกและแชมป์รายการ Masters มาครองได้สำเร็จ

Bingham เริ่มต้นเส้นทางอาชีพตั้งแต่ปี 1995 แม้ในช่วงแรกจะไม่ได้โดดเด่นนัก แต่จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในช่วงอายุ 35 ปี เมื่อเขาคว้าแชมป์รายการ Ranking ครั้งแรกใน Australian Goldfields Open ปี 2011 ซึ่งส่งให้เขาทะยานเข้าสู่ Top 16 ของโลกเป็นครั้งแรก

Photograph of Stewart Bingham leaning over a snooker table looking down his cue

จุดสูงสุดของอาชีพ: แชมป์โลกและตำนาน Triple Crown

ปี 2015 กลายเป็นปีที่น่าจดจำที่สุดในชีวิตของ Bingham เมื่อในวัย 38 ปี เขาสามารถคว้าแชมป์ World Snooker Championship ได้สำเร็จ โดยเอาชนะ Shaun Murphy ไป 18–15 เฟรม ส่งผลให้เขากลายเป็นแชมป์โลกหน้าใหม่ที่มีอายุมากที่สุดในประวัติศาสตร์ และเป็นผู้เล่นคนที่สองต่อจาก Ken Doherty ที่คว้าแชมป์โลกได้ทั้งในระดับสมัครเล่นและอาชีพ

ความสำเร็จนี้ส่งให้เขาก้าวขึ้นไปถึงอันดับ 2 ของโลก ซึ่งเป็นอันดับที่สูงที่สุดในอาชีพของเขา นอกจากนี้ในปี 2020 เขายังคว้าแชมป์รายการ The Masters โดยเอาชนะ Ali Carter 10–8 เฟรม ทำให้เขากลายเป็นผู้ครองแชมป์ Masters ที่อายุมากที่สุดในขณะนั้น (43 ปี 243 วัน) ก่อนที่สถิตินี้จะถูกทำลายโดย Ronnie O'Sullivan ในเวลาต่อมา

Photograph of Stuart Bingham lining up a shot

ทักษะการทำเบรกและการสร้างสถิติ

Bingham ได้รับการยอมรับว่าเป็นนักหวดที่ทำเบรกได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเขาสามารถทำ Century Break (การทำแต้มต่อเนื่อง 100 แต้มขึ้นไปในเฟรมเดียว) ได้มากกว่า 600 ครั้ง และทำ Maximum Break (การทำแต้มสูงสุด 147 แต้ม) ได้ถึง 9 ครั้ง ซึ่งเป็นสถิติที่สูงเป็นอันดับ 5 ของผู้เล่นทั้งหมดในประวัติศาสตร์ รองจากเพียง O'Sullivan, Higgins, Hendry และ Murphy เท่านั้น

Photograph of Bingham lining up a shot

เส้นทางที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ

แม้จะประสบความสำเร็จอย่างสูง แต่ Bingham ก็เคยเผชิญกับมรสุมในอาชีพ ในปี 2017 เขาถูกสั่งห้ามแข่งขันเป็นเวลา 6 เดือน เนื่องจากละเมิดกฎเกี่ยวกับการวางเดิมพันในการแข่งขันที่ตนเองและผู้เล่นคนอื่นมีส่วนเกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม เขาสามารถกลับมาคืนฟอร์มเก่งได้ทันทีหลังจากพ้นโทษแบน โดยคว้าแชมป์ English Open ปี 2018 และก้าวไปคว้าแชมป์ Masters ในปี 2020

Content image

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • ชื่อเล่น: "Ball-run" ซึ่งสื่อถึงความโชคดีในการเล่นที่ลูกสนุ๊กเกอร์มักจะวิ่งเข้าทางเขาเสมอ
  • ความสำเร็จสูงสุด: แชมป์โลกปี 2015 และแชมป์ Masters ปี 2020
  • สถิติโดดเด่น: เป็นหนึ่งในสองคนในโลกที่ได้แชมป์โลกทั้งระดับสมัครเล่นและอาชีพ
  • ทักษะพิเศษ: ทำ Maximum Break ได้ 9 ครั้ง และ Century Break มากกว่า 600 ครั้ง
สรุปข้อมูลและสถิติของ Stuart Bingham
หัวข้อ รายละเอียด
วันเกิด 21 พฤษภาคม 1976
อันดับโลกสูงสุด อันดับ 2 (พฤษภาคม 2015 – มีนาคม 2017)
จำนวนแชมป์ Ranking 6 รายการ
จำนวน Maximum Breaks 9 ครั้ง
จำนวน Century Breaks 630 ครั้ง (ข้อมูล ณ สิงหาคม 2026)
FAQ

คำถามที่พบบ่อย

Stuart Bingham ได้รับฉายาว่า "Ball-run" เพราะอะไร?

ฉายานี้มาจากชื่อเสียงของเขาในเรื่องความโชคดีในการแข่งขัน หรือการที่ลูกสนุ๊กเกอร์มักจะเคลื่อนที่ไปในตำแหน่งที่ทำให้เขาเล่นต่อได้ง่าย (getting the run of the ball)

ความพิเศษของแชมป์โลกปี 2015 ของ Bingham คืออะไร?

เขาเป็นแชมป์โลกหน้าใหม่ที่มีอายุมากที่สุดในประวัติศาสตร์สนุ๊กเกอร์ และเป็นผู้เล่นคนที่สองที่คว้าแชมป์โลกได้ทั้งในระดับสมัครเล่นและระดับอาชีพ

Bingham เคยถูกแบนจากการแข่งขันหรือไม่?

ใช่ เขาถูกสั่งห้ามแข่งขันเป็นเวลา 6 เดือนในปี 2017 เนื่องจากทำผิดกฎการวางเดิมพันในการแข่งขันสนุ๊กเกอร์

สถิติการทำ Maximum Break ของเขาอยู่ในระดับใด?

เขามี Maximum Break ทั้งหมด 9 ครั้ง ซึ่งถือเป็นอันดับ 5 ของโลก โดยตามหลังเพียง Ronnie O'Sullivan, John Higgins, Stephen Hendry และ Shaun Murphy

เขากลายเป็นแชมป์ Masters ที่อายุมากที่สุดจริงหรือไม่?

เขาเคยครองสถิตินี้ในปี 2020 ด้วยวัย 43 ปี 243 วัน โดยทำลายสถิติเดิมของ Ray Reardon แต่ต่อมาสถิตินี้ถูกทำลายโดย Ronnie O'Sullivan ในปี 2024