← กลับไปเลือกอ่านเรื่องอื่น
Susan Solomon นักเคมีชั้นนำผู้ไขปริศนารูโหว่โอโซนและกอบกู้ชั้นบรรยากาศโลก

ชีวิตและเรื่องราว · hmn.in.th

Susan Solomon นักเคมีชั้นนำผู้ไขปริศนารูโหว่โอโซนและกอบกู้ชั้นบรรยากาศโลก

Susan Solomon นักเคมีชั้นนำผู้ไขปริศนารูโหว่โอโซนและกอบกู้ชั้นบรรยากาศโลก ในโลกของวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม ชื่อของ Susan Solomon คือสัญลักษณ์ของการต่อสู้เพื่อปกป้องโลก เธอค…

Susan Solomonรูโหว่โอโซนเคมีบรรยากาศพิธีสารมอนทรีออล

Susan Solomon นักเคมีชั้นนำผู้ไขปริศนารูโหว่โอโซนและกอบกู้ชั้นบรรยากาศโลก

ในโลกของวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม ชื่อของ Susan Solomon คือสัญลักษณ์ของการต่อสู้เพื่อปกป้องโลก เธอคือนักเคมีบรรยากาศชาวอเมริกันผู้มีบทบาทสำคัญในการค้นพบสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดรูโหว่ในชั้นโอโซนเหนือทวีปแอนตาร์กติกา ซึ่งนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงนโยบายระดับโลกเพื่อรักษาชั้นบรรยากาศที่ปกป้องสิ่งมีชีวิตจากรังสีอันตรายของดวงอาทิตย์

ตลอดเส้นทางอาชีพ Solomon ได้อุทิศตนทำงานร่วมกับ NOAA (National Oceanic and Atmospheric Administration) หรือองค์การบริหารมหาสมุทรและบรรยากาศแห่งชาติสหรัฐฯ เป็นเวลานาน ก่อนจะย้ายมาเป็นศาสตราจารย์ด้านเคมีบรรยากาศและวิทยาศาสตร์ภูมิอากาศ (Ellen Swallow Richards Professor) ที่ MIT (Massachusetts Institute of Technology) ในปี 2011

Content image

การค้นพบครั้งประวัติศาสตร์: กลไกการทำลายชั้นโอโซน

ความสำเร็จที่โดดเด่นที่สุดของ Susan Solomon คือการเสนอทฤษฎีเกี่ยวกับปฏิกิริยาของ คลอโรฟลูออโรคาร์บอน (Chlorofluorocarbons หรือ CFCs) ซึ่งเป็นสารเคมีที่มนุษย์สร้างขึ้น โดยเธอพบว่าอนุมูลอิสระจากสารเหล่านี้ทำปฏิกิริยากับโอโซนบนพื้นผิวของอนุภาคน้ำแข็งในเมฆระดับสูงเหนือแอนตาร์กติกา ส่งผลให้ชั้นโอโซนถูกทำลายอย่างรวดเร็ว

เพื่อพิสูจน์สมมติฐานนี้ ในปี 1986 และ 1987 Solomon ได้นำทีมสำรวจแห่งชาติไปยัง McMurdo Sound โดยเธอเป็นผู้นำการสำรวจเพียงคนเดียวและเป็นผู้หญิงเพียงคนเดียวในทีม ผลการตรวจวัดพบว่ามีระดับคลอรีนออกไซด์สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ถึง 100 เท่า ซึ่งเกิดจากการที่รังสีอัลตราไวโอเลตย่อยสลายสาร CFCs ในบรรยากาศ

นอกจากนี้ เธอยังค้นพบว่าการระเบิดของภูเขาไฟสามารถเร่งปฏิกิริยาการทำลายโอโซนจากสาร CFCs ให้รุนแรงยิ่งขึ้น ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่แม่นยำเหล่านี้กลายเป็นรากฐานสำคัญของ พิธีสารมอนทรีออล (Montreal Protocol) ซึ่งเป็นข้อตกลงระหว่างประเทศในการควบคุมและลดการใช้สารเคมีที่ทำลายชั้นโอโซน และในเวลาต่อมาเธอยังได้นำเสนอผลงานวิจัยที่ชี้ให้เห็นว่าพิธีสารนี้กำลังส่งผลบวกและทำให้ชั้นโอโซนเริ่มฟื้นตัว

Content image

บทบาทด้านวิชาการและผลงานเขียน

นอกเหนือจากงานวิจัยในห้องปฏิบัติการและภาคสนาม Solomon ยังมีบทบาทสำคัญใน IPCC (Intergovernmental Panel on Climate Change) หรือคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยเป็นผู้เขียนร่วมในรายงานการประเมินครั้งที่ 3 และเป็นประธานร่วมของคณะทำงานกลุ่มที่ 1 ในรายงานการประเมินครั้งที่ 4

เธอยังถ่ายทอดความรู้ผ่านหนังสือหลายเล่ม เช่น Aeronomy of the Middle Atmosphere ที่อธิบายเคมีและฟิสิกส์ของบรรยากาศชั้นกลาง และหนังสือเล่มล่าสุดในปี 2024 ชื่อ Solvable: how we healed the earth, and how we can do it again ซึ่งมุ่งเน้นไปที่การหาทางออกให้กับวิกฤตสิ่งแวดล้อมในปัจจุบัน

ความสนใจของเธอไม่ได้จำกัดอยู่เพียงวิทยาศาสตร์บริสุทธิ์ แต่ยังรวมถึงประวัติศาสตร์ โดยเธอได้เขียนหนังสือ The Coldest March เพื่อวิเคราะห์การเดินทางสู่แอนตาร์กติกาของกัปตัน Robert Falcon Scott ในปี 1912 โดยใช้ข้อมูลอุตุนิยมวิทยาสมัยใหม่มาพิสูจน์ว่า สภาพอากาศที่เลวร้ายผิดปกติคือสาเหตุหลักของการเสียชีวิตของคณะสำรวจ ไม่ใช่ความบกพร่องในการนำทีมตามที่เคยถูกวิจารณ์

ข้อเท็จจริงสำคัญ

  • การศึกษา: ปริญญาตรีจาก Illinois Institute of Technology และปริญญาโท-เอก ด้านเคมีบรรยากาศจาก University of California, Berkeley
  • ผลงานหลัก: ค้นพบกลไกการเกิดรูโหว่โอโซนจากสาร CFCs และผลักดันพิธีสารมอนทรีออล
  • ตำแหน่งปัจจุบัน: ศาสตราจารย์ที่ MIT และสมาชิกสถาบันวิทยาศาสตร์แห่งชาติของสหรัฐฯ ยุโรป และฝรั่งเศส
  • รางวัลเกียรติยศ: ได้รับรางวัลระดับโลกมากมาย เช่น National Medal of Science, Vetlesen Prize (ผู้หญิงคนแรกที่ได้รับรางวัลนี้) และ Crafoord Prize
สรุปความสำเร็จและรางวัลสำคัญของ Susan Solomon
ปีที่ได้รับ รางวัล / เกียรติยศ ความสำคัญ
1999 National Medal of Science รางวัลสูงสุดด้านวิทยาศาสตร์จากประธานาธิบดีสหรัฐฯ
2012 Vetlesen Prize ผลงานด้านรูโหว่โอโซน (ผู้หญิงคนแรกที่ได้รับ)
2018 Crafoord Prize ความสำเร็จโดดเด่นในด้านธรณีวิทยาและวิทยาศาสตร์บรรยากาศ
2021 Future of Life Award การอุทิศตนเพื่อกอบกู้ชั้นโอโซนของโลก
2026 Tang Prize ด้านการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development)
FAQ

คำถามที่พบบ่อย

Susan Solomon มีส่วนช่วยโลกอย่างไร?

เธอเป็นผู้ค้นพบกลไกทางเคมีที่อธิบายว่าสาร CFCs ทำลายชั้นโอโซนเหนือแอนตาร์กติกาได้อย่างไร ซึ่งข้อมูลนี้เป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้เกิดพิธีสารมอนทรีออล เพื่อแบนสารเคมีอันตรายและช่วยให้ชั้นโอโซนเริ่มฟื้นตัว

สาร CFCs คืออะไรและส่งผลอย่างไร?

CFCs หรือ คลอโรฟลูออโรคาร์บอน คือสารเคมีที่เคยใช้กันแพร่หลายในตู้เย็นและสเปรย์ เมื่อลอยขึ้นสู่บรรยากาศชั้นบนจะถูกรังสี UV ย่อยสลายและปล่อยคลอรีนออกมาทำลายโมเลกุลของโอโซน ทำให้ชั้นบรรยากาศที่กรองรังสี UV บางลง

รางวัล Vetlesen Prize มีความสำคัญอย่างไรต่อเธอ?

เป็นรางวัลอันทรงเกียรติในด้านวิทยาศาสตร์โลก ซึ่ง Susan Solomon สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการเป็นผู้หญิงคนแรกที่ได้รับรางวัลนี้ จากผลงานการวิจัยเรื่องรูโหว่โอโซน

หนังสือ "Solvable" ของเธอพูดถึงเรื่องอะไร?

เป็นหนังสือที่ตีพิมพ์ในปี 2024 ซึ่งนำเสนอแนวทางและทางออกในการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมในปัจจุบัน โดยใช้บทเรียนจากความสำเร็จในการกอบกู้ชั้นโอโซนมาเป็นตัวอย่างว่ามนุษย์สามารถร่วมมือกันแก้ไขวิกฤตโลกได้

เธอมีความเกี่ยวข้องกับกัปตัน Robert Falcon Scott อย่างไร?

เธอใช้ความเชี่ยวชาญด้านอุตุนิยมวิทยามาวิเคราะห์ข้อมูลสภาพอากาศในปี 1911 เพื่อปกป้องชื่อเสียงของกัปตัน Scott โดยพิสูจน์ว่าคณะสำรวจต้องเผชิญกับสภาพอากาศที่เลวร้ายผิดปกติ ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่นำไปสู่โศกนาฏกรรม