← กลับไปเลือกอ่านเรื่องอื่น
Sue Bradford นักเคลื่อนไหวและอดีต ส.ส. ผู้ผลักดันกฎหมายคุ้มครองเด็กในนิวซีแลนด์

ชีวิตและเรื่องราว · hmn.in.th

Sue Bradford นักเคลื่อนไหวและอดีต ส.ส. ผู้ผลักดันกฎหมายคุ้มครองเด็กในนิวซีแลนด์

Sue Bradford นักเคลื่อนไหวและอดีต ส.ส. ผู้ผลักดันกฎหมายคุ้มครองเด็กในนิวซีแลนด์ Sue Bradford เป็นบุคคลสำคัญในแวดวงการเมืองและสังคมของนิวซีแลนด์ โดยเธอมีบทบาทโดดเด่นทั้งใน…

Sue Bradfordพรรค Green Partyการเมืองนิวซีแลนด์กฎหมายห้ามตีเด็ก

Sue Bradford นักเคลื่อนไหวและอดีต ส.ส. ผู้ผลักดันกฎหมายคุ้มครองเด็กในนิวซีแลนด์

Sue Bradford เป็นบุคคลสำคัญในแวดวงการเมืองและสังคมของนิวซีแลนด์ โดยเธอมีบทบาทโดดเด่นทั้งในฐานะนักวิชาการ นักเคลื่อนไหว และอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (MP) จากบัญชีรายชื่อของ พรรค Green Party ในช่วงปี 1999 ถึง 2009 เธอเป็นที่รู้จักในฐานะผู้ยึดมั่นในแนวทาง Eco-socialist หรือสังคมนิยมเชิงนิเวศ ซึ่งมุ่งเน้นการผสานความยุติธรรมทางสังคมเข้ากับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

Content image

เส้นทางการศึกษาและพื้นฐานทางวิชาการ

ความเชี่ยวชาญของ Sue Bradford เริ่มต้นจากการปูพื้นฐานทางวิชาการที่เข้มข้น เธอสำเร็จการศึกษาด้านประวัติศาสตร์และการเมืองจาก University of Auckland และคว้าปริญญาโทด้านภาษาจีน นอกจากนี้เธอยังได้รับประกาศนียบัตรด้านวารสารศาสตร์จาก University of Canterbury และก้าวไปสู่จุดสูงสุดทางการศึกษาด้วยปริญญาเอก (PhD) ด้านนโยบายสาธารณะจาก Auckland University of Technology

วิทยานิพนธ์ระดับปริญญาเอกของเธอตั้งคำถามถึงความเป็นไปได้ในการสร้างสถาบันคลังสมอง (Think Tank) ฝ่ายซ้ายใน Aotearoa (ชื่อภาษาเมารีของนิวซีแลนด์) ซึ่งงานชิ้นนี้กลายเป็นรากฐานสำคัญในการก่อตั้ง Economic and Social Research Aotearoa (ESRA) ในเวลาต่อมา

บทบาททางการเมืองและผลงานที่โดดเด่น

ก่อนจะเข้าสู่สภา Sue Bradford เคยมีบทบาทในพรรค NewLabour โดยดำรงตำแหน่งรองประธานพรรคในช่วงปี 1989-1990 และเคยลงสมัครนายกเทศมนตรีเมืองโอ๊คแลนด์ในปี 1998 ในนามพรรค Green Party จนกระทั่งได้รับเลือกเป็น ส.ส. ในปี 1999

ในช่วงที่ดำรงตำแหน่ง เธอได้รับความไว้วางใจให้เป็นโฆษกพรรคในหลากหลายประเด็น ตั้งแต่เรื่องเกษตรกรรม, ที่อยู่อาศัย, สุขภาพจิต ไปจนถึงการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน ด้วยความมุ่งมั่นในการทำงาน เธอจึงได้รับเลือกให้เป็น Backbencher of the Year (ส.ส. แถวหลังยอดเยี่ยม) ประจำปี 2000 โดยหนังสือพิมพ์ New Zealand Herald

ความสำเร็จในการผลักดันกฎหมาย

สิ่งที่ทำให้ Sue Bradford เป็นที่จดจำมากที่สุดคือการผลักดันร่างกฎหมายที่เสนอโดยสมาชิกสภา (Member's Bill) ให้ผ่านการเห็นชอบถึง 3 ฉบับ ซึ่งถือเป็นความสำเร็จที่หาได้ยากสำหรับ ส.ส. ที่ไม่ได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ได้แก่:

  • การยกเลิกข้ออ้างเรื่อง "การใช้กำลังที่เหมาะสม" ในการลงโทษทางร่างกายหรือการตีเด็ก
  • การขยายระยะเวลา ให้แม่ที่ถูกจำคุกสามารถดูแลบุตรได้นานขึ้น
  • การปรับค่าจ้างขั้นต่ำของผู้ใหญ่ ให้ครอบคลุมถึงเยาวชนอายุ 16 และ 17 ปี

การต่อสู้เพื่อสิทธิเด็กและแรงกดดันทางสังคม

ร่างกฎหมายว่าด้วยการลงโทษเด็ก (Crimes Amendment Bill 2005) นำไปสู่การถกเถียงอย่างเผ็ดร้อนในสังคมนิวซีแลนด์ โดยกลุ่มผู้คัดค้านมองว่าเป็นกฎหมาย "ต่อต้านการตีเด็ก" จนนำไปสู่การทำประชามติโดยกลุ่ม Family First New Zealand

การเคลื่อนไหวครั้งนี้ทำให้ Sue Bradford ต้องเผชิญกับภัยคุกคามอย่างรุนแรง รวมถึงการถูกข่มขู่เอาชีวิตผ่านเว็บไซต์และช่องทางต่างๆ ซึ่งส่งผลให้ Google ต้องสั่งปิดเว็บไซต์ที่ใช้โจมตีเธอหลังจากมีการร้องเรียนจากกระทรวงการพัฒนาสังคม

การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองและบทบาทในปัจจุบัน

ในปี 2009 Sue Bradford ตัดสินใจลาออกจากตำแหน่ง ส.ส. หลังจากพ่ายแพ้ในการชิงตำแหน่งผู้นำร่วมของพรรค Green Party ต่อ Metiria Turei โดยเธอยอมรับว่ามีความผิดหวังที่ไม่ได้ก้าวขึ้นเป็นรัฐมนตรี โดยเฉพาะในกระทรวงที่ดูแลด้านที่อยู่อาศัยและการพัฒนาสังคม

หลังจากนั้นเธอได้เข้าร่วมกับ พรรค Mana ในปี 2011 แต่ได้ลาออกในปี 2014 เนื่องจากไม่เห็นด้วยกับการสร้างพันธมิตรกับ Internet Party ปัจจุบันเธอทุ่มเทเวลาให้กับการเป็นผู้ประสานงานที่ Auckland Action Against Poverty และขับเคลื่อนสถาบันคลังสมอง ESRA เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงทางสังคม

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • ตำแหน่งทางการเมือง: ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรค Green Party (1999–2009)
  • ความสำเร็จสูงสุด: ผลักดันกฎหมายคุ้มครองเด็กจากการถูกลงโทษทางร่างกายได้สำเร็จในปี 2007
  • การศึกษา: ปริญญาเอกด้านนโยบายสาธารณะ (PhD in Public Policy)
  • จุดยืนทางการเมือง: สังคมนิยมเชิงนิเวศ (Eco-socialist)
  • บทบาทปัจจุบัน: ผู้ประสานงาน Auckland Action Against Poverty และผู้ก่อตั้ง ESRA
สรุปไทม์ไลน์และบทบาทสำคัญของ Sue Bradford
ช่วงปี บทบาท / เหตุการณ์สำคัญ รายละเอียด
1989 - 1990 รองประธานพรรค NewLabour เริ่มต้นบทบาทนำทางการเมือง
1999 - 2009 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (MP) สังกัดพรรค Green Party
2007 ผ่านกฎหมายคุ้มครองเด็ก ยกเลิกการใช้กำลังที่เหมาะสมในการตีเด็ก
2011 - 2014 สมาชิกพรรค Mana ลาออกเนื่องจากความขัดแย้งเรื่องพันธมิตรทางการเมือง
2015 - ปัจจุบัน ผู้ก่อตั้ง ESRA สร้างคลังสมองเพื่อการวิจัยทางเศรษฐกิจและสังคมฝ่ายซ้าย
FAQ

คำถามที่พบบ่อย

Sue Bradford มีบทบาทสำคัญอย่างไรในด้านกฎหมายเด็ก?

เธอเป็นผู้ผลักดันร่างกฎหมายที่ยกเลิกข้อต่อสู้ทางกฎหมายเรื่อง "การใช้กำลังที่เหมาะสม" (reasonable force) ซึ่งเดิมอนุญาตให้พ่อแม่ใช้ความรุนแรงในการลงโทษเด็กได้ ทำให้การตีเด็กกลายเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมายในนิวซีแลนด์

ทำไมเธอถึงลาออกจากพรรค Green Party?

เธอลาออกจากตำแหน่ง ส.ส. ในปี 2009 หลังจากไม่ได้รับเลือกให้เป็นผู้นำร่วมของพรรค และในเวลาต่อมาเธอได้วิจารณ์ว่าพรรคมีแนวโน้มเคลื่อนตัวเข้าสู่จุดศูนย์กลาง (Centrist) มากเกินไป ซึ่งไม่สอดคล้องกับแนวทางฝ่ายซ้ายที่เธอยึดถือ

ESRA คืออะไรและมีความสำคัญอย่างไร?

ESRA หรือ Economic and Social Research Aotearoa คือสถาบันคลังสมอง (Think Tank) ฝ่ายซ้ายที่ Sue Bradford ก่อตั้งขึ้นหลังจากจบปริญญาเอก เพื่อใช้เป็นแหล่งวิจัยและขับเคลื่อนนโยบายทางเศรษฐกิจและสังคมที่เน้นความเท่าเทียม

เธอเคยเผชิญกับอุปสรรคอะไรบ้างในการทำงานการเมือง?

นอกจากการพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งภายในพรรคแล้ว เธอยังเคยถูกสั่งห้ามเข้าพื้นที่รัฐสภาในปี 1998 และต้องเผชิญกับการข่มขู่เอาชีวิตอย่างรุนแรงจากการผลักดันกฎหมายต่อต้านการตีเด็ก