Susan Helms จากวิศวกรกองทัพอากาศสู่ตำนานนักบินอวกาศ NASA
Susan Jane Helms คือบุคคลต้นแบบที่ผสมผสานความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมการบินเข้ากับความกล้าหาญในการสำรวจอวกาศ เธอไม่เพียงแต่ดำรงตำแหน่งระดับสูงในกองทัพอากาศสหรัฐฯ ในฐานะพลโท (Lieutenant General) แต่ยังเป็นหนึ่งในนักบินอวกาศของ NASA ที่สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการปฏิบัติภารกิจในห้วงอวกาศอย่างยาวนาน

เส้นทางสู่ดวงดาว: การศึกษาและจุดเริ่มต้นทางทหาร
เส้นทางอาชีพของ Susan เริ่มต้นจากความหลงใหลในด้านวิศวกรรม เธอสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านวิศวกรรมการบินจาก United States Air Force Academy ในปี 1980 ก่อนจะก้าวเข้าสู่บทบาทวิศวกรแยกอาวุธของเครื่องบิน F-16 และ F-15 ณ ฐานทัพอากาศ Eglin รัฐฟลอริดา
ด้วยความมุ่งมั่นในการพัฒนาตนเอง เธอได้รับทุนการศึกษาต่อจนจบปริญญาโทด้านการบินและอวกาศจาก Stanford University ในปี 1985 และได้ถ่ายทอดความรู้ในฐานะอาจารย์ผู้ช่วยที่สถาบันเดิมของเธอ นอกจากนี้เธอยังผ่านการฝึกฝนที่โรงเรียนนักบินทดสอบของกองทัพอากาศ (Air Force Test Pilot School) และมีประสบการณ์ทำงานร่วมกับกองทัพแคนาดาในฐานะวิศวกรทดสอบการบินสำหรับเครื่องบิน CF-18 ซึ่งประสบการณ์เหล่านี้เป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้เธอได้รับเลือกเข้าสู่โครงการนักบินอวกาศของ NASA ในปี 1990

บันทึกการเดินทางในห้วงอวกาศและสถิติโลก
ตลอดระยะเวลา 12 ปีในอาชีพนักบินอวกาศ Susan Helms ได้ปฏิบัติภารกิจบนกระสวยอวกาศถึง 5 ครั้ง และใช้เวลาพำนักบน สถานีอวกาศนานาชาติ (International Space Station - ISS) นานกว่า 5 เดือนในปี 2001 โดยมีชั่วโมงบินรวมในอวกาศสูงถึง 5,064 ชั่วโมง
รายละเอียดภารกิจสำคัญ
- STS-54 (1993): ปฏิบัติการส่งดาวเทียม TDRS-F และเก็บข้อมูลรังสีเอกซ์เพื่อศึกษาต้นกำเนิดของทางช้างเผือก
- STS-64 (1994): ทำหน้าที่วิศวกรการบินและควบคุมแขนกล RMS เพื่อศึกษาชั้นบรรยากาศโลกและฟิสิกส์ของโคโรนา
- STS-78 (1996): รับบทผู้บัญชาการบรรทุกสัมภาระในภารกิจที่ยาวนานที่สุดในขณะนั้น เน้นการวิจัยด้านวิทยาศาสตร์ชีวิตและสภาวะไมโครกราวิตี้ (Microgravity หรือ สภาวะแรงโน้มถ่วงต่ำ)
- STS-101 (2000): ดำเนินการซ่อมแซมอุปกรณ์สำคัญของ ISS เพื่อยืดอายุการใช้งานของโมดูล FGB
- Expedition 2 (2001): พำนักบน ISS เป็นเวลา 163 วัน โดยมีผลงานโดดเด่นคือการทำ EVA (Extra-Vehicular Activity) หรือการเดินอวกาศที่ยาวนานที่สุดในโลกในขณะนั้น โดยใช้เวลาถึง 8 ชั่วโมง 56 นาที เพื่อติดตั้งอุปกรณ์ภายนอกโมดูลห้องปฏิบัติการ

บทบาทผู้นำในกองทัพอากาศสหรัฐฯ
หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจกับ NASA ในปี 2002 Susan กลับเข้าสู่กองทัพอากาศสหรัฐฯ และก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งบริหารระดับสูงอย่างรวดเร็ว เธอมีบทบาทสำคัญใน USAF Space Command และได้รับแต่งตั้งเป็นผู้บัญชาการกองบินอวกาศที่ 45 (45th Space Wing) รวมถึงเป็นส่วนหนึ่งของคณะทำงานฟื้นฟูการบินหลังโศกนาฏกรรมกระสวยอวกาศโคลัมเบีย
ในปี 2011 เธอได้รับการเลื่อนยศเป็นพลโท และดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการกองทัพอากาศที่ 14 (14th Air Force) ซึ่งรับผิดชอบด้านยุทธศาสตร์อวกาศและการรักษาความมั่นคงระดับชาติ อย่างไรก็ตาม เธอได้ตัดสินใจเกษียณอายุราชการในปี 2014 หลังจากมีประเด็นความขัดแย้งในกระบวนการเสนอชื่อแต่งตั้งตำแหน่งรองผู้บัญชาการกองบัญชาการอวกาศกองทัพอากาศ

ข้อเท็จจริงสำคัญ
- เวลาในอวกาศรวม: 210 วัน 23 ชั่วโมง 6 นาที
- สถิติการเดินอวกาศ: เคยครองสถิติโลกที่ 8 ชั่วโมง 56 นาที
- ยศสูงสุด: พลโท (Lieutenant General), USAF
- ความสำเร็จทางวิชาการ: สมาชิก National Academy of Engineering (ปี 2020)
- ประสบการณ์การบิน: เคยบินกับเครื่องบินทหารของสหรัฐฯ และแคนาดารวม 30 ประเภท
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| การศึกษา | ป.ตรี วิศวกรรมการบิน (USAF Academy), ป.โท การบินและอวกาศ (Stanford) |
| จำนวนภารกิจอวกาศ | 5 ภารกิจ (STS-54, 64, 78, 101 และ Expedition 2) |
| รางวัลเกียรติยศ | Defense Superior Service Medal, Legion of Merit, NASA Distinguished Service Medal |
| หอเกียรติยศ | International Space Hall of Fame (2004), Colorado Women's Hall of Fame (2018) |
คำถามที่พบบ่อย
Susan Helms ทำสถิติอะไรในอวกาศ?
เธอเคยครองสถิติการเดินอวกาศ (EVA) ที่ยาวนานที่สุดในโลก โดยใช้เวลาปฏิบัติงานนอกยานถึง 8 ชั่วโมง 56 นาที ในระหว่างภารกิจ Expedition 2 บนสถานีอวกาศนานาชาติ
เธอมีความเชี่ยวชาญด้านใดเป็นพิเศษก่อนเป็นนักบินอวกาศ?
เธอเป็นวิศวกรการบินที่มีความเชี่ยวชาญด้านการแยกอาวุธของเครื่องบินขับไล่ F-15 และ F-16 รวมถึงเป็นวิศวกรทดสอบการบินสำหรับเครื่องบิน CF-18 ของแคนาดา
บทบาทสุดท้ายของเธอในกองทัพอากาศคืออะไร?
เธอดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการกองทัพอากาศที่ 14 (14th Air Force) และผู้บัญชาการ Joint Functional Component Command for Space ก่อนจะเกษียณอายุราชการในปี 2014
Susan Helms ได้รับการยอมรับในระดับวิชาการอย่างไร?
ในปี 2020 เธอได้รับเลือกให้เป็นสมาชิกของ National Academy of Engineering จากผลงานความสำเร็จในโครงการอวกาศทั้งด้านพลเรือนและทหาร